
คปท.เคลื่อนทัพ7พ.ย.-'ม็อบราชดำเนิน'ไม่ถอย
คปท.ยันเคลื่อนทัพ 7 พ.ย.รุกไล่'ยิ่งลักษณ์'เมิน'วุฒิฯ'ถอยร่าง'นิรโทษกรรม' เล็งฟ้อง'ธาริต'ใส่ร้าย ด้าน'ม็อบราชดำเนิน'ยันชุมนุมต่อจนกว่า'รบ.'ถอนกม.พ้นสภา
6 พ.ย.56 นายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายนักศึกษา ประชาชน ปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วยคณะแกนนำนักศึกษา แถลงว่า ในเช้าวันที่ 7 พ.ย.นี้ กลุ่มนักศึกษาและประชาชน ในนามคปท. จะมีการเคลื่อนขบวนเดินเท้าร่วมกับภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด เพื่อยกระดับขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แน่นอน ส่วนจะเป็นจุดหมายที่ใดนั้น จะมีการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการก่อนการเคลื่อนขบวนในวันที่ 7 พ.ย.นี้
นายอุทัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักศึกษาที่เคลื่อนขบวนให้เป็นอย่างดี เนื่องจากได้รับแจ้งมาว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจจะเข้ามากระทำการบางอย่างให้ประชาชนบาดเจ็บ จึงขอร้องไปถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้แจ้งรายชื่อนายตำรวจและผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่การชุมนุม และควบคุมฝูงชน มายัง คปท.เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มชายชุดดำ หรือผู้ไม่ประสงค์ดีแฝงเข้ามาสร้างสถานการณ์
นายอุทัย กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมากล่าวหาว่า คปท. มีท่อน้ำเลี้ยงจากกลุ่มการเมืองนั้น ขอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่หน้าที่ของอธิบดีดีเอสไอ ที่จะเข้ามาตรวจสอบและกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ดังนั้น เร็ว ๆ นี้ คปท.จะไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี อธิบดีดีเอสไอ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากวุฒิสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แล้วจะยังชุมนุมต่อไปหรือไม่ นายอุทัย กล่าวว่า จุดยืนของ คปท. ในขณะนี้คือ การขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนั้น แม้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะตกไป หรือรัฐบาลยอมถอยก็ไม่มีความหมาย ส่วนจะมีแนวร่วมนักศึกษา ประชาชน ติดตามชุมนุมต่อไปหรือไม่ จะขอมติจากมวลชนอีกครั้ง
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม คปท.ยังคงปักหลักการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ เป็นวันที่ 28 ซึ่งตลอดทั้งวันยังมีแกนนำนักศึกษาทยอยกันขึ้นปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรีไปยังมวลชน โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเย็นเริ่มมีมวลชนทยอยมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวนอนค้าง ก่อนมีการเคลื่อนขบวนใหญ่วันที่ 7 พ.ย.ในเวลา 10.00 น.
"ม็อบราชดำเนิน"ยันชุมนุมต่อจนกว่า"รบ."ถอนกม.พ้นสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. บรรยากาศเวทีต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของเวทีปราศรัยได้มีการย้ายเวทีและเครื่องขยายเสียงขึ้นมาบริเวณบันไดหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขยายพื้นที่และรองรับประชาชนในการชุมนุม ซึ่งจากเดิมเวทีตั้งอยู่บริเวณถนนด้านล่าง ทำให้ในช่วงบ่ายวันนี้บนเวทีชุมนุมยังไม่มีกิจกรรมปราศรัยใด ๆ ด้านเต้นท์ครัวทำอาหารได้มีการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการผู้ชุมนุมอย่างหลากหลาย ทั้งนี้ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มีการเรียกประชุมการ์ด เพื่อกำชับและเตรียมความพร้อมในการรักษาระบบความปลอดภัยในบริเวณที่มีการชุมนุม
ต่อมาเวลา 14.00 น. ม.ล.อภิมงคล โสณกุล พร้อมด้วยนายเอกนัฏฐ์ พร้อมพันธ์ ส.ส.กทม.ปชป.ในฐานะโฆษกกลุ่มต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่วมกันแถลงถึงท่าทีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม โดยนายเอกนัฏฐ์ กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้ เข้าสู่การชุมนุมวันที่ 7 การชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากและเชื่อว่าเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ยืนยันว่า เวทีนี้จะเปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกกลุ่มที่ต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมทั้งมีการบริจาคเงินกว่า 6 ล้านบาทแล้ว จึงทำให้ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำระบบบัญชี ทั้งนี้ ฝากไปยังรัฐบาลและกลุ่มสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม ขอให้หยุดพฤติกรรมยุยงยุแหย่ผู้ชุมนุมที่มีแนวคิดคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งท่าทีของนายกรัฐมนตรีเป็นการเรียกแขกให้ทางกลุ่ม และวันนี้มีพฤติกรรมท้าทายเพิ่มมากขึ้น โดยพบป้ายที่มีข้อความหลายรูปแบบ แต่ความหมายในลักษณะสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมอยู่ตามถนนในกทม. ซึ่งรัฐบาลไม่มีความจริงใจรับฟังเสียงต่อต้านจากประชาชน จึงขอเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมชุมนุมให้มากขึ้นกับทางกลุ่ม
ม.ล.อภิมงคล กล่าวต่อว่า แกนนำได้พิจารณาถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และพรรคเพื่อไทย(พท.) เป็นเพียงละครตบตาประชาชน 3 ฉากต่อเนื่อง ซึ่งเพื่อไทยไม่มีอำนาจที่จะถอนกฎหมายนี้ เพราะได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้แล้ว การที่บอกว่าจะถอนเป็นการโกหกประชาชน ส่วนประธานวุฒิสภา ระบุว่า จะคว่ำกฎหมายนี้ในขั้นตอนวุฒิสภา ก็ไม่เป็นข้อเท็จจริง เพราะไม่สามารถทำได้ และเป็นการแช่แข็งเพื่อรอระยะเวลา 180 วันเท่านั้น และพร้อมคืนชีพได้อีกครั้ง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงประเด็น การไม่รับหลักการไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนี้จะตกไป ซึ่งยืนยันว่าจะไม่หยุดการคัดค้าน จนกว่ากฎหมายฉบับนี้รวมทั้งกฎหมายฉบับอื่นที่มีลักษณะเดียวกันจะถูกถอนออกจากสภา



