
'นายกฯ'โยนวุฒิฯชี้ขาด'นิรโทษ'
'นายกฯ'โยน'วุฒิฯ'ชี้ขาด'นิรโทษ'โดยใช้พื้นฐานความปรองดองเต็มที่ ยันจะไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกของ'ปชช.'เด็ดขาด
5 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เผย นายกฯ เตรียมแถลงหลังประชุม ครม. โดยช่อง 9 และช่อง 11 จะถ่ายทอดสด
ขณะที่บรรยากาศ กองทัพสื่อติดตามแน่น คาดทบทวนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หลังจากที่มีหลายภาคส่วนเคลื่อนไหว และแถลงการณ์ต่อต้าน
ด้านนายธีรัตนถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า เวลาประมาณ 12.15 น. นายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงท่าทีต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงถึงกรณีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ โดยยึดหลักนิติธรรม โดยมีกลไกอำนาจทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เป็นไปอย่างสมดุลไม่ก้าวก่ายกันและกัน เจตนารมณ์ของรัฐบาลนั้นต้องการเห็นความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เสนอเเนวทางการสร้างเวทีปฏิรูปการเมืองร่วมกับทุกฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่เเตกต่างเเละเป็นความคิดเห็นที่มาจากหลากหลายรวมทั้งหลายกลไกในการร่วมกันสร้างความปรองดองเเละความสมานฉันท์
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันการสร้างกลไกลที่มีความสมดุลในอำนาจประชาธิปไตยทำให้เห็นได้ในหลายเวลาว่า เมื่อ ส.สได้เสนอร่างกฎหมายต่างๆ เเม้เเต่การเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารโดยเฉพาะตนที่อยู่ในตำเเหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายกลไกที่ทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเลย
"ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ในหลากหลายประเทศมีความขัดแย้งรุนเเรง มีการเสียชีวิตทรัพย์สินก็มีการรนิรโทษกรรมเเละเป็นบทเรียนที่ไทยต้องศึกษา และเป็นทางออกหนึ่งที่ควรจะพิจารณา และความขัดเเย้งย่อมลดลงประเทศเดินหน้าได้ โดยจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาประชาชนนับร้อยที่ต้องสูญเสียชีวิตเเละหลายพันคนได้รับบาดเจ็บ เราทุกคนต้องเข้าใจ ต้องเรียนรู้ เราต้องให้ประเทศเดินหน้า และให้บ้านเมืองสงบ การให้อภัยนั้นต้องปราศจากอคติไม่ใช้อารมณ์ ดิฉันเข้าใจว่าหลายอย่างทำได้ยากเเต่ต้องคิดถึงเพื่อส่วนรวม" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า จนถึงวันนี้เราพบว่าร่างพ.ร.บ.ที่ผ่าน ส.ส.เสร็จเเล้วนั้น มีการนำเสนอสู่ ส.ว.เพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์เเละกลไก แต่ข้อขัดเเย้งของคนในชาติหลายกลุ่ม เเม้กระทั่งพรรคการเมืองเเละประชาชนในหลายพื้นที่ แต่เมื่อส.ส.ผ่านพ.ร.บ.แบบนี้เเล้ว ซึ่งยังมีความคิดที่เเตกต่างกันเเละยังไม่พร้อมที่จะให้อภ้ย จึงส่งผลให้เกิดความขัดเเย้งที่นำไปสู่ความรุนเเรงอย่างต่อเนื่อง และการบิดเบือนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน หากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ตนในฐานะนายกฯต้องลงนาม เเต่ตนไม่เคยลงนามใดๆเลย ที่สำคัญมีความพยายามบิดเบือนว่ากฎหมายจะกลบเกลือนการทุจริต คอรัปชั่น มันเป็นคนละประเด็นกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ยกโทษให้คนที่ได้รับผลพวงจากทางการเมือง การรัฐประหารที่ไม่อยู่ในหลักนิติธรรมรวมทั้งคนที่โดนกล่าวหาว่ากระทำต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน
"ตนไม่อยากเห็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการล้มล้างรัฐบาลเเละประชาธิปไตยอีกครั้ง ตนขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกประชาชนเด็ดขาดเพราะรัฐบาลนี้เป็นของทุกคนย่อมต้องฟังเสียงสนับสนุน คัดค้าน เป้าหมายของรัฐบาลนี้คือ สร้างความปรองดองเเละทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้ประชาธิปไตยเเละประชาชนมีส่วนร่วมโดยใช้เหตุผลไม่ใช้อารมณ์ ภายใต้บรรยากาศความขัดเเย้งที่ปะทุอยู่นี้ รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายน่าจะที่หยุดคิด หยุดกระทำที่สร้างความเเตกเเยกภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญขั้นตอนทางกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ส.ว. ตนจึงใคร่ขอเสนอว่า ให้ ส.ว.ที่เป็นตัวเเทนจากการเเต่งตั้งเเละเลือกตั้ง ทั้งที่มาจากกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล กรุณาใช้ดุลพินิจเต็มที่ เป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ว.นั้นไม่มีใครก้าวก่ายได้ ขอให้โปรดใช้ดุลพินิจในการพิจารณาโดยอาศัยความเมตตาธรรม เเละคนที่เจ็บปวดมานานให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คำนึงประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไมว่าจะตัดสินอย่างไร จะไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วย จะยับยั้งกฎหมายหรือเเก้ไขก็ตาม เชื่อว่า ส.ว.ที่ลงคะเเนนผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะยอมรับการตัดสินใจด้วยเหตุผลเพื่อความปรองดองของคนในชาติ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาที่ต้องช่วยกันรักษา ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน สุดท้ายนี้ขอบคุณฝ่ายนิติบัญญัติที่สนับสนุนเเนวทางปรองดอง ตนคิดว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถเเล้วเพื่อประเทศ ขอใช้เวลาจากนี้ไปเป็นเวลาของคนไทยทุกคนที่ต้องรวมคิดเเละตัดสินใจในการพิจารณาเเนวทางด้วยความเป็นธรรมเเละเข้าใจกันเเละกันไม่มีอคติ อารมณ์ ใจเปิดรับ เห็นอกเห็นใจกัน อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการปรองดองที่คนไทยทุกคนต้องการ ขอบคุณคะ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว



