
'เต้น'ลั่นพร้อมยกทัพแดงป้อง'รบ.ปู'
'ณัฐวุฒิ'สั่ง'เสื้อแดง'อยู่ในที่ตั้งพร้อมออกมาป้อง'รบ.ปู'หากม็อบต้าน'นิรโทษ'หวังล้มรัฐ ยอมรับ'ปชป.'ใช้โมเดลเทียบเคียงกับ'พธม.'
5 พ.ย.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เร่งเกมเร็วเพื่อผู้ชุมนุมจะได้กลับบ้านว่า การออกมาปลุกกระแสคัดค้านเป็นวิธีการที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ในการปลุกระดมคนมาชุมนุม แต่คิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ชุมนุมแต่อยู่ที่การสร้างกระแสที่จะส่งผลมากน้อยแค่ไหน
"แต่ถ้าจะใช้เรื่องนี้เป็นเหตุล้มรัฐบาล ตนเชื่อว่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่เป็นคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรัฐบาลชุดนี้ก็จะต้องออกมาปกป้องหลักการที่ถูกต้อง เพราะการค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเป็นเหตุในการล้มรัฐบาลไม่ได้ เพราะคนละเรื่องกัน และตนเชื่อว่า เป้าหมายหลักในการล้มรัฐบาลคือ เป้าหมายหลักของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดจนถึงวันนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เอาทุกเรื่องมาเป็นข้ออ้างอยู่แล้ว ถ้าจะค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็เป็นเรื่องของกระบวนการสภาทำหน้าที่ที่วุฒิสภาจะพิจารณา ซึ่งสถานการณ์อยู่ตรงนั้น แต่บอกว่าเอามาล้มล้างรัฐบาลเลยคิดว่าสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย" นายณัฐวุฒิ กล่าว
ส่วนการออกมาชุมนุมในลักษณะที่เหมือนม็อบจุดติดแล้วนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแล และตนเห็นว่าฝ่ายที่จะล้มรัฐบาลเขาพยายามเทียบเคียงโมเดลสมัยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกมากดดันรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยกลุ่มก้อนในสังคมออกมาแสดงท่าที โมเดลนี้ถือเป็นเสียงหนึ่งในสังคมที่รัฐบาลต้องรับฟัง แต่ถ้าเป็นเหตุล้มรัฐบาลยืนยันว่า ตนไม่เอาด้วย
“รวมทั้งนปช.และพี่น้องเสื้อแดงมีจุดยืนในเรื่องนี้ ผมก็พูดคุยทำความเข้าใจแล้วว่า เราได้แสดงหลักการเหตุผลจุดยืนและอารมณ์ความรู้สึกต่อพรรคเพื่อไทยอย่างครบถ้วน เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติที่จะดำเนินการต่อก็ถือว่าการแสดงออกไปมากกว่านี้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในภาพรวมในเรื่องความขัดแย้งในภาพรวมกันในฝ่ายเดียวกันยิ่งจะทำให้สถานการณ์เป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม แล้วไม่เป็นประโยชน์ใดเลยกับคนที่อยู่ข้างเดียวกัน ผมก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเราคงจะไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ แต่จะติดตามสถานการณ์สังเกตปฏิกิริยาของกลุ่มต่างๆ หากมีการหาเหตุล้มรัฐบาลจริงเราก็พร้อมที่จะออกมายืนเคียงข้างรัฐบาล”นายณัฐวุฒิ กล่าว
ส่วนที่ว่าต้องดูถึงขนาดไหนเสื้อแดงถึงจะออกมา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ละเอียดอ่อนที่จะต้องประเมิน มีการพูดคุยกันตลอดว่า ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร
"การที่มีการเคลื่อนขบวนจากสามเสนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะสองปีที่ผ่านมานี่เป็นมวลชนต่อต้านรัฐบาลที่มีความชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มแช่แข็งของพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เราไม่ได้ใช้คำว่ากลัวหรือไม่กลัวหรอก ถ้าใช้คำว่ากลัวรัฐบาลก็ไม่มีหน้าที่กลัวกับกลุ่มไหน แต่ถ้าบอกว่าไม่กลัวเดี๋ยวก็จะบอกว่าท้าทาย แต่เอาว่าเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษและต้องประเมินให้ดี ส่วนพี่น้องคนเสื้อแดงผมพูดคุยกับพรรคพวกแล้วให้นิ่งอยู่ในที่ตั้ง เพราะการแสดงความเห็นต่างกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมันครบถ้วนแล้วทั้งเหตุผลหลักการ จุดยืน ความรู้สึกครบ”นายณัฐวุฒิ กล่าว
รมช.พาณิชย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการติดตามสถานการณ์เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มีพูดคุยเจรจากับผู้ชุมนุมเป็นระยะ เพื่อขอความร่วมมือให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการชุมนุม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการขานรับ แต่ภาคการเมืองก็ต้องประเมินสถานการณ์ละเอียดหน่อย
ส่วนการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่า ถ้าไม่ชนะไม่กลับบ้านนั้นก็เป็นแค่เทคนิคในการปลุกระดม แต่ทั้งนี้ตนเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เลือกวิธีการ ถ้ามีการรัฐประหารเขาก็เอาด้วยและตนหวังว่าเขาจะละอายที่จะเรียกร้องการรัฐประหาร ซึ่งไม่แน่ว่าเขาอาจจะเรียกร้องการรัฐประหารขึ้นมาก็ได้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ต้องใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยด้วย
“คุณสุเทพเพิ่งเป็นแกนนำการชุมนุมไม่กี่วัน อาจจะไปจำเทคนิคจากเวทีต่างๆ คิดว่าอีกสักพักอาจจะประกาศสงครามครั้งสุดท้าย แล้วก็ท้ายที่สุดและสุดท้ายของสุดท้ายไปเรื่อยๆ ก็เป็นได้ เพราะวันแรกที่ขึ้นเวทีที่สามเสนก็ประกาศแล้วว่า ชนะไม่เลิก มาราชดำเนินก็บอกว่า ไม่ชนะไม่กลับบ้าน แต่ไม่ปรากฏรายงานข่าวว่า นายสุเทพนอนค้างกับผู้ชุมนุมเลย ก็คงหมายความว่า คนที่มาอยู่ต่อแต่นายสุเทพกลับบ้านได้”นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงมีปัญหาอะไรกันหรือไม่จากกรณีที่มีการถอดรายการออกจากช่องเอเชีย อัพเดท นายณัฐวุฒิ กล่าวเสียงดังขึ้นมาว่า “รายการผมก็เป็นรายการหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนด้วย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะว่าฝ่ายสถานีเขาบอกว่าแนวทางของสถานีเขาสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับกรรมาธิการเสียงข้างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อยากให้ข้อมูลจากสถานีเป็นไปในทิศทางที่เป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโทรทัศน์ทั่วโลกที่มีการปรับผังรายการตามแนวทางของสถานี ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเป็นประเด็นในการเผชิญหน้าหรือประเด็นในความไม่พอใจกัน
ส่วนกรณีที่ว่า ในฐานะเป็น ส.ส.ที่งดออกเสียงในสภาหากร่างนี้ผ่านออกมาเป็นกฎหมายจริงจะรับได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มันต้องรอดูว่า ส.ว.จะพิจารณาอย่างไร เพราะข่าวที่ออกมายังมีประเด็นและท่าทีที่หลากหลายใน ส.ว.
เมื่อถามว่า การงดออกเสียงในสภาในการโหวตร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 3 จะส่งผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่ดำรงอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่านี่เป็นจุดยืนที่ให้ไว้ ดังนั้นการตัดสินใจโหวตที่ผ่านมาคือ การแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน
“อย่างไรก็ตาม ผมเป็นสมาชิกพรรค พรรคมีระบบระเบียบมีกติกา ถ้าหากว่ากติกาของพรรคจะต้องให้ดำเนินการอย่างไรก็ถือว่าผมปฏิเสธความรับผิดชอบต่อพรรคไม่ได้ อันนี้คือหลักการที่ผมเคารพและน้อมรับทุกอย่างที่เป็นการตัดสินใจของพรรค” นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า หากต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นผลพวงจากการงดออกเสียงจะว่าอย่างไร นายณัฐวุฒิ หัวเราะแล้วกล่าวว่า “โอย..อย่าไปพูดอะไรไกลขนาดนั้น”
เมื่อถามว่า เหมือนเชื่อว่าไม่มีผล นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ามีผลไม่มีผล มันเป็นเรื่องที่ตนต้องเคารพในกระบวนการของพรรคอยู่แล้ว แต่โดยมารยาทมันพูดไม่ได้ล่วงหน้าว่าจะซ้ายหรือจะขวาอยู่แล้ว
รมต.พาณิชย์ตำหนิขรก.เป่านกหวีดต้านนิรโทษ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ออกมาชุมนุมเป่านกหวีดคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหน้ากระทรวงฯหลังเวลาราชการว่า “มันมีระเบียบของมันว่าข้าราชการต้องไม่ฝักใฝ่การเมือง ไม่ได้ แต่ผมยังไม่เห็นกติกานะ”
"ขวัญชัย"ปลุกแดงหนุนสุดซอยพานายใหญ่กลับบ้าน
นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และ ประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด เปิดเผยว่า อยากรอดูสถานการณ์ว่า จะมีพิษสงแค่ไหน กิจกรรมที่เราจะทำต่อจากนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน นี้ ตนจะนำทีมงานไปพบปะพี่น้องเสื้อแดงทั่วภาคอีสานตอนบน ที่จะมาจากทุกอำเภอของแต่ละจังหวัดที่ตนไป มานั่งพูดคุยกัน มาแลกเปลี่ยนความคิด เรื่องการสนับสนุน พรบ.นิรโทษกรรม เพื่อให้สำเร็จให้ได้ในสภาฯชุดนี้ เพราะหากเราทำไม่สำเร็จ คนชื่อทักษิณฯ กลับประเทศไทยไม่ได้แน่นอน เมื่อวันก่อนตนได้คุยกับท่าน บอกว่า หากรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถนำท่านกลับบ้านได้ ท่านอย่าหวังว่าจะได้กลับอีกเลย ฉะนั้นเมื่อเดินหน้าแล้ว ต้องเดินให้ทะลุซอยให้ได้ นี่คือสิ่งที่ตนได้คุยกับท่าน
กลุ่มแดงจันทบุรียื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯสนับสนุนนิรโทษกรรม
เมื่อเวลา 15.00 น. นางลัดดา สวนวงค์ แกนนำกลุ่มแดงจันทบุรีพร้อมสมาชิกชิกเสื้อแดงจำนวน 250 คน เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดจันทบุรี พร้อมกับยื่นหนังสือ ให้กับนายเกรียงเดช เข็มทอง ผวจ.จันทบุรี ขอให้มีการสนับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และ สนับสนุนให้มีกรัฐบาลมีมติให้ผ่าน พรบ.นิรโทษกรรม โดยทาง ผวจ.จันทบุรี รับเรื่องไว้และจะนำให้กับนายกรัฐมนตรี ต่อไป
แดงขอนแก่นเตรียมเดินสายจัดเวทีหนุนนิรโทษกรรมสุดซอย
เมื่อเวลา 11.30 น. นางพรรณวดี ตันติศิรินทร์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสาน พร้อมแกนนำคนเสื้อแดงจาก 26 อำเภอในขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมออกแถลงการณ์ ให้การสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ลูกชายโสภณ เพชรสว่างนำกลุ่มคนรักบุรีรัมย์หนุนนิรโทษกรรม
เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ศูนย์ประสานงาน นปช.บุรีรัมย์ บ้านพักนายโสภณ เพชรสว่าง ที่ปรึกษา รมว.สธ. เลขที่ 46 ถ.สุวิชาดำริ บ.ถนนหัก ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นายสุรศักดิ์ เพชรสว่าง ประธานชมรมคนรักบุรีรัมย์ และรองประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด พร้อมด้วยนายเสนาะ พรหมสวัสดิ์ , นายกฤช อุปจันทร์แพงวงศ์ และสมาชิกชมรมคนรักบุรีรัมย์ จากทั้ง 23 อำเภอ ประมาณ 100 คน ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม



