
'หมูแฮม'ตีกอล์ฟ..สนองนี้ดส์
ขอเวลานอก : 'หมูแฮม-ธารินทร์' ตีกอล์ฟ..สนองนี้ดส์ : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง/ ภาพ กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร
"เวลามีอุปสรรคคุณพ่อมักบอกว่า ทำไมเราไม่เอาสิ่งที่ได้จากการเล่นกอล์ฟมาปรับใช้หรือแแก้ปัญหา เรียนรู้ให้มากขึ้น รู้จักตัวเองให้มากขึ้น..."
ใครไม่ชอบกินเผ็ดก็ยากที่จะรู้ว่ารสชาติของความ "แซบ" เป็นอย่างไร เช่นเดียวกับคนไม่เคยจับไม้กอล์ฟแล้วออกแรงหวดย่อมเข้าไม่ถึงอารมณ์ยามเมื่อลูกกลมๆ พุ่งทะยานสู่จุดหมายเป็นแน่...จริงเท็จประการใดให้ไปถามเอาความจากหนุ่มไฟแรง "หมูแฮม" ธารินทร์ ธนากิจอำนวย ผู้ช่วยผู้จัดการแบรนด์เสื้อผ้า "คาเมลแอคทีฟ" รายนี้กำลังอินเลิฟสุดๆ กับการออกรอบชนิดที่ (แทบ) ไม่มีเวลาปันใจให้กิจกรรมยามว่างอื่นๆ กันทีเดียว
อะไรทำให้ชายหนุ่มวัย 24 ปี พ่วงตำแหน่งลูกชายคนเล็กและคนเดียวของ ปิยะ-มยุรฉัตร ธนากิจอำนวย นักธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายใหญ่ของไทย ลุ่มหลงกีฬาพิสูจน์ความอึดและแม่นถึงเพียงนี้ ช่วงสายของวันสบายๆ ที่สนามฝึกไดรฟ์กอล์ฟ "ออลสตาร์ กอล์ฟ คอมเพล็กซ์" ย่านเหม่งจ๋าย หนุ่มรูปร่างกำยำสลัดชุดผู้บริหารชั่วคราว แล้วแบกถุงกอล์ฟประจำตัวออกมาทักทาย แต่ก่อนจะจัดเต็มวงสวิงให้ยล โปรกอล์ฟสมัครเล่นก็เปิดอกพูดคุยถึงกีฬาโปรดให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า แม้ตอนนี้จะกำลังง่วนอยู่กับการเข็นและปรับลุคคาเมลแอคทีฟให้เข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ ทุกช่วงวัย แต่สิ่งที่ผูกติดกับชีวิตเรื่อยมาคือ "กอล์ฟ" ซึ่งคุณพ่อพาไปสร้างความคุ้นเคยตั้งแต่จำความได้ พอโตขึ้นแม้ภาระหนักด้านการเรียนจะเข้ามาแทนที่แล้วเริ่มห่างหาย แต่สุดท้ายก็ยังมีโอกาสกลับมาฟื้นฝีมืออย่างจริงจังอีกครั้งหลังจากไปคว้าใบปริญญาหลักสูตรควบด้านเศรษฐศาสตร์ และภาษาจีน จากคอลเลจ ออฟ เดอะ ฮอลลีครอสส์ สหรัฐอเมริกา
"เรียบจบกลับมาพ่อให้คิดว่าอยากทำอะไร ก็คิดว่าอยากทำตามใจตัวเองบ้าง เพราะผมตามใจในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ทำมาโดยตลอด กอปรกับเห็นตัวอย่างจากหลายคนว่า บางทีจบปุ๊บรีบกระโดดไปทำงานกับครอบครัวเลย บางครั้งอาจรู้สึกว่าไม่มีความสุข ในเมื่อใจเรายังไม่พร้อมที่จะทำงานก็น่าจะทำอะไรอย่างที่อยากทำก่อน ซึ่งสิ่งที่สามารถทำจริงจังได้ในระยะเวลาสั้นๆ ใน 1 ปี นั่นก็คือ "กอล์ฟ" เพราะก่อนหน้านี้ผมเล่นกอล์ฟอยู่แล้ว ตอนนั้น 5-6 ขวบก็โดนคุณพ่อลากไปสนามไดรฟ์แล้ว ไม่ชอบเลย รำคาญ และเบื่อมาก วันดีคืนดีผมหยิบไม้กอล์ฟคุณพ่อแล้วลองไปตีเล่น ปรากฏว่าตีได้ไกลมากจนผู้ใหญ่ชมว่าตีไกลว่าคนอื่นนะ จากนั้นก็เริ่มติดใจเลย ระยะหลังกลายเป็นว่าเป็นคนเอ่ยปากชวนคุณพ่อไปตีกอล์ฟเอง" หนุ่มนักเรียนนอกผู้มีวงสวิงในหัวใจ เล่าพร้อมกับยืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกาย
ระหว่างนี้เจ้าตัวเล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตต่อว่า เมื่ออยากเดินตามความฝันบนเส้นทางกอล์ฟแล้ว ก็อยากทำให้สุดๆ จึงขออนุญาตคุณพ่อไปอเมริกาอีกครั้ง เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในกอล์ฟคลับชื่อดังที่เดียวกับนักกอล์ฟระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ไทเกอร์ วู้ดส์, ฮันเตอร์ มาฮาน หรือ ริคกี ฟาวเลอร์ ซุ่มซ้อมอยู่ จะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญน่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ดี
"ได้เจอโปรระดับโลกตื่นเต้นมาก เรานั่งดูเขาซ้อมอยู่ห่างๆ ดูว่าเขามีเทคนิคพิเศษอะไรไหม เอาเข้าจริงไม่มีอะไรมากเลย ก็ซ้อมเหมือนคนทั่วไป เผลอๆ เล่นกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ เพียงแต่เขามีพรสวรรค์ รู้เกี่ยวกับกอล์ฟมากกว่าคนอื่น แต่ละคนเลยชิลมาก ยกเว้นไทเกอร์ วู้ดส์ คนเดียวเท่านั้น ที่เคร่งเครียดจนสังเกตได้ ไปอยู่ 3 เดือน วางแผนให้ตัวเองเลย เดือนแรกต้องเรียนเบสิกให้หมด เดือนที่สอง ต้องรู้เทคนิค เดือนสามต้องโปรเลย ปรากฏว่า 3 เดือนผ่านไปเบสิกล้วนๆ (ขำ)
"คือมันไม่ง่ายอย่างที่เราคิด คิดว่าไปเรียนกับสุดยอดแล้วจะเก่งเร็ว อยู่ที่ความเข้าใจของเรามากกว่า หลังจากนั้นผมก็รู้เลยว่ากอล์ฟไม่ได้อยู่ที่เราซ้อมหนักแค่ไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง หรือใช้ครูเก่งที่สุด หรือไปซ้อมที่สนามที่โปรดังๆ เขาเล่นกัน จริงๆ อยู่ที่ตัวเอง ความมานะของเราเองที่จะใช้ความคิดไปกับการตีแต่ละครั้งมากน้อยแค่ไหน แค่เราโฟกัสไม่กี่ชั่วโมงต่อวันก็จะได้อะไรมากกว่าสักแต่ว่าจะทำโดยที่เราไม่คิด" หมูแฮมเผย ขณะออกแรงหวดลูกอย่างต่อเนื่อง
ถึงจะมุ่งมั่นกับกอล์ฟจนบางครั้งคิดเลยเถิดไปไกลจะเป็นนักกอล์ฟอาชีพ แต่สุดท้ายหนุ่มช่างฝันและจริงจังกับชีวิตก็ต้องหยุดไว้เพียงการเล่นเพื่อออกกำลังกาย เพราะในวัย 24 ปี พบว่ามีภารกิจใหญ่เรื่องการสานต่อธุรกิจของครอบครัวที่คุณพ่อและคุณแม่สร้างไว้ให้ลูกๆ อยู่เบื้องหน้า อีกทั้งตัวเองก็เป็นลูกชายคนเดียวในจำนวน 3 คนของบ้าน ที่อนาคตต้องเป็นเรี่ยวแรงหลักในการดูแลทั้งกิจการและครอบครัว ชั่วโมงนี้เลยได้รับบัญชาให้เวียนเป็นผู้บริหารผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัททุกๆ 6 เดือน เพื่อหาความถนัดก่อนที่จะปักหลักกับแบรนด์ใด
แต่นั่นก็ใช่ว่าจะทำให้เขาละเลยระเบียบวินัยกอล์ฟ ทุกวันนี้ยังคงลับฝีมืออย่างมีระบบ ถ้าต้องออกรอบเช้าเขาต้องตื่นตีห้าครึ่ง แล้วเข้าฟิตเนสสร้างกล้ามเนื้อ ต่อด้วยพีราติส (คล้ายๆ โยคะ) บางครั้งฟิตมากหน่อยจะออกรอบถึง 5 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมฝึกซ้อมอีกสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง กลับถึงบ้านสองทุ่มก็ไม่อยากออกไปไหนแล้ว
"ตีกอล์ฟทำให้ชีวิตผมมีจุดมุ่งหมาย เปลี่ยนไลฟ์สไตล์เลย มีสาระ มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะเวลาเล่นถ้าไม่โฟกัสกับมัน ก็ทำให้เสียสุขภาพจิตมาก คิดตลอดทำไมตีไม่ดี อย่างนั้นอย่างนี้ พาลไปโทษนั่นนี่ เหตุนี้จึงต้องมีสมาธิกับมัน ตีแบบนี้ไม่ดีลองวิธีใหม่ดีไหม ใจเย็นลง พอทำได้ก็ตีได้ดีทุกหลุม พลาดได้แต่ต้องยอมรับมัน อยู่ที่ช็อตแก้ไขของเราว่าจะทำได้ดีขึ้นไหม ต้องขจัดปัญหาไปให้ได้ แล้วนำมาปรับใช้กับชีวิต อย่างเวลามีอุปสรรค คุณพ่อมักบอกว่าทำไมเราไม่เอาสิ่งที่ได้จากการเล่นกอล์ฟมาปรับใช้หรือแแก้ปัญหา เรียนรู้ให้มากขึ้น รู้จักตัวเองให้มากขึ้น จะไปกดดันตัวเองทำไม ความกลัวเป็นเพียงภาพลวงตา ก็แค่โฟกัสในสิ่งที่ทำ แล้วทำออกมาให้ดีที่สุด"
หน้าที่การงานที่โตขึ้นนำพาความเครียดมาให้ แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายได้คือการหาเวลาว่างทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่แน่นะ อาจได้ความคิดดีๆ เป็นกำไรกลับมาเหมือนหนุ่มตี๋คนนี้...



