
เสียงนกหวีดแดนใต้'อย่าปล่อยคนผิดลอยนวล'
เสียงนกหวีดจากแดนใต้'อย่าปล่อยคนผิดลอยนวล' : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... หรือ "พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย" กลายเป็นกระแสสังคมที่ร่วมกันต่อต้านแบบสุดซอยเช่นกัน
น่าสนใจว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังมีบางส่วนซุกประเด็นปัญหาคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ด้วย
หลากแง่มุมกำลังกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในดินแดนปลายด้ามขวานยามนี้
อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ในฐานะนักต่อสู้การละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ออกมาแสดงเจตจำนงไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว
อังคณาชี้ว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นต้นตอของความรุนแรงในชายแดนภาคใต้คลาดเคลื่อน หรือผิดไปจากข้อเท็จจริง แต่ที่ทุกคนกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ ความไม่ชัดเจนในรายละเอียดของข้อกฎหมายที่ครอบคลุมไปยังคดีความมั่นคงในพื้นที่ด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบ และคดีความมั่นคงอื่นๆ
ทั้งนี้ มองว่าเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของความมั่นคง ที่ไม่สามารถเอามารวมกับความขัดแย้งทางการเมืองได้ แม้จะมีบางประเด็นที่อาจมีความพยายามจะนำมาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองได้ แต่เหตุการณ์ชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ชาวบ้านต่างค้างคาใจมานาน และทุกคนรอการสะสางให้เกิดความยุติธรรม
"รัฐบาลและผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ต้องทำความเข้าใจใหม่กับคำว่าปฏิรูปและความปรองดอง เพราะสิ่งที่ทำอยู่นั้น ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง หรือใกล้เคียงกับคำว่าปรองดอง หรือการให้อภัยแม้แต่น้อย การให้อภัยไม่ใช่แค่การกอดคอกันร้องไห้แล้วจบ แต่ต้องมีกระบวนการพูดคุย ยินยอมด้วยความเต็มใจ เพื่อดำรงให้ความยุติธรรมยังมีอยู่จริงในพื้นที่" อังคณาอธิบาย
เช่นเดียวกับ สิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ เลขาธิการศูนย์ทนายความมุสลิม ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำคดีในพื้นที่มาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี มองว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งยังมีความคลุมเครือในหลายประเด็น ซึ่งต้องมองย้อนไปดูเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกที่มีการรับหลักการ เป็นเรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง กระทั่งมีการแก้ไขจนกลายเป็นความเสี่ยงที่จะนำคดีความมั่นคงในพื้นที่ไปรวมด้วย ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ผลที่ตามมาคือการทำลายกระบวนการสันติภาพ
ประเด็นที่หนักใจมาก คือ จะเข้าข่ายกลายเป็น "วัฒนธรรมปล่อยคนผิดลอยนวล" ตอกย้ำรากเหง้าของปัญหาไฟใต้ที่มีความอยุติธรรมมาเป็นปมความขัดแย้งยิ่งขึ้น อาทิ คดีซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่ 335 ราย อยู่ระหว่างการทำคดีความ หากผ่านออกมาเท่ากับไม่มีคนผิดแม้แต่รายเดียว จึงไม่สามารถนำประเด็นความมั่นคงชายแดนภาคใต้เข้ามาพ่วงได้เลย เพราะมีความต่างกัน หากนำมารวมจะส่งผลกระทบต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ทันที
ในมุมของ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ยอมรับว่า คลุมเครือในบางประเด็น และเป็นประเด็นสองแง่สองมุม ที่มีฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ และอีกฝ่ายเสียประโยชน์ โดยเฉพาะในมุมความมั่นคง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้ผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีคดีทั้งที่หลบซ่อนตัวในพื้นที่ และนอกประเทศพ้นผิดไปด้วย เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ ในแง่ความรู้สึกลึกๆ แล้วแค่นี้ยังไม่จบแน่ โดยเฉพาะความรู้สึกของผู้สูญเสียจะกลายเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกอยุติธรรม
.............................
(หมายเหตุ : เสียงนกหวีดจากแดนใต้'อย่าปล่อยคนผิดลอยนวล' : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)



