ข่าว

'ผบ.ตร.'ย้ำตร.ใช้ความอดทนคุมม็อบ

'ผบ.ตร.'ย้ำตร.ใช้ความอดทนคุมม็อบ

07 พ.ย. 2556

'ผบ.ตร.' เน้นย้ำตร.ใช้ความอดทนดูแลความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุม สั่งทุกสน.ใช้กม.เคร่งครัดเด็ดขาด 13 จุดบังคับ ลั่นพร้อมใช้ 'แก๊สน้ำตา' หากม็อบรุกเขตพรบ.มั่นคงฯ

 

                       7 พ.ย.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เน้นย้ำกำลังตำรวจผู้ปฏิบัติให้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการทำหน้าที่ทำตามแผนดูแลความสงบเรียบร้อย (กรกฎ 52) อย่างเคร่งครัดชอบธรรม ยึดหลักตามกฎหมายทำให้สังคมยอมรับ หากสามารถทำได้จะคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ไปในทางที่ดี ส่วนผู้ชุมนุมก็ต้องเคารพกฎหมายด้วย

                       ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงกลุ่มนักศึกษาที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่รัฐสภาเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า ตำรวจจะยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะรัฐสภาเป็นพื้นที่ตามประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง หากจะส่งตัวแทนเข้าไปต้องพิจารณาจากสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งตำรวจนครบาลเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ และไม่รู้สึกกังวลอะไร ส่วนเรื่องมือที่ 3 อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สำหรับเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้พื้นที่ตามประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง มากขึ้น จะต้องพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งตามแผนจะให้ความสำคัญในสถานที่สำคัญทางราชการเป็นหลักคือ ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกำหนดขอบเขตดูแลการปฏิบัติกองร้อย ควบคุมฝูงชนรอบทำเนียบและรัฐสภาจำนวน 13 จุดด้วยกันเรียกว่า ที่ทำการส่วนหน้า (ทก.สน.) ดูแลเข้ม 24 ชั่วโมง ดังนี้

 

๑.ทก.สน.ชมัยฯ
๒.ทก.สน.วัดเบญจฯ
๓.ทก.สน.ราชวิถี
๔.ทก.สน.ขัตติยานี
๕.ทก.สน.การเรือน
๖.ศปก.รัฐสภา
๗.ทก.สน.โค้ง ปตท.
๘.ทก.สน.พล๑
๙.ทก.สน.วังแดง
๑๐.ทก.สน.สวนมิกฯ
๑๑.ทก.สน.มัฆวาน
๑๒.ทก.สน.อรทัย
๑๓.ศปก.ทำเนียบฯ

 

'ผบ.ตร.' ลั่นใช้ 'แก๊สน้ำตา' หากรุกเขตพ.ร.บ.มั่นคงฯ

 

                       พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังเข้ารายงานกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ว่า อยู่ในกรอบที่สามารถดูแลได้ ส่วนการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะเน้นดูแลการจราจรเป็นหลัก เพราะขณะนี้ได้รับรายงานล่าสุดว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์จะเคลื่อนขบวนไปรวมตัวกันที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งถ้าบุกเข้ามาในเขต พ.ร.บ.ความมั่นคง เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และต้องรักษาพื้นที่ให้ได้ ประกอบกับขณะนี้มีรายงานเข้ามาตนจึงเป็นห่วงสถานการณ์ จึงต้องนำกำลังเข้ามารักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล

                       เมื่อถามว่าจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมเข้มบริเวณโดยรอบทำเนียบจนถึงวันที่ 11 พ.ย.นี้หรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เราพยายามดูแลให้เรียบร้อยที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่และปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อดูแลประชาชน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องของการใช้แก็สน้ำตานั้น เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าหากมีความจำเป็นในเรื่องสถานการณ์ความไม่มั่นคง ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้เหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นยุติ เมื่อถามย้ำว่าเมื่อกลุ่มชุมนุมบุกเข้ามาทำเนียบ จำเป็นต้องใช้แก็สน้ำตาหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าก็เป็นขั้นตอนของเราอยู่แล้ว

                       พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบรัฐบาลเป็นกองกำลังตำรวจตามแผน ทั้งหมด 40 กองร้อย แต่จำนวนไม่ถึง 1 หมื่นนาย อยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 นาย สำหรับการชุมนุมที่บริเวณราชดำเนินรัฐบาลยังไม่มีการขยาย พ.ร.บ.ความมั่งคงฯเพิ่มเติม เนื่องจากอยากให้โอกาสในการเข้ามาพูดคุยกันก่อน เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรีได้มีการประเมินสถานการณ์ในที่ประชุมหรือไม่ว่าหลังจากวันไหนการชุมนุมจะเบาบางลง พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รายงานว่ามั่นใจกับสถานการณ์ ส่วนจะมีการประกาศพื้นที่ พ.ร.บ.คงวามมั่นคงฯหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การชุมนุม แต่ยืนยันว่าเราจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เท่าที่จำเป็น เพราะการประกาศไม่กระทบกับประชาชน แต่เป็นผลดีกับประชาชน ซึ่งถ้าไม่ประกาศใช้ ผู้ชุมนุมก็จะมาปิดล้อมซึ่งรัฐบาลและรัฐบาลก็จะไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงจะสร้างความเสียหายมากกว่านี้ แต่เมื่อเราใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในเขตพื้นที่ที่จำกัดทั้งรัฐบาลและรัฐสภา สามารถที่จะบริหารบ้านเมืองได้ และเป็นผลประโยชน์กับบ้านเมืองมากกว่า

                       “ตอนนี้ห่วงสถานการณ์มือที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวาย ซึ่งการที่กลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มจะมาร่วมตัวกันชุมนุม ก็ต้องค่อยๆ ดูสถานการณ์กันต่อไป ยืนว่าว่ากำลังขอเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้ก็มีกำลังใจดี” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

 

ห่วงอาชญากรรมช่วงม็อบการเมือง สั่งคุมเข้ม 'ร้านทอง-ธนาคาร-ร้านสะดวกซื้อ'

 

                       วันเดียวกัน พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า ตำรวจพร้อมรับมือการยกระดับชุมนุมกลุ่ม คปท. และกลุ่มคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ว่าจะเคลื่อนไปจุดไหนก็ตามมีกำลังดูแลเต็มที่เพียงพอยัง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังตำรวจ

                       "ผบช.น.เน้นย้ำดูแลพื้นที่หวงห้ามและจุดเสี่ยง สถานที่สำคัญเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาจะไม่ยอมให้ม็อบเข้าใกล้พื้นที่เด็ดขาดผู้ที่ฝ่าฝืนมีความผิด พ.ร.บ.มั่นคง นอกจากนี้ยังตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อยกลุ่มกองทัพธรรม และกองทัพประชาชน บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานผ่านฟ้าลีลาศไม่ให้ผู้ชุมนุมรุกล้ำเขตประกาศหวงห้ามพร้อมจับตามือที่สามที่อาจเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย" พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวและว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะตรวจเยี่ยมกำลังผู้ปฏิบัติในพื้นที่จุดต่างๆสร้างขวัญกำลังใจแก่ตำรวจทุกนาย

                       รองผบช.น. กล่าวว่า กำลังตำรวจในพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในระยะนี้เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองแต่ก็ไม่เพิกเฉยสั่งการตำรวจท้องที่ สั่งการสายตรวจและจราจรทุกท้องที่ดูแลเข้มงวดเรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ธนาคาร ร้านทอง และร้านสะดวกซื้อ ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงในการก่อเหตุเป็นการป้องปรามคนร้ายที่จะใช้โอกาสนี้ในการก่อเหตุ โดยเชื่อด้วยว่า การทำหน้าที่ของตำรวจจราจรในจุดต่างๆนั้น จะสามารถสกัดจับคนร้ายได้ทันท่วงที หากมีการก่อเหตุในพื้นที่พร้อมสั่งการชุดจู่โจมประสานอาสาสมัครชุมชนเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ในช่วงที่มีการชุมนุม