
'หมวดเจี๊ยบ'วอน'ม็อบปชป.'ชุมนุมสงบ!
'หมวดเจี๊ยบ' วอน 'ม็อบปชป.' ชุมนุมสงบ หวั่นยืดเยื้อ กระทบฤดูกาลท่องเที่ยว ปท.เสียหาย ยันรัฐบาลจงรักภักดี - ปกป้องสถาบัน
4 พ.ย. 56 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีการชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า รัฐบาลอยากให้ ปชป. ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ ใช้ความระมัดระวังในการควบคุมการชุมนุม ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และอย่าปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์วุ่นวาย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ และอาจทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสและรายได้
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์การเมืองภายในประเทศในปัจจุบันที่มีการเดินขบวนในถนนสายหลักในกทม.ในลักษณะดาวกระจาย รวมทั้งการเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อองค์กรระหว่างประเทศ และการอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มในย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญ ก็คาดว่า จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการชุมนุมยืดเยื้อ และก่อให้เกิดความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ประเทศต่างๆ ประกาศห้ามการเดินทางมาประเทศไทย ก็อาจจะส่งผลให้นักท่องเที่ยว จากเอเชียตะวันออก และยุโรป ในเดือนพฤศจิกายนหายไปราว 240,000 คน หรือประมาณร้อยละ 10 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตั้งเป้าไว้ และจะก่อให้เกิดความเสียหายราว 1 หมื่นล้านบาท
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า หากเหตุการณ์รุนแรงยืดเยื้อต่อไปอีก จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเดือนเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญ หรือช่วงไฮซีซั่นและขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวกำลังวางแผนว่าจะเดินทางไปพักผ่อนช่วงปลายปีที่ประเทศไทย หากบ้านเมืองมีแต่บรรยากาศความขัดแย้ง จนทำให้ชาวต่างชาติเปลี่ยนใจไม่กล้าเดินทางเข้าประเทศไทยก็จะทำให้ประเทศเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปอย่างน่าเสียดาย
ยัน 'รัฐบาล' จงรักภักดี - ปกป้องสถาบัน
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระหว่างปี 2554 - 2556 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อปิดกั้นเวปไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันฯ ซึ่งมี Server ในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 54 - 21 ต.ค. 56 รวม 21,531 URL ซึ่งถือว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ได้มากกว่าในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ถึง 10,609 URL โดยสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการปิดกั้นเว็บไซต์ได้เพียง 2,682 URL เท่านั้น ในส่วนของการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พบว่ามีสถิติน้อยลง อาจเป็นผลมาจากการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง โดยระหว่างปี 2554 - 2556 มีการดำเนินคดี รวม 78 คดี โดยสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว 33 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 42.3 ของคดีทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนของอัยการสูงสุด ดีเอสไอ และตำรวจ รวม 42 คดี
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในส่วนของแผนงาน เทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ถึง 13,607.8 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าในปีงบประมาณ 2556 ถึง 1,101 ล้านบาท รวมทั้ง ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น 1. เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธ.ค.อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด "พระทรงเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์" เพื่อสะท้อนพระอัจฉริยภาพและพระเกียรติคุณหลายด้านของพระองค์ท่าน โดย น.ส. ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ
2. คณะรัฐมนตรีได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญานามแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูของแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา 3. รัฐบาลสนับสนุนการจัดพิมพ์พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ซึ่งบรรจุคำศัพท์ที่พระองค์ท่านทรงใช้ในการพัฒนาเรื่องดิน น้ำ และป่าไม้ และรัฐบาลได้กำหนดให้พจนานุกรมฉบับดังกล่าว เป็นหนังสืออ้างอิงในการเขียนหนังสือไทย และ 4. รัฐบาลได้ให้สนับสนุนโครงการศูนย์ศิลปาชีพฯ และสินค้าโอท็อปทั่วประเทศ
"จึงขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาล มีความยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฯ และรัฐบาลเข้าใจดีว่า กลุ่มสมาชิกราชนิกุลและประชาชนบางกลุ่มมีความกังวลและห่วงใยสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ แต่ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะเปิดใจรับฟังคำชี้แจงของรัฐบาลและให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย"



