
มติวิปรบ.ถอน'นิรโทษ-ปรองดอง6ฉ.'พ้นสภาแล้ว!
'จุรินทร์-จุฤทธิ์'จี้ 6 ส.ส.เสนอร่างปรองดองเข้าสภาฯ ถอนเรื่องออกจากวาระ ล่าสุดมติ'วิปรัฐบาล'ถอนร่าง'นิรโทษฯ-ปรองดอง 6 ฉบับ จากสภาแล้ว
6 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า มติวิปรัฐบาลเห็นด้วยกับการให้ถอนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ทั้ง 5 ฉบับ ซึ่งถูกเสนอโดย นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ร่วมทั้งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามที่พรรคฝ่ายค้านได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุม
ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมและ พ.ร.บ.ปรองดอง ที่ถอนออก ทั้ง 6 ฉบับแล้ว ได้แก่
1. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... เสนอโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคมาตุภูมิ และส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ หลายพรรค รวม 35 คน
2. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... เสนอโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และส.ส.จากพรรคเพื่อไทย รวม 74 คน
3. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... เสนอโดย นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และส.ส.จากพรรคเพื่อไทย รวม 21 คน
4. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... เสนอโดย นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และส.ส.จากพรรคเพื่อไทย รวม 50 คน
5. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... เสนอโดย นายเฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย (ยังไม่ได้บรรจุเข้าในวาระการประชุมของสภา)
6. ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... เสนอโดย นายนิยม วรปัญญา สมาชิสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และส.ส.จากพรรคเพื่อไทย รวม 23 คน
ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะวิปรัฐบาล กล่าวเสริมว่า กระบวนการถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น จะเกิดขึ้นในการประชุมสภาฯ วันที่ 13 พ.ย. รวมถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่เสนอโดยนายนิยม และนายนิยมได้ทำหนังสือขอถอนร่างดังกล่าวอกจากระเบียบไปแล้วก่อนหน้านี้ สำหรับที่มาของมติวิปรัฐบาลนั้น ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับผู้เสนอร่างทุกคนแล้ว ซึ่งทุกเห็นชอบด้วยกับวิปรัฐบาล ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและไม่ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์นำประเด็นไปตีกินทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยเพื่อหามติกรณีที่วุฒิสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับที่สภาฯ เห็นชอบ นายชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ตามกระบวนการหากวุฒิสภามีมติยับยั้งร่างกฎหมายที่เสนอ จะต้องเว้นวรรคการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ไป 180 วัน และพ้นกำหนดทางสภาฯ จะหยิบยกมาพิจารณาหรือไม่ก็ได้ ถ้าหากสภาฯ ไม่ได้หยิบยกมาพิจารณาก็เสมือนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวตกไป หรือหากพิจารณาสถานการณ์การเมืองแล้วพบว่า มีความขัดแย้งสภาฯอาจจะยกมาพิจารณาเพื่อยืนยันให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้นตกไปได้ แต่กระบวนการของรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เปิดช่องให้มีการถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
“ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 149 ระบุไว้ชัดว่า ร่างกฎหมายใดที่มีการยับยั้งโดย ส.ว. ช่วงเวลานั้นห้ามนำร่างกฎหมายที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันมาพิจารณาไม่ได้ อีกทั้ง ตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 56 กำหนดชัดเจนด้วยว่า ญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติที่มีหลักการเช่นเดียวกันเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน ดังนั้นร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ตามที่จะมีผู้เสนอเข้ามา ในสมัยประชุมสภาสามัญทั่วไปนี้ไม่ได้อีก” นพ.ชลน่าน กล่าว
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ฐานะวิปรัฐบาล ระบุว่า ทางผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า จะไม่มีการยืนยันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่ ส.ว.มีมติคว่ำร่าง
"ปชป.-พท."เห็นร่วมให้"สว."รับหลักการร่าง"นิรโทษกรรม"แล้วแก้ไขเนื้อหา เชื่อแก้วิกฤติขัดแย้ง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ช่วงปรึกษาหารือ นายอลงกร พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน (พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) ที่เตรียมจะเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาของวุฒิสภา ในวาะแรก ว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าว ส.ว.มีแนวทางพิจารณา 3 แนวทาง คือ เห็นด้วย, ไม่เห็นชอบ และแก้ไขเนื้อหา ซึ่งตนมองว่า วุฒิสภาควรเห็นชอบ แล้วแก้ไขเนื้อหาของร่างกฎหมาย ด้วยกระบวนการตั้งกรรมาธิการเต็มสภาฯ แก้ไขโดยให้กลับไปเป็นตามร่างกฎหมายที่ถูกเสนอมาในชั้นรับหลักการของสภาผู้แทนราษฎร เชื่อว่า วิธีดังกล่าวจะเป็นตัวเลือกที่นำไปสู่ทางออกของความขัดแย้งที่เกิดจากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ตามขั้นตอนเมื่อ ส.ว.แก้ไขแล้ว จะต้องส่งร่างกฎหมายให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบตามที่ ส.ว.แก้ไข ก็จะเข้าสู่กระบวนการตราเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ และจะเป็นการหยุดยั้งความขัดแย้งและเพื่อให้รัฐบาลและสภาฯ เสียงข้างมากได้ยืนยันถึงจุดยืนที่ได้รับปากไว้ว่า จะแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งของชาติ ว่าจะกลับไปใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเดิม ไม่ใช่ใช้ฉบับที่เหมาเข่ง
ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หารือโดยเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายอลงกรณ์ พร้อมให้เหตุผลว่า หากใช้วิธีดังกล่าวจะไม่ให้ร่างกฎหมายดังกล่าวที่ผ่านสภาฯ เสียเปล่า ส่วนจะแก้ไขเนื้อหาอย่างไรเป็นดุลยพินิจของ ส.ว. การดำเนินการในสภาฯ ทั้ง 2 สภาฯ เป็นสิ่งที่ชอบ เพราะเป็นการดำเนินการในระบบรัฐสภา โดยส่วนตัวต้องการเห็นการทำงานในสภาฯ มากกว่าการใช้เวทีนอกสภาฯ กดดัน ทั้งนี้ รัฐสภาถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างความสงบให้กับสังคมได้
"จุรินทร์-จุฤทธิ์" จี้ 6 ส.ส.เสนอร่างปรองดองเข้าสภาฯ ถอนเรื่องออกจากวาระ
ด้าน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้าน, นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้หารือและเรียกร้องให้ผู้ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ทั้ง 6 ฉบับ ได้แก่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากระเบียบวาระ เพื่อยุติความคลางแคลงใจของสังคมต่อการหยิบยกร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกันกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่เป็นชนวนสร้างความขัดแย้งให้กับสังคม ทั้งนี้ ได้เรียกร้องนายเจริญประสานไปยังผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวให้พิจารณาถอน ทั้งนี้นายเจริญ กล่าวว่า ตนจะไปประสานงานตามข้อเรียกร้อง
"นิยม"ยื่นเรื่องให้สภาฯเห็นชอบถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมออกจากวาระ อ้างเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายนิยม ได้ยื่นเรื่องต่อสภา เพื่อขอถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 53 โดยให้เห็นผลว่าเพื่อไม่ให้รัฐสภาเสียเวลาพิจารณาของสภาฯ ทั้งนี้ตามขั้นตอนจะต้องให้ที่ประชุมสภาฯ ลงมติเห็นชอบก่อน การถอนเรื่องดังกล่าวจึงจะมีความสมบูรณ์



