ข่าว

'หม่อมอุ๋ย'ชี้ปชช.ไม่พอใจ'รบ.'นานแล้ว

'หม่อมอุ๋ย'ชี้ปชช.ไม่พอใจ'รบ.'นานแล้ว

08 พ.ย. 2556

'หม่อมอุ๋ย'ชี้กระเเสต้าน'รัฐบาล'มาจาก'ปชช.'ไม่พอใจมานาน เหตุ'รัฐ'ไม่ฟัง-สนองตอบ ด้าน'กล้านรงค์'ชี้สังคมหนุนต้าน'พ.ร.บ.นิรโทษฯ'แปลว่า'คุณธรรม'ตื่นแล้ว

               8 พ.ย.56 ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.คลัง กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ ทางสปริงนิวส์ ว่า การเมืองเเละการประท้วงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในครั้งนี้ของฝ่ายต่างๆ ในสังคมเป็นเเบบสันติเเละน่าพอใจ ส่วนคนที่จุดกระเเสติดคือ รัฐสภาที่เร่งรีบจนสังคมคิดว่ามีสิ่งซ่อนเร้น เพราะนิรโทษย้อนไปถึงปี 2547 รวมทั้งคนหลายวงการร่วมกันเเสดงการคัดค้าน เเต่ทุกวงการมีจุดยืนการเเสดงออกของตัวเอง ย้ำว่า ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์จุดกระเเสติด เพราะดูการชุมนุมประท้วงในจุดต่างๆ ที่ไม่ไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาชนออกมาเเสดงด้วยวิญญาณประชาธิปไตยไม่ใช่วิญญาณการเมือง เพราะต้องการออกมาบอกว่า ตัวเองไม่พอใจ การประท้วงตอนนี้ไม่ใช่เเค่ร่างกฎหมายแบบนี้ เเต่มันมาจากการไม่พอใจรัฐบาลของประชาชนที่สะสมมานาน โดยรัฐบาลไม่เคยรับฟังเเละสนองตอบ รัฐบาลคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอเเละบิดเบือนข้อมูลชี้เเจง เมื่อมีช่องทางเเสดงออกก็พรั่งพรูออกมา ส่วนกรณีที่รัฐบาลยอมถอยในตอนนี้ เพราะรัฐบาลมองไม่ออก เพราะประชาชนไม่ได้เเค่ต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะยังทำผิดอีกหลายเรื่องเเละไม่เคยชี้เเจงเลย รัฐบาลอ่านสถานการณ์โดยเข้าข้างตัวเอง เเละเมื่อเป็นเเบบนี้ควรพร้อมที่จะเเก้ไข หากไม่เเก้ไขก็เเพ้ ส่วนอายุรัฐบาลนี้จะอยู่หรือไปนั้น ภาพรวมรัฐบาลนี้เสื่อมความนิยมไปเเล้วเพราะปล่อยโอกาสมานาน เมื่อมีวิกฤติเเล้วค่อยมาเเก้ไขนั้น รัฐบาลควรรู้ตัวว่า เสื่อมความนิยม ประชาชนไม่พอใจ เเละพร้อมเเก้ตัวหรือไม่ ส่วนการชุมนุมต่างๆ จะกระเทือนเศรษฐกิจหรือไม่นั้น ต่างชาติชินชากับสถานการณ์การเมืองของไทยมานานเเล้ว เพียงเเค่อย่าตีกันจนเลือดตกยางออกเเล้วกัน

 

 

"กล้านรงค์"ชี้สังคมหนุนต้าน"พ.ร.บ.นิรโทษฯ"แปลว่า"คุณธรรม"ตื่นแล้ว

 

               เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรารายงานเมื่อช่วงดึกวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า วันที่ 7 พ.ย.ภาคีเครือข่ายเสริมสร้างพลังคุณธรรมจริยธรรมของแผ่นดิน 7 องค์กร จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “พลังคุณธรรมจริยธรรมของแผ่นดินกับการแก้ไขปัญหาของชาติ” ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคารรัฐประสาศนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

               นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงสถานการณ์ที่ประชาชนออกมาคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ก่อนอื่นสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่ในการรายงานข่าวให้ตรงตามข้อเท็จจริงออกสู่สาธารณะชนว่า ต้นเหตุของความขัดแย้งอยู่ที่ไหนใครเป็นต้นเหตุ รวมถึงองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลต้องเข้าไปดูเหตุการณ์ว่า มีกรณีใดที่มีผลจากการขาดคุณธรรมจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและนำส่วนที่ผิดพลาดนั้น มาจัดการแก้ไข และจะรอฟังแถลงการณ์ของภาคีเครือข่ายฯ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะออกมาเป็นแถลงการณ์ว่าจะดำเนินการอย่างไรทางด้านคุณธรรมจริยธรรม โดยแบ่งส่วนให้แต่ละองค์กรที่เข้าร่วมภาคีเครือข่ายฯ รับผิดชอบและหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม

               อดีตกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการที่ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคม ไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการ ตุลาการที่แสดงออกถึงการคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้นทำให้เชื่อว่า สังคมไทยได้ตื่นแล้ว ถือเป็นโอกาสที่ดีที่แต่ละองค์กรจะฉวยโอกาสนี้ในการสอดแทรกให้สังคมตระหนักถึงการใช้อำนาจรัฐว่า ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และนิติธรรม รวมถึงต้องไม่ยอมให้การกระทำใดใด ที่จะเป็นการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น

               ด้านพล.ต.อ.วิสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวถึงเรื่องจริยธรรมไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นเรื่องของศีลธรรม ที่เวลานี้เราละเลยการปลูกฝังเรื่องศีล เรื่องธรรม ข้าราชการยอมร่วมมือกับนักการเมือง ทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหาโกงบ้านโกงเมืองอยู่ในขณะนี้ สำหรับปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.วิสิษฐ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราอยากจะเห็นมานานแล้ว และเมื่อเกิดขึ้นก็ไม่อยากจะให้หยุดแค่นี้ เวลานี้เรามีสื่อออนไลน์ มีเฟซบุ๊ก ก็ควรให้สื่อเหล่านี้เป็นช่องทางในการนำเสนอว่าอะไรถูกต้องไม่ถูกต้อง เราต้องช่วยกันประณาม ต้องชี้หน้าคนที่ทำผิด ไม่ใช่แค่ถูกใจแล้วกดไลค์ ต้องถูกใจแล้วต้องทั้งกดไลค์ คอมเมนท์และแชร์ต่อ

               "อย่าง คนยศ พ.ต.ท.ที่เป็นนักโทษหนีไปอยู่ต่างประเทศ ความจริงแล้วต้องถูกถอดยศ พ.ต.ท.กฎระเบียบต่างๆ เขียนไว้ก็ทำได้ แต่ข้าราชการที่มีอำนาจหน้าที่กลับไม่ทำอะไร ดังนั้น ถ้าอยากจะให้บ้านเมืองดีขึ้นเราจะต้องร่วมกันหันหลังกลับไปยึดศีล ยึดธรรมกันใหม่" พล.ต.อ.วิสิษฐ กล่าว

               ขณะที่ พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมแผ่นดินเชิงคุณธรรม กล่าวว่า เรื่องอำนาจในการสั่งการนายกฯ ที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังนั้น เราไม่สามารถกล่าวโทษผู้อื่นได้ แต่เราต้องโทษข้าราชการที่ไม่ยอมสร้างพลังที่แข็งแกร่ง ปล่อยให้ผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ข้าราชการประจำยอมทำตามคำสั่งนักการเมือง ทั้งที่จริงแล้วนักการเมืองเปรียบเสมือนลูกจ้างข้าราชการที่มีสัญญาจ้าง 4 ปี ประเทศจะอยู่รอดได้จำเป็นต้องพึ่งพาข้าราชการประจำด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้รับผิดชอบต่อจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีระบบราชการที่แข็งแกร่งประเทศเขาจึงอยู่ได้อย่างมั่นคง

               "ผมขอฝากไปถึงข้าราชการประจำทุกคนด้วยว่า อย่าตามใจนักการเมืองมากนัก เพราะหากเกิดเรื่องขึ้นมานักการเมืองไม่โดนแต่ข้าราชการประจำโดนทุกคน และควรเป็นตัวหลักไม่ใช่ตัวรอง เพราะการปล่อยให้นักการเมืองเป็นตัวหลักประเทศก็จะอยู่ยาก" พอ.อ.วีรวิท กล่าว

               ส่วนนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า สังคมเราเป็นเช่นนี้นับตั้งแต่เปลี่ยนจากการเกษตรมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการต่อสู้แข่งขัน เพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์สูงสุดและต้องพยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าวิธีนั้นจะเป็นธรรมหรือไม่ ทำให้เรื่องของคุณธรรมจริยธรรมกลายเป็นเรื่องรอง ความรู้สึกว่า ต้องรับผิดชอบต่อศีลธรรมจริยธรรมน้อยลง เห็นชัดว่า ความรู้สึกนึกคิดของคนสมัยนี้มองว่า การคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้หากตัวเองได้ประโยชน์ เป็นต้น