
'มาร์ค'แปลกใจ'วุฒิฯ'กลับลำคว่ำนิรโทษ
'อภิสิทธิ์' แปลกใจท่าที 'วุฒิฯ' กลับลำคว่ำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม บี้ 'นายกฯ' แสดงจุดยืนให้ชัด แนะประชาชนจับตา
6 พ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา แถลงถึงท่าทีวุฒิสภาจะยับยั้งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า รู้สึกแปลกใจ เพราะปกติประธานวุฒิสภามีหน้าที่ดำเนินการประชุมให้เป็นกลาง แต่วันนี้กลับกล่าวว่าสมาชิกจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งผิดปกติ และที่สำคัญจุดยืนสมาชิกวุฒิสภาตรงข้ามกับการแสดงออกก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าคนคัดค้านจะเคลื่อนไหวทำไม ทั้งนี้ประชาชนต้องจับตาว่าวุฒิสภาจะมีท่าทีอย่างไร แม้วุฒิสภาจะไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ประชาชนก็ต้องทราบว่ากฎหมายยังไม่ตกไป แต่ถูกยับยั้งไว้เท่านั้น และส.ส.สามารถเสนอใหม่หลังจากผ่านไป 180 วันได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปขึ้นเวทีปราศรับที่สวนจตุจักรก็ประกาศว่าจะทำลักษณะนี้
ดังนั้น ต้องการให้ประชาชนแสดงออกว่าไม่ต้องกฎหมายฉบับนี้จริงๆ และอยากเห็นความชัดเจนจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยว่าจะทำอย่างไร เพราะการสื่อสารขณะนี้ต้องการลดกระแสคัดค้านและซื้อเวลามากกว่าจะยืนยัน หาวิธีทำให้กฎหมายนี้ตกไป ทั้งนี้หากวุฒิสภายับยั้งกฎหมายดังกล่าว คิดว่าคนที่แสดงออกไม่ยอมรับกฎหมายนี้คงไม่เปลี่ยนใจ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำขณะนี้พยายามลดกระแสและรอดูจังหวะ ท่าทียังมีความพยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เคยหยุด ไม่มีท่าทีจะเลิกล้มผลักดันกฎหมายนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะน้อมรับมติของวุฒิสภา ที่จะยับยั้งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และปล่อยให้คดีต่างๆ เป็นไปตามกระบวนการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้อ่านรายละเอียดในถ้อยคำก็ยังไม่ชัดเจน แต่พูดในทำนองว่ายอมรับสิ่งที่วุฒิสภาตัดสิน คำว่ายอมรับก็ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร แล้วทำไมส.ส.ไปขึ้นเวที และประกาศว่าในที่สุดจะนำกลับมา ดังนั้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องประกาศให้ชัดว่าจะเอาอย่างไร โดยรัฐบาลต้องคิดหาวิธี เพราะเป็นผู้ก่อปัญหานี้ขึ้นมา อีกทั้งคำแถลงของนายกรัฐมนตรียังอ้างอิงว่ามีการตั้งสภาปฏิรูปขึ้นมาแล้ว ทั้งหมดผูกพันกับนายกรัฐมนตรี จึงควรหาทางออกให้สังคม ส่วนการที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากกรรมการปฏิรูปนั้น เห็นว่าสภาปฏิรูปของรัฐบาลคงจะเดินต่อไปยาก
'จุรินทร์' จี้รัฐยืนยันไม่หยิบมาร่างนิรโทษฯมาพิจารณาใหม่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ถอยจริงหรือถอยแบบไม่สุด อาจจะแค่มาตั้งหลักหน้าปากซอยก็ได้ เพราะดูจากคำแถลงของนายกรัฐมนตรีนั้นชัดเจนว่าไม่รับปากหรือให้หลักประกันว่าจะไม่เดินหน้ากฎหมายนี้อีกในอนาคต ทั้งนี้ หากจะให้สังคมไว้วางใจหรือลดความเคลือบแคลงใจนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการ 4 เรื่องเร่งด่วนคือ 1.ต้องให้สังคมมั่นใจว่าเมื่อส.ว.คว่ำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้ว เมื่อครบกำหนด 180 วันจะไม่มีการหยิบยกมายืนยันให้มีผลบังคับใช้และนำขึ้นทูลเกล้าฯ 2.ร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระ 6 ฉบับซึ่งเจ้าของร่างเป็นคนของรัฐบาลนั้น ต้องถอนออกจากระเบียบวาระทันที โดยในการประชุมสภาฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 พ.ย.) รัฐบาลสามารถทำได้เลยหากมีความจริงใจ 3.คนในรัฐบาลที่ประกาศว่า หากส.ว.คว่ำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่เข้าสู่สภาฯ อีกนั้น ต้องมีหลักประกันว่าจะไม่มีการดำเนินการดังกล่าว และ4.นายกรัฐมนตรีต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีการลักไก่ออกเป็นพ.ร.ก.นิรโทษกรรมที่เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่สามารถกระทำได้อย่างเด็ดขาด
“ขณะนี้ความน่าเชื่อของรัฐบาลตกต่ำมาก ที่ผ่านมาพูดกลับไปกลับมาตลอด พยายามทำเพื่อตัวนายกฯ และครอบครัว การปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นเรื่องของสภาฯ นั้น แต่การแถลงท่าทีของนายกฯ เมื่อวานนี้ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลเกี่ยวข้อง เพราะถ้าไม่เกี่ยวข้องนายกฯ จะแถลงข่าวทำไม สุดท้ายนายกฯ ก็ขว้างงูไม่พ้นคอ” ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว
สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยและส.ว.ส่งสัญญาณว่าถอยแต่พรรคประชาธิปัตย์ยังมีเงื่อนไขนั้นอาจจะถูกมองว่าเป้าหมายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ที่การล้มร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ใช่การถอยจริง อาจจะสับขาหลอกรอบที่ 100 ก็ได้ มาตั้งหลักที่หน้าปากซอยแล้วก็กลับเข้าซอยไปใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ไม่ใช่การมองแง่ร้าย แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลนั้นพูดอะไรแล้วเชื่อไม่ได้จริงๆ



