
'ปชป.'ตั้งกระทู้อัด'นายกฯ'ปมนิรโทษฯ
'ปชป.' ตั้งกระทู้อัด 'นายกฯ' ปมนิรโทษฯ พร้อมจี้ถามแนวทางแก้ปัญหา-รับผิดชอบ ด้าน 'วราเทพ' แจงตอนนี้มีทางออกแล้ว วอนอย่าโยงเรื่องอื่นปลุกม็อบ
7 พ.ย.56 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงการแก้ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทย หลังจากที่พบว่ามีการชุมนุมเพื่อต่อต้านการออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพราะเป็ฯการออกกฎหมายเพื่อล้างความผิดให้กับบุคคลในครอบครัวของนายกฯ อีกทั้งที่ผ่านมายังมีพฤติกรรมสับขาหลอก ต่อการออกกฎหมายล้างความผิดจนทำให้สังคมมีความขัดแย้ง ดังนั้นนายกฯ จะปรับปรุงให้เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ใช่อำนาจเอื้อประโยชน์กับตนเองและครอบครัวอย่างไร เพื่อยุติขัดแย้ง ทั้งนี้ทำไมนายกฯ ไม่มาชี้แจงเองแต่กลับส่งพวกพ้อง ที่ตอขอใช้คำว่า พวกใช้แรงงานทางการเมือง
โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ที่ผ่านมา นายกฯได้ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ยึดถือประโยชน์ของส่วนใหญ่ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าพบประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 เพื่อบังคับใช้กับผู้มีอำนานรัฐอีกประมาณ ง 50 - 70 ตำแหน่ง
จากนั้นนายจุรินทร์ กล่าวว่าหากตั้งใจจะปราบโกงจริง ทำไมต้องออกกฎหมายล้างผิดให้คนโกง การกระทำดังกล่าวสังคมไม่เชื่อ เพราะไม่จริงใจ อย่างไรก็ตามนายกฯ เรียกร้องให้ใช้เวทีสภาฯ แก้ปัญหา แต่ทำไมนายกฯ ถึงเป็นคนแรกๆ ที่ไม่ได้เข้าสภา ทั้งนี้ตนเชื่อว่าสิ่งที่นายกฯ แถลงเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ต้องการนำประเทศพ้นความขัดแย้ง หรือวิกฤต จะไม่สามารถทำได้จริง
ต่อจากนั้น เป็นกระทู้ถามสดของ นายประเสิรฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกฯ ต่อประเด็นความรับผิดชอบในหน้าที่ของนายกฯ ต่อการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายประเสริฐอภิปรายเพื่อประกอบการซักถามนั้น ได้มีการพาดพิงถึงนายกฯ ว่าการออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ต่อกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นการท่องสคริปต์แบบนกแก้วนกขุนทอง เพราะมีเหตุการณ์จวนตัวจนต้องออกมารักษาเก้าอี้
อย่างไรก็ตามต่อการออกกฎหมายนิรโทษกรรม นายกฯจะมีการรับฟังความเห็นขอบบุคคลที่ออกมาประท้วงหรือไม่ ทำให้ถูกส.ส.เพื่อไทยประท้วง อาทิ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ ส.ส.กทม. ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ ทั้งที่ผู้ถามกระทู้ รู้ดีว่ากระทู้ถามที่ดี ที่ถูกต้องมีลักษณะเช่นไร แต่การตั้งคำถามกลับมีลักษณะของการเสียดสี ไม่ได้ประโยชน์กับประชาชน ขณะนี้มีการชุมนุมอยู่ข้างนอก ควรถามสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่เล่นแต่การเมือง
จากนั้นนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงแทนนายกฯว่า หากสภาฯตั้งสติ คิดเป็นกลาง จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ และทราบถึงแนวคิดของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล สำหรับคำถามที่ทำให้ดูเหมือนว่านายกฯ ต้องแถลงเพราะต้องการรักษาเก้าอี้ ทั้งที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องให้นายกฯแถลงท่าที แต่เมื่อนายกฯแถลงท่าทีแล้วก็มาบอกว่าไม่ควรออกมา สำหรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตนคิดว่านายกฯได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากให้บ้านเมืองมีปัญหาขัดแย้ง ส่วนกระบวนการต่อจากนี้ คือ วุฒิสภาจะต้องพิจารณา และตนอยากให้ส.ว. พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยด่วน
“รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนและตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นต้องทำตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานของพี่น้องส่วนใหญ่ ส่วนความเห็นต่างเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขณะนี้มีทางออกและทางลง ขออย่าซ้ำเติม นำเรื่องอื่นมาโยงกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพื่อให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลออกมา” นายวราเทพ กล่าว
'ปชป.' เตรียมเปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศธ.ค.นี้
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานประสานงานมวลชนพรรค เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศไทยของพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังจากที่คณะทำงานออกเดินสายพบปะรับฟังความคิดเห็นจากผู้อาวุโสและฝ่ายต่าง ๆ ของบ้านเมืองแล้ว ขณะนี้คณะทำงานได้จัดทำข้อสรุปเบื้องต้นและจะนำเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใน 3 เรื่องเร่งด่วน เพื่อกำหนดเป็นนโยบาย วาระประชาชน และวาระประเทศต่อไป คือ 1.การปรับโครงสร้างอำนาจรัฐกับภาคประชาสังคม ลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน แก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน การคอร์รัปชั่น และกระบวนการทางยุติธรรม เช่น การปฏิรูประบบรัฐตำรวจ และอัยการ เป็นต้น 2.โครงสร้างการปฏิรูปพลังงานและทรัพยากรของประเทศ และ3.การแก้ปัญหาคดีคอร์รัปชั่น โดยเสนอให้ไม่มีอายุความหรือมีอายุความที่สูงขึ้นตามลำดับความร้ายแรงของคดี
ด้านนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค ในฐานะเลขานุการคณะทำงานฯ กล่าวถึงการปฏิรูประบบตำรวจว่า คณะทำงานได้นำโครงสร้างของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ที่เสนอไว้ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นตัวตั้งในเรื่องของการแต่งตั้งคัดเลือกบุคคลอย่างเป็นธรรม ป้องกันการรวบอำนาจจากนักการเมืองและการซื้อเก้าอี้ตำแหน่ง อีกทั้งจะใช้รูปแบบจากประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศที่ประสบผลสำเร็จมาเป็นรูปแบบการกระจายอำนาจตำรวจจากส่วนกลางไปยังท้องถิ่น โดยประชาชนในท้องถิ่นนั้นมีสิทธิ์ส่งตัวแทนและลูกหลานในท้องถิ่นนั้น ๆ มาดูแลบ้านและชุมชนของตัวเอง อีกทั้งยังมีการคานอำนาจและตรวจสอบพฤติกรรมในแต่ละชุมชนท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ เป็นต้น ซึ่งคณะทำงานคาดว่าจะสามารถสรุปร่างปฏิรูปประเทศไทย และนำเสนอต่อสังคมได้ในเดือน ธ.ค.นี้



