ข่าว

'ประยุทธ์'หวั่นม็อบเดือด!งดภารกิจ

'ประยุทธ์'หวั่นม็อบเดือด!งดภารกิจ

07 พ.ย. 2556

'ประยุทธ์' หวั่นม็อบต้าน 'นิรโทษ' เดือด ยัน 'ปู' ไม่ใช้ทหารปราบม็อบ ด้าน 'ผบ.ทอ.' ชี้ 'รบ.' ยอมถอยลดอุณหภูมิการเมือง สั่งตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ 'พระวิหาร'

 

                         7 พ.ย. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ยกเลิกภารกิจเดินทางไปร่วมงานการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธี กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียนครั้งที่ 23 และการประชุมผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในระหว่างวันที่ 7 - 10 พ.ย. 56 อย่างกะทันหัน โดยมอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปร่วมงานแทน เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มผู้ต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงต้องการอยู่ติดตามสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ในการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันในช่วงเช้าที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ได้มีการกำชับให้กำลังพลจับตาสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยตลอดทั้งวัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ติดตามสถานการณ์ผ่านจอทีวีมอนิเตอร์ภายในกองทัพบก ทั้งนี้ในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยพร้อมสุนัขทหารได้มีการตรวจรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด โดยมีการใช้กุญแจล็อกปิดประตูด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทะลักเข้ามาภายในกองทัพบก ทั้งนี้ยังมีการสั่งห้ามไม่ให้ทหาร และสื่อมวลชนเข้าไปใกล้บริเวณรั้วด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เพราะเกรงว่า จะเป็นการให้ความสนใจกลุ่มผู้ชุมนุม และอาจเป็นการยั่วยุกลุ่มผู้ชุมนุมให้เกิดความวุ่นวายได้

                         รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 พ.ย. ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นประธานในการประชุมนั้น เป็นการประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุม เพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับทราบตามปกติ โดยทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานสถานการณ์การชุมนุม และยอดผู้ชุมนุมให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ โดยนายกฯไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลต่อสถานการณ์ แต่รู้สึกเป็นห่วงว่า จะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และขณะนี้นายกฯยังไม่มีคำสั่งที่จะให้ทหารออกมาดูแลความสงบเรียบร้อย เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทหาร และไม่อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของทหาร ทั้งนี้ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อมั่นว่า หลังจากนายกรัฐมนตรี มีการแถลงถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากการพิจารณาจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากหยุดเคลื่อนไหว เพราะมองว่า สาเหตุที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาชุมนุม เพียงเพราะต้องการต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีการถอนร่างพ.ร.บ.จึงน่าจะทำให้สถานการณ์การชุมนุมเบาบางลง เหลือเพียงผู้ชุมนุมกลุ่มเดิมที่มีเจตนารมณ์ต้องการขับไล่รัฐบาลเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงมองว่า มีจำนวนไม่มากเท่าไร

 

 

'ผบ.ทอ.' ชี้ 'รบ.' ยอมถอย 'นิรโทษ' ลดอุณหภูมิการเมือง

 

                         พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า สถานการณ์วันนี้เห็นชัดเจนว่าเป้าหมายแต่ละฝ่ายคล้ายคลึงกันเพื่อให้เกิดสันติสุข ความชอบธรรมภายใต้นิติรัฐ เพียงแต่กลยุทธและแนวทางปฏิบัติที่แต่ต่างกัน ซึ่งการชุมนุม 2 วันที่ผ่านมามีความชัดเจนมากขึ้นและจะมีความชัดเจนขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้  โดยกองทัพอากาศ (ทอ.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และเตรียมสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องการรักษาความสงบ ทั้งนี้ หากทุกคนเข้าใจเป้าหมายการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เชื่อว่าทุกคนจะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง จะไม่มีการปะทะ และสถานการณ์จะคลี่คลายไปได้แน่นอน เพียงแต่ขอให้ประชาชนอดทน

                         "การที่รัฐบาล และ ส.ว.แถลงจุดยืนคว่ำ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้ว น่าเป็นการลดสถานการณ์ความตึงเครียดได้ในช่วงนี้ ลดอุณหภูมิทางการเมือง และทำให้ทุกคนให้ความสำคัญการจะทำอะไรเกี่ยวกับกฎหมายจะต้องตรวจสอบหลักนิติรัฐและความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย"

 

 

ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ 'พระวิหาร'

 

                         พล.อ.อ.ประจิน ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยก่อนที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) จะมีคำตัดสินในคดีปราสาทพระวิหารระหว่างไทย - กัมพูชา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ว่า ทอ.ได้ตั้งคณะทำงานด้านการข่าว เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งการปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก เห็นได้ว่าเราต้องการให้ 2 ประเทศ มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อไป อยู่ด้วยกันอย่างสันติ เราพยายามให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจเจตนารมณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ ต้องรอดูภายหลังคำตัดสินของศาลโลกในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้จะมีผลอย่างไร ทั้งนี้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดสันติและอยู่ร่วมกันได้ ส่วนกรณีในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ กลุ่มที่ต่อต้านได้มีการนัดชุมนุมในพื้นที่เพื่อคัดค้านนั้น ในเรื่องนี้หากเราไม่พยายามทำให้เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนหรือบริเวณปราสาทพระวิหาร เชื่อได้ว่าเราสามารถเจรจาเพื่อหาทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาได้

 

 

ชมงาน 'นิทรรศการอาวุธ' สั่ง 'ทอ.' เรียนรู้เทคโนโลยีความก้าวหน้า

 

                         พล.อ.อ.ประจิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมชมงานนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านการทหารและความปลอดภัยระดับเอเชีย 2556 (Defense & Security 2013) ว่า ได้พบกับผู้แทนที่ได้มาออกนิทรรศการเป็นจำนวนมากและมีอุปกรณ์ที่ตรงกับความต้องการของกองทัพหลายประการ และเห็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เป็นตัวนำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเรื่องยุทธวิธี ดังนั้น ตนได้ให้ฝ่ายอำนวยการของกองทัพอากาศ (ทอ.) ได้เรียนรู้นำข้อมูลไปศึกษาเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยี ทั้งนี้ ทอ.สนใจเทคโนโลยีที่กำลังดำเนินการศึกษา และกำหนดเป็นแผนงานความต้องการ อาทิ อากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวี) ที่มีการใช้งานหลายด้าน ระบบการป้องกันตนเอง ระบบ เน็ตเวิร์คเซ็นทริค ที่เชื่อมโยงกำลังภาคพื้น กำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศ โดยมีการศึกษาต่อไปว่า เราจะสร้างให้เป็นเน็ตเวิร์คเซ็นทริคในส่วนของกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ จะมีรูปร่างหน้าต่างอย่างไร ซึ่งจากการชมงานวันนี้น่าจะเป็นพื้นฐานในการต่อยอดได้

                         พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมได้นำเทคโนโลยีหลายอย่างมาแสดงนิทรรศการ สภาอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงของบริษัทการบินไทยด้วย มีมาตรฐานในการใช้งานจริง อาจมีความแตกต่างในเรื่องความซับซ้อน แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีและการนำนวัตกรรมมาประกอบกันอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราน่าจะขึ้นไปอยู่ในชั้นแนวหน้าได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีต่างๆ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและภัยคุกคาม ดังนั้น เราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีให้พอเหมาะเพื่อรองรับงบประมาณได้ หากต้องการเทคโนโลยีที่สูงก็เป็นเรื่องลำบากในการหางบประมาณ ดังนั้น ทุกอย่างต้องให้พอดีกับบริบทพอดีกับงบประมาณที่สามารถจัดหาได้ 

                         "ทอ.มีโครงการในการปรับปรุงระบบเซ็นเซอร์เครื่องตรวจจับ ซึ่งระบบนี้ได้มีการจัดแสดงในนิทรรศการด้วย นอกจากนี้เราต้องการได้เครื่องฝึกนักบินในด้านพื้นฐานและการฝึกรบที่เป็นส่วนสำคัญ และระบบป้องกันฐานบิน ส่วนใหญ่ตรงกับความต้องการของ ทอ. แต่ก็ต้องไปตรวจสอบทีโออาร์ว่าตรงกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ หากมีงบประมาณเท่านี้จะจัดหาอะไรได้บ้าง"