
'ศคง.'ชี้เล่ห์ภัยการเงินพุ่ง!
'ศคง.' เผยยอดร้องเรียนบริการด้านการเงินพุ่ง ทั้งสินเชื่อ ทวงหนี้ไม่เหมาะสม ห่วงภัยทางการเงิน พบสถิติร้องเรียนเพิ่ม โดยเฉพาะหลอกลวงทางอีเมล-โซเชียลมีเดีย
6 พ.ย. 56 นางชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 3 ปี 2556 ศคง.ได้รับเรื่องร้องเรียนและให้ข้อมูลทางการเงิน เพิ่มขึ้นจากช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามามากสุด คือ ปัญหาเงินให้สินเชื่อ ซึ่งร้องเรียนเพิ่มขึ้นในทุกประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิต
รองลงมา คือ พฤติกรรมเจ้าหน้าที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะพฤติกรรมการทวงหนี้ ส่วนภัยทางการเงินที่น่าเป็นห่วงเพราะมีสถิติการร้องเรียนเพิ่มขึ้น คือ การหลอกลวงทางอีเมลและโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการสวมรอยปลอมแปลงเอกสาร
สำหรับข้อมูลสถิติ ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีประชาชนติดต่อศคง. เข้ามารวมทั้งสิ้น 51,709 ราย ในจำนวนนี้มีการบันทึกเข้าระบบรวม 18,625 เรื่อง โดยเป็นการขอคำปรึกษามากสุดจำนวน 17,632 เรื่อง รองลงมา คือ การร้องเรียน 889 เรื่อง และแจ้งเบาะแสอีก 75 เรื่อง ส่วนในเรื่องของการร้องเรียนที่มีจำนวน 889 เรื่องนั้น ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบริการทางการเงินของสถาบันการเงินซึ่งมีจำนวน 849 เรื่อง หรือคิดเป็น 96% ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อมากสุด โดยมีจำนวน 464 เรื่อง หรือคิดเป็น 55%
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณเรื่องร้องเรียนด้านเงินให้สินเชื่อในไตรมาส 3 กับไตรมาสที่ผ่านมาพบว่า มีการร้องเรียนเพิ่มขึ้นทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้จาก 79 เรื่อง เป็น 199 เรื่อง เพิ่มขึ้น 152% เมื่อแยกเรื่องร้องเรียนด้านเงินให้สินเชื่อตามผลิตภัณฑ์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนด้านสินเชื่อบัตรเครดิตมากที่สุด รองลงมาเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ Hire Purchase ตามลำดับ
สำหรับ การร้องเรียนด้านพฤติกรรมเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน รวมถึงเจ้าหน้าที่จ้างวานจากส่วนงานภายนอก (เอาท์ซอร์ส) มีจำนวน 161 เรื่อง หรือคิดเป็น 19% ของเรื่องร้องเรียนบริการทางการเงิน ประเด็นที่ร้องเรียนบ่อย ได้แก่ พฤติกรรมการทวงหนี้ไม่เหมาะสม
การร้องเรียนด้านเงินฝากและตั๋วเงิน มีจำนวน 126 เรื่อง คิดเป็น 15% ของเรื่องร้องเรียนบริการทางการเงิน ประเด็นร้องเรียนยังเป็นเรื่องการฝาก ถอน โอนเงิน โดยเฉพาะการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วไม่ได้รับเงินหรือได้รับไม่ครบ หรือโดนยึดบัตรซึ่งเกิดจากเครื่องมีปัญหาทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำบัตรใหม่ ขณะที่การร้องเรียนด้านการเสนอขายพ่วงสินค้ามีจำนวน 66 เรื่อง หรือ 8% ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนเรื่องการบังคับให้ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประกันชีวิตร่วมด้วย
นางชนาธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า ภัยทางการเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงเพราะสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนได้มาก ซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมา มีการร้องเรียนเกี่ยวกับภัยทางการเงิน 243 เรื่อง แบ่งเป็นการหลอกลวงทางโทรศัพท์ 147 ราย การหลอกลวงทางอีเมล/โซเชียลมีเดีย 32 ราย การสวมรอยปลอมเอกสารแสดงตัวตน 37 ราย การปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 6 ราย และการหลอกลวงทาง e-banking /Phishing/Mobile 3 ราย โดยพบการหลอกลวงทางอีเมล โซเชียลมีเดีย และการสวมรอยปลอมแปลงเอกสารมีจำนวนเพิ่มขึ้น
------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



