ข่าว

นัดถกปัญหายุติรุนแรงในครอบครัว

นัดถกปัญหายุติรุนแรงในครอบครัว

06 พ.ย. 2556

ไลฟ์สไตล์ : นัดถกปัญหายุติรุนแรงในครอบครัว

 

                      ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว นับวันเป็นปัญหาสำคัญทางสังคมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพเด็กและสตรี สอดคล้องกับที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น "วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี" สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย สุพัฒนา อาทรไผท ประธานสภาสตรีฯ และ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ รองประธานสภาสตรี ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดสัมมนาหัวข้อ "เดินหน้า แลหลังหกปี กับการบังคับใช้กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว" ยุติได้จริงหรือ? เพื่อทบทวนสภาวการณ์ความรุนแรงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระดมความคิด หาแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม โดยจัดแถลงข่าวที่ห้องประชุมมนังคศิลา สภาสตรีแห่งชาติ

                      สุพัฒนา อาทรไผท เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นการรวมพลังเครือข่ายเพื่อให้มีการทบทวน แนวคิด แนวปฏิบัติ ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เพื่อระดมความคิดรวมถึงมาตรการแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบต่อเด็ก สตรี สภาสตรีแห่งชาติฯ จึงเชิญชวนองค์กรสมาชิก องค์กรสภาสตรี องค์กรเครือข่ายสตรี ผู้แทนภาครัฐ ภาคประชาชน เข้าร่วมสัมมนา โดยใช้ริบบิ้นขาวเป็นสัญลักษณ์รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

                      สุทธินี เมธีประภา ประธานฝ่ายกฎหมายและสถานภาพสตรี สภาสตรีฯ กล่าวถึงเนื้อหาการสัมมนาที่จะเกิดขึ้นว่า การกระทำความรุนแรงต่อผู้อื่นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและลิดรอนสิทธิเสรีภาพในชีวิตร่างกาย เป็นการกระทำผิดกฎหมาย บางครั้งผู้ถูกกระทำไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์และใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เป็นปัญหาสำคัญเพราะคนกลุ่มนี้ต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้บาดแผลทางร่างกายจะหายแต่บาดแผลทางจิตใจก็ยากจะเยียวยาฟื้นฟูให้กลับคืนมาดังเดิมได้ ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระที่ยาวนานในการบำบัดฟื้นฟู รัฐสูญเสียงบในการแก้ปัญหา ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

                      "จากสถิติของศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2552 เด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงมีกว่า 23,000 ราย ต่อมาในปี 2553 พบเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 25,000 ราย เฉลี่ยแล้ววันละ 71 ราย โดยทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีเด็กและสตรีถูกทำร้าย 3 คน และจากการศึกษาของยูเอ็น เรื่อง "ปี พ.ศ.2554-2555 ความคืบหน้าของผู้หญิงในโลกในการแสวงหาความยุติธรรม" ระบุว่าประเทศไทยติดอันดับ 7 ที่มีการกระทำความรุนแรงทางเพศมากที่สุด การจัดสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งเน้นให้มีการทบทวนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรง แนวทางปฏิบัติและติดตามสถานการณ์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต กระตุ้นพร้อมปลูกจิตสำนึก และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือการทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหา ตลอดจนระดมความคิดเห็นเพื่อหาทางออกและวิธีแก้วร่วมกัน รวมทั้งให้เกิดการมีส่วนร่วมเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบ" สุทธินี กล่าว

                      ขณะที่ สมชาย เจริญอำนวยสุข ผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมฯ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.ยุติความรุนแรงในครอบครัว ยังปรากฏว่ามีความรุนแรงอยู่ กฎหมายมีประโยชน์แต่สถิติที่เพิ่มขึ้น ถ้ามองในแง่ดีจะเห็นว่า คนที่ประสบปัญหากล้าเปิดเผยตัวเองนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ ขณะเดียวกันหากมองในแง่ร้ายมีการตั้งคำถามว่าทำไมจำนวนความรุนแรงยังเพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจคือ นั่นนำไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น ทำให้มีช่องทางที่คนจะมองว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม ที่คนข้างนอกสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ โดยใช้กฎหายฉบับนี้เป็นเครื่องมือ

                      ทั้งนี้ งานสัมมนาจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ที่ห้องราชาบอลรูม ชั้น 11 อาคาร 2 โรงแรมปริ๊นพาเลซ เวลา 09.00-15.30 น.