ข่าว

'ยัสเซอร์ อาราฟัต'ถูกวางยาพิษ!

'ยัสเซอร์ อาราฟัต'ถูกวางยาพิษ!

07 พ.ย. 2556

นักวิทย์สวิตเซอร์แลนด์ สรุปว่าอดีตปธน.ผู้ล่วงลับของปาเลสไตน์ 'ยัสเซอร์ อาราฟัต' เสียชีวิตเนื่องจากถูกวางยาพิษ โดยพบสารกัมมันตรังสีโพโลเนียมปริมาณสูงในกระดูก

 

                         7 พ.ย. 56  สำนักข่าวอัลจาซีร่า รายงานโดยอ้างอิงจากรายงานผลการชันสูตรศพนายอาราฟัต โดยศูนย์นิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซานน์ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า อดีตผู้นำปาเลสไตน์ ที่เสียชีวิตเมื่อปี 2547 ขณะมีอายุ 75 ปี อาจเสียชีวิตด้วยสารพิษ เนื่องจากตรวจพบโพโลเนียม-210 ปริมาณสูงเกินคาด จากตัวอย่างที่ได้จากศพที่ถูกขุดขึ้นมาเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อตรวจพิสูจน์ แต่รายงานไม่ได้สรุปว่า ถูกวางยาพิษได้อย่างไร และเป็นฝีมือของใคร

                         รายงานความยาว 108 หน้า ระบุว่า พบสารโพโลเนียม-210 ในปริมาณสูงถึง 18 เท่าของระดับปกติในกระดูกและอุ้งเชิงกรานของอาราฟัต และดินที่เปื้อนตามศพ ทำให้มีความมั่นใจมากถึง 83% ว่า อาราฟัต ถูกวางยา สนับสนุนข้อสันนิษฐานว่า พลูโตเนียม เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต

                         ความพยายามสืบหาสาเหตุการตายอย่างปริศนาของนายอาราฟัต มีขึ้นหลังจากนางซูฮา ภรรยาของนายอาราฟัต สงสัยว่า เขาถูกฆาตกรรมด้วยการวางยาพิษ ไม่ใช่เสียชีวิตด้วยสาเหตุเลือดออกในสมองอย่างที่ระบุในรายงานการแพทย์ก่อนหน้านี้ และได้มอบของใช้ส่วนตัว เช่น หวี , แปรงสีฟัน และผ้าโพกศีรษะที่มีรอยเลือดให้สถาบันรังสีฟิสิกส์ของสวิตเซอร์แลนด์ตรวจสอบ และได้ผลสรุปปีที่แล้วพบว่า มีการปนเปื้อนโพลโลเนียม-210 ในระดับสูง จึงเรียกร้องให้มีการขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ไหม่

                         ทีมผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียและฝรั่งเศส ได้ตรวจสอบตัวอย่างจากศพอาราฟัตด้วย แต่ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานสรุป  

                         นายอาราฟัต เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทหารในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อเดือน พ.ย. 47 หลังถูกนำตัวส่งโดยทางเครื่องบินจากกองบัญชาการในเมืองรามัลเลาะห์ เพราะสุขภาพทรุดหนัก โดยมีภาวะเลือดออกในสมองปริมาณมาก โดยแพทย์ไม่อาจระบุสาเหตุได้ ชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่เชื่อว่า อิสราเอลอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษสังหารอาราฟัต แต่กระทรวงต่างประเทศอิสราเอล บอกว่า ผลการตรวจสอบของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเพียงละครมากกว่าวิทยาศาสตร์

                         สารโพโลเนียม-210 เป็นสารกัมมันตรังสีชนิดเดียวกับที่ถูกพบว่า เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของนายอเล็กซานเดอร์ ลิทวิเนนโก้ สายลับชาวรัสเซีย ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษเมื่อปี 2539

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)