
'ปู'ย้ำเคารพมติ'วุฒิฯ'อยากให้บ้านเมืองสงบ
'นายกฯ'ย้ำจุดยืน'รบ.'เคารพมติ'ส.ว.'ชี้อยากให้บ้านเมืองสงบ ด้าน'ชัยเกษม'ระบุ'ม็อบต้านนิรโทษ'ออกไปแค่กลัวตกกระแส ขณะที่'ส.ว.'ชงเลื่อนพิจารณา'นิรโทษ'8พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 10.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และพรรคประชาธิปัตย์ยังประกาศเดินหน้าชุมนุมต่อ เพราะไม่เชื่อในจุดยืนของรัฐบาลต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ทั้งนี้ขอเรียนย้ำกับประชาชนว่ารัฐบาลได้แสดงจุดยืนแล้วที่ต้องการเห็นเจตนารมณ์ต่างๆ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน แม้รัฐบาลจะมีเสียงส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่ต้องการใช้เสียงส่วนใหญ่ไปบังคับหรือฝืนความรู้สึกของประชาชน เจตนาของรัฐบาลต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้น ขอย้ำว่ารัฐบาลในฐานะทำหน้าที่ฝ่ายบริหารก็ได้แสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ที่อยากให้ทุกฝ่ายรับฟังเสียงของประชาชน จึงได้ตัดสินใจแถลงการณ์ อย่างไรก็ตาม ในฐานะฝ่ายบริหารเราไม่สามารถก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติได้ โดยเฉพาะวุฒิสภาจะตัดสินอย่างไรรัฐบาลก็น้อมรับในคำตัดสิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ที่มีการยกระดับการชุมนุมโดยมุ่งขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าวันนี้เรากำลังพูดในสองประเด็น คือ เรื่องของพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน และประเด็นปัญหาทางการเมือง ซึ่งก็ต้องขอร้องว่า อยากให้มีการแสดงออกในเวทีที่ถูกต้อง และรัฐบาลต้องการให้บ้านเมืองของเรามีความสงบ ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงปลายปีแล้วรัฐบาลอยากให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดี และเป็นช่วงที่ต้องเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว จึงอยากขอความร่วมมือจากการชุมนุมในการแสดงออกทางความเห็นต่างๆ ว่า การชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพนั้นเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่ขอความกรุณาว่าให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองเป็นห่วงเรื่องการสัญจรไป-มา จึงอยากขอความร่วมมือในการชุมนุมว่ากรุณาอย่าปิดเส้นทางการจราจร
เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ในทางปฏิบัติทำได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่เคยบอกไปว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เสนอ เป็นร่างของฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ โดยทั้ง 3 สถาบันหลัก ทั้งอำนาจฝ่ายบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติ จะต้องแยกกันเพื่อเป็นการสร้างความสมดุล ทั้งนี้ รัฐบาลได้แสดงจุดยืนไปแล้วว่าเราพร้อมน้อมรับการตัดสินของวุฒิสภา
ต่อข้อถามว่า จะทำความเข้าใจอย่างไรกับกลุ่มที่สนับสนุนและเห็นด้วยกับการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็คงต้องขอให้ทุกฝ่ายใช้วิจารณญาน เพราะในข้อท็จจริงเรายังมีอีกหลายเสียงที่ยังไม่มีโอกาสได้พูดหรือแสดงความคิดเห็น
“วันนี้ขอให้อยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยดีกว่า เพราะเราทุกคนต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน ทุกคนอยากเห็นความรักความสามัคคีของเรา และเชื่อว่าความเจ็บปวดที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครอยากเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก รัฐบาลไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์เช่นนี้และนำไปสู่ความรุนแรง จึงได้ตัดสินใจแสดงจุดยืนให้ประชาชนได้รับทราบ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรในเมื่อกลุ่มผ้ชุมนุมยังมองว่าการแสดงเจตนารมย์ออกมานั้นเป็นแค่การสร้างภาพ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ว่าเราจะพูดอย่างไร ถ้าคนไม่เชื่อก็คงมองเจตนารมณ์ของเราไปอีกทาง วันนี้อาจจะไม่ชัดในเรื่องของการแสดงจุดยืน แต่ขอให้ติดตามดูต่อไปว่าการแสดงจุดยืนของรัฐบาลนั้นเป็นไปตามที่เราได้แสดงไว้หรือไม่
เมื่อถามว่า จะเป็นการช้าไปหรือไม่กับการแสดงจุดยืนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียนย้ำว่าทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล เราไม่อยากใช้กฎหมาย ไม่อยากใช้ความรุนแรง ดังนั้น วันนี้เวลาจะเป็นเครื่องทำความเข้าใจ เพราะบางอย่างไม่สามารถจบลงได้ทันที แต่เชื่อว่าเวลาและข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแบบตรงไปตรงมา แบบไม่มีอคติ หรือไม่มีปัญหาอย่างอื่นมาปะปนก็เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงวันนี้สบายใจขึ้นและหายเครียดแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบ พร้อมกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “พอแล้ว ตอบคำถามเยอะแล้ว”
"ชัยเกษม"ระบุม็อบต้าน นิรโทษฯ ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ออกไปแค่กลัวตกกระแส
นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ให้ความเห็นสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยว่า ขณะนี้ตนก็ยังเห็นด้วยที่จะให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อนับหนึ่งใหม่ แต่เหตุการณ์ที่มีการรวมกลุ่มคัดค้านของหลายเครือข่าย เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างมากยังทำความเข้าใจกับประชาชนไม่มากพอ ใครไม่เชื่อลองไปถามคนที่ออกไปม็อบและให้เจาะถามเป็นรายบุคคลว่า มีความเข้าใจกับกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างไร เพราะตนเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจแต่ออกไปม็อบเพราะกลัวตกกระแส อย่างไรก็ตาม เมื่อนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภาออกมาแถลงเพื่อให้เหตุการณ์คลี่คลายก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น หลังจากนี้หากจะเดินหน้าต่อจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้ชัดเจนไม่ใช่ปล่อยให้เถียงกันไม่จบ ไม่ใช่เดินเร็วโดยไม่ให้ความรู้ประชาชน ส่วนตัวยังไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตยข้างถนน
นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า ตนอยากเรียกร้องไปยังศาลให้เปลี่ยนแนวทางการตัดสินโดยต้องเห็นว่าการปฏิวัติเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธิปัตย์เป็นกระบวนการที่ไม่ชอบและต้องลงโทษให้หนักถึงลงโทษตลอดชีวิต เพื่อจำกัดผู้ก่อเหตุปฏิบัติให้ได้ และจะได้ไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ถ้าขณะนี้สังคมต้องการให้หยุดก็หยุด อยากจะอยู่กันแบบเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ก็อยู่กันไป พออยู่ไปได้ แต่ยังมีประเด็นติดขัดไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว โปรดอย่านำไปเขียนว่า ตนยังหนุนนิรโทษกรรมสุดซอย หลังจากนี้ขอให้เป็นเรื่องของสภาฯ แต่ส่วนตัวยังเห็นด้วยกับนิรโทษกรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านไม่ได้มีแค่ประชาชน แต่ยังมีกลุ่มนักศึกษา อาจารย์ รวมไปถึงกลุ่มตุลาการ นายชัยเกษม กล่าวว่า นักกฎหมาย 2 คน คุยกันยังไม่เข้าใจตรงกันทุกประเด็น บ้านเรามีปัญหา เพราะนักกฎหมายที่ภาคการศึกษาผลิตคนมาไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะจริยธรรม ปล่อยให้เอาเหตุผลเข้าข้างตัวเองมาอธิบายกฎหมาย หลังการปฏิวัติก็จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มาจากพรรคพวกตัวเอง และคนที่มีความเห็นเป็นปฏิปักษ์มาเป็นกรรมการ ทำให้ตนซึ่งก็ถูกกล่าวหาจาก คตส.ด้วย ก็ไม่ยอมรับการทำงานตัดสินของ คตส. เช่นกัน
"ส.ว."ชงวิปวุฒิสภา เลื่อนพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้เร็วขึ้นเป็น 8 พ.ย.
นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา และเพื่อนส.ว.กลุ่มหนึ่ง จะเสนอต่อที่ประชุมวิปวุฒิสภาในวันนี้ ว่า ขอให้เลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 8 พ.ย.นี้ เนื่องจากเราไม่อยากเห็นการเคลื่อนไหวชุมนุมบนท้องถนนนานไปกว่านี้ เพราะอาจจะมีการขยายผลทางการเมืองได้ รวมทั้งจะกระทบต่อภาพรวมของประเทศจนเกิดความเสียหายด้วย ดังนั้น หากวุฒิสภาเลื่อนมาพิจารณาให้เร็วขึ้น ม็อบก็น่าจะสลายตัว ประชาชนก็จะคลายความกังวลและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุมวิปวุฒิสภาว่าจะเห็นด้วยให้เลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้เร็วขึ้นหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่า ไม่ควรจะมีการเลื่อนการพิจารณาอีก เพราะก่อนหน้านี้ประธานวุฒิสภาเคยเสนอเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง และเป็นมติออกมาแล้ว หากครั้งนี้เลื่อนการพิจารณาอีกอาจจะดูไม่เหมาะสมได้ อาจจะถูกมองว่า ทำตามใบสั่งได้ นอกจากนี้ ส.ว.หลายท่านติดภารกิจลงพื้นที่ ดังนั้น อาจจะทำให้องค์ประชุมไม่พร้อมได้ ทั้งนี้ หากมีการเสนอให้เลื่อนการพิจารณาจริงตนจะเป็นเสียงหนึ่งที่คัดค้าน



