
'พท.'ชี้คว่ำนิรโทษ'รบ.'ไม่เดือดร้อน
'หมวดเจี๊ยบ' แจง 'นายกฯ' ไม่ได้พูดส่งสัญญาณให้ 'ส.ว.' ออกเสียงไปในทางใด ชี้กฎหมายตก 'รบ.' ไม่เดือดร้อน 'มาร์ค-เทือก' ก็ไปพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
5 พ.ย. 56 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการแถลงมติคณะรัฐมนตรีว่า ขอฝากให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ อย่าบิดเบือนความหมายในการแสดงท่าทีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เปิดเผยต่อคณะรัฐมนตรี ภายหลังการแถลงข่าวว่า วัตถุประสงค์ของ นายกฯ คือ ไม่ต้องการเห็นการเผชิญหน้าถึงขั้นแตกหักเกิดขึ้นในบ้านเมือง ระหว่างคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง เกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งนี้นายกฯ ไม่ได้พูดเพื่อส่งสัญญาณให้สมาชิกวุฒิสภา ลงมติไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพราะรัฐบาลและนายกฯ ไม่สามารถแทรกแซง หรือไปสั่งการวุฒิสมาชิกได้อยู่แล้ว เนื่องจาก สังคมก็น่าจะเห็นอยู่แล้วว่า วุฒิสภาประกอบด้วย ตัวแทนหลากหลายกลุ่ม และมีความเป็นอิสระ ไม่มีใครไปควบคุมได้ ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจเจตนารมณ์ของท่านนายกฯ ให้ตรงกัน ว่าไม่ได้ส่งสัญญาณการเผชิญหน้า หรือแตกหักแต่อย่างใด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจ และชื่นชมแนวคิดของนายกฯ ที่มีความใจกว้างและรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และให้ความสนใจกับเสียงสะท้อนของประชาชน โดยที่ไม่ละเลยเสียงส่วนน้อย
"ดังนั้น ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ อย่าได้บิดเบือนคำพูดของท่านนายกฯ เพื่อปลุกระดมผู้ชุมนุมให้เข้าใจผิดในตัวท่านนายกฯ และรัฐบาล เพราะท่านนายกฯ มีเจตนาที่ดี และอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างคนไทยด้วยกัน ไม่ได้ต้องการแตกหักกับใครและไม่ได้ต้องการเติมเชื้อไฟในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากหากวุฒิสภาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รัฐบาลก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร กระบวนการยุติธรรมต่างๆ ก็เดินหน้าต่อไปตามปกติ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็มีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป"
'สุรนันทน์' ยัน 'ปู' ไม่ได้เรียกแขก - โยนเผือกร้อนให้วุฒิสภา
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้สัมภาษณ์ขยายความจากการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ แถลงจนถูกนำไปตีความ ว่า การแถลงของนายกฯ เป็นการท้าทายกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการตีความที่ผิดมาก เพราะการที่นายกฯ แถลงนั้นชัดเจนว่า ยึดระบอบรัฐสภา เมื่อสภาผู้แทนฯ ผ่านกฎหมายไปเข้าวุฒิสภา ซึ่งชัดเจนในเรื่องนิรโทษกรรม หากทุกฝ่ายให้อภัยกันได้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อยังมีความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ นายกฯ ก็พูดให้เกิดความชัดเจน เพราะมีคนถามมากว่านายกฯคิดอย่างไร
"นายกฯ พูดให้เกิดความชัดเจนว่าในระดับวุฒิสภานั้น รัฐบาลไม่เคยแทรกแซงในระบอบนิติบัญญัติ จึงขอให้วุฒิสมาชิกทุกคนที่มาจากการเลือกตั้งและการแต่งตั้ง พิจารณาอย่างเป็นธรรมที่สุด และไม่ว่าวุฒิสภาจะตัดสินอย่างไร เช่น จะยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ หรือแก้ไขตามร่างใดที่เสนอไป สภาผู้แทนฯ ก็จะยอมรับในสิ่งที่วุฒิสภาได้ตัดสินวินิจฉัยออกมา ตรงนี้ชัดเจนว่า นายกฯ เคารพในระบอบรัฐสภา การที่ออกมาครั้งนี้ นายกฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ท้าทายผู้ชุมนุม และยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะรัฐบาลเป็นของคนไทยทุกคน ทั้งผู้ที่สนับสนุน และคัดค้าน รัฐบาลยืนยันไปตามครรลองระบบรัฐสภา และขอให้ผู้ชุมนุมรอดูกระบวนการระบบรัฐสภา รัฐบาลเคารพเสียงของผู้ที่มาชุมนุม ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมก็ต้องระมัดระวัง เนื่องจากมากันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ตำรวจเองก็จะดูแลความสงบเรียบร้อยให้ดีที่สุด และหวังว่าแกนนำที่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน จะดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย การขู่ยกระดับนั้น คิดว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น ให้ระบบรัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าความเป็นไปได้ที่จะใช้ร่างของนายวรชัย เหมะ ก็ทำได้ใช่หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า วุฒิสมาชิกทำได้ทั้งหมด ถือเป็นอิสระของวุฒิสภา เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรต่อท่าทีของคนหลายฝ่ายที่คัดค้าน เลขาฯนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพราะอย่าลืมว่า ส.ส.ที่ผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาแล้ว เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่ต้องให้อภัย ต้องนิรโทษ โดยเฉพาะกลุ่มญาติผู้เสียหายที่ติดคุก มีคดีติดตัว ส่วนอื่นถ้ายังมีการตีความด้วยการถูกบิดเบือนนั้น ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่วุฒิสภาที่จะแก้ไขให้ชัดเจนเพื่อความกระจ่างชัดโดยเร็ว รัฐบาลไม่ได้ไปเร่ง แต่ถ้าเร็วได้ประเทศชาติก็จะเดินหน้าได้ ไม่ติดอยู่ในวังวนของความขัดแย้งขณะนี้
"ในเมื่อรัฐบาลรับฟังเสียงของผู้ชุมนุม จึงหวังว่าผู้ชุมนุมจะให้โอกาสนายกรัฐมนตรีและเข้าใจเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และนำเรื่องนี้ไปช่วยกันหยุดคิด หยุดกระทำที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความรุนแรง ถ้าช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยมีส่วนร่วม ประเทศชาติก็จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะขณะนี้ประชาชนไม่ได้ตีความผิดไป แต่ฝ่ายค้านต่างหากที่พยายามบิดเบือนคำพูด เพราะเห็นชัดว่าคำพูดนายกฯไม่ได้ท้าทายผู้ชุมนุม แต่ประธานวิปฝ่ายค้านก็พูดเสียแล้วว่าเรื่องนี้ยังเป็นการท้าทายผู้ชุมนุมอยู่ ดังนั้นผมคิดว่าต้องเกิดความชัดเจน เหมือนที่นายกฯพูดยกตัวอย่างถึงกรณีที่ว่าพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นพ.ร.บ.การเงิน ซึ่งพ.ร.บ.การเงินนั้นต้องให้นายกฯเป็นคนเซ็นรับรอง แต่นายกฯไม่เคยเซ็นรับรองพ.ร.บ.นี้ให้เป็นพ.ร.บ.การเงิน ก็ชัดเจนว่าไม่สามารถเกี่ยวกับเรื่องเงินได้"
เลขาฯนายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นรัฐบาลพร้อมดำเนินการให้การสนับสนุน ปปช. และ ปปท. เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหาปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น สำหรับกรณีที่ ปปช.แสดงท่าทีต่อพ.ร.บ.นิรโทษนั้นก็ต้องพิจารณากันเพราะ ปปช.ได้พูดถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศด้วย ซึ่งในกรรมาธิการ ในสภาชี้แจงไว้ว่าไม่ขัด เมื่อถามว่า ปปช.ยืนยันเดินหน้าตรวจสอบคดีคตส. และที่คัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษฉบับนี้ เพราะไม่ต้องการให้คดีหลุดไป นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถ้าเป็นห่วงเรื่องนั้น หรือหากจะมีการแก้ไขคิดว่าวุฒิสภาคงมีการพิจารณา แต่ในเจตนาคำแถลงของนายกฯที่แถลงไปนั้นคิดว่าไม่มีข้อเกี่ยวข้องกัน คงต้องไปตีความกันต่อไป
เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการโยนเผือกร้อนให้วุฒิสภาหรือไม่ เลขาฯนายกฯ กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถโยนเผือกร้อนให้ใคร รัฐบาลไม่สามารถบอกให้วุฒิสมาชิก หรือส.ส.คิดอย่างไรได้ เมื่อถามว่า ถ้าพูดให้ชัดๆ ง่ายๆ นายกฯต้องการสื่อถึงประชาชนว่ารัฐบาล ถอย หรือ เดินหน้า นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายกฯใช้คำว่าหยุดคิด และช่วยหยุดการกระทำที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกต่อไปเพราะประเทศชาติต้องเดินหน้าด้วยความปรองดอง การที่จะถอยหรือเดินหน้านั้นถึงอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติ ขออย่าไปตีความให้ผิดไป และขอให้ถามวุฒิสภา



