
'ผบ.ทบ.'วอนทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน
'ผบ.ทบ.' ปัดตอบปมพรบ.นิรโทษฯ วอนทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน หวั่นบานปลาย ด้าน 'ผบ.ทร.' ไม่ห้ามกำลังพลร่วมม็อบนอกเวลาราชการ เชื่อทหารไม่ออกมาปฏิวัติ ชี้มีบทเรียนจากอดีต
4 พ.ย.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงเรื่องร่างพรบ.นิรโทษกรรม ว่า ตนมองในฐานะประชาชนไม่ได้ ต้องไปถามประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตนเป็นเจ้าหน้าที่ ตนบอกไปเเล้วว่า ปัญหามีเยอะ ฝ่ายหนึ่งว่าถูก ฝ่ายหนึ่งว่าผิด ทั้งหมดต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง อะไรที่เป็นปัญหาต้องหาทางคลี่คลายโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นจะขยายไปเรื่อยๆ ถ้าเราพูดกันไปทุกวันปัญหาจะไม่ลดลง มีเเต่จะเพิ่มมากขึ้น ท้ายสุดเเล้วจะคุมกันไม่อยู่ หากคุมไม่อยู่เเล้วมันจะกลับมาเป็นเหมือนเก่าดังที่ผ่านมาเเละควรถือเป็นบทเรียน หากทหารนำกำลังออกมาก็บังคับใช้กับคนไทยไม่ได้ วันนี้ทุกคนต้องหันกลับมามองว่า ผลประโยชน์ของชาติอยู่ตรงไหน ตนจะใช้คำว่าทั้งสองฝ่ายเเละไม่กล่าวถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะสองฝ่ายเชื่อมั่นว่าตัวเองถูก ตัวเองผิดก็ว่ากันไป ดังนั้นต้องไปหาหนทางเเก้ไขเเละคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามบานปลาย ปัญหาอยู่ที่ใดทุกคนก็รู้กันอยู่
เมื่อถามว่ากองทัพห่วงการชุมนุมที่เกิดขึ้นหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ห่วงสิ เป็นเจ้าหน้าที่ต้องห่วง ต้องดูว่าประชาชนปลอดภัยหรือไม่ บ้านเมืองเสียหายหรือไม่ กองทัพต้องเป็นห่วงอยู่เเล้ว เเต่กองทัพต้องอยู่ในกรอบพอสมควร มีระเบียบวินัย ต้องรักษากฎกติกา หากทุกคนไม่รักษากฎกติกาเเล้วจะอยู่กันอย่างไร มันอยู่กันไม่ได้
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม ขอคำเเนะนำด้านความมั่นคงอย่างไรบ้าง ผบ.ทบ.กล่าวว่า "ตนพูดอย่างที่ตนพูดนี่เเหละ ตนพูดในสิ่งทั่วไป ตนพูดกับทุกคนก็พูดเเบบนี้ คือทุกคนต้องหาทางออกให้ได้ ตนพูดตั้งเเต่ต้นเเล้ว เเต่ตนไม่สามารถลงความเห็นได้ว่า ควรเป็นอย่างไร เพราะต้องเข้าใจสถานะตนด้วย เพราะตนโดนโจมตีต่อว่าทุกวัน ตนพยายามอดทนเพราะไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย ทุกคนมีบทเรียนจากการบาดเจ็บสูญเสียที่เกิดขึ้น ปัญหาก็เกิดซ้ำเเล้วซ้ำอีก มันก็เหมือนเดิม ฉะนั้นต้องนำประเด็นเเห่งปัญหามาว่ากัน หากพูดกันรู้เรื่องปัญหาก็ลดลง เมื่อลดลงเเล้วก็ไม่มีการเผชิญหน้ากัน ประเทศก็ไปได้ ตนอยากให้ทุกคนกลับมาคุยกันภายใต้กรอบกฎหมายเเละกระบวนการที่มีอยู่หรือการเเสวงหาทางออกร่วมกัน ตนเชื่อว่าประเทศไทยเเละทั่วโลกก็ใช้กลยุทธนี้ในการพูดคุยเเสวงหาทางออกให้ได้เเต่ควรกลับไปดูว่าควรทำตรงไหนอย่างไร หากถอยหลังคนละ 1-2 ก้าวคงดี"
เมื่อถามว่า ทหารมีโอกาสออกมาหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าโอกาส หากไม่สั่งก็ไม่ออก หากสั่งเเล้วก็ต้องดูว่าให้ออกไปทำอะไร ทุกรัฐบาลเมื่อสั่งกองทัพ กองทัพก็ออก รัฐบาลที่เเล้วสั่งก็ออก หากรัฐบาลชุดนี้สั่งเเล้วไม่ออกจะได้หรือไม่ ถามหน่อยว่าไม่ออกได้หรือไม่ ย้ำว่าไม่มีคำพูดว่าเเต่ ตนอยากอธิบายให้เข้าใจว่าทหารที่ออกมาทุกครั้งออกมาด้วยคำสั่งเเละกฎหมาย ไม่ใช่นึกอยากจะออกก็ออก หากออกมาโดยไม่ฟังคำสั่งก็ถือว่านอกกฎหมายเเละมันจะจบหรือไม่ ช่วยบอกตนหน่อยว่าจบหรือไม่ หากไม่จบเเล้วจะเรียกร้องให้ตนออกมาทำไม ส่วนจะทำอย่างไรตนไม่รู้ ต้องไปคิดกันเอาเอง
'บิ๊กตู่' แจงปิดผามออีแดง เหตุสถานการณ์ตึงเครียด หวั่นไม่ปลอดภัย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการปิดผามออีแดง ว่า ถือเป็นขั้นตอนที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว
"หากช่วงไหนที่มีสถานการณ์ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นก็จะปิดชั่วคราว เพื่อให้ผ่านช่วงระยะเวลาที่ตึงเครียดไปก่อน แล้วจะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้เหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ต้องระมัดระวัง และทางเจ้าหน้าที่ต้องทำงาน ส่วนทหารก็ต้องเข้าพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังให้กับพวกเรา" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว
'ประยุทธ์' แจงกลุ่ม 'ราชนิกูล-ราชสกุล' เคลื่อนไหว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มราชนิกูลและราชสกุลออกมาเคลื่อนไหวด้วยนั้น ว่า ท่านออกมารักษาพระเกียรติของพระองค์ท่าน ในเมื่อยังมีคนไปว่ากล่าวผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กอยู่
"ในส่วนของกองทัพก็มีการดำเนินการโดยส่งเรื่องไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ขอย้ำว่าทหารไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย ทำได้เพียงส่งข้อมูลต่างๆให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้นว่าจะดำเนินการอย่างไร ขึ้นอยู่กับกฎหมายทั้งสิ้น" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว
'ผบ.ทร.' ไม่ห้ามกำลังพลร่วมม็อบนอกเวลาราชการ
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า จริงๆแล้วทหารเรือไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะเป็นสถานการณ์ด้านการเมือง ตนเคยพูดตั้งแต่รับตำแหน่งใหม่ๆแล้วว่าเราเป็นทหารไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง เพราะกองทัพเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะใช้ถูกต้องหรือไม่ หากใช้ถูกต้องตามกฎหมายก็พร้อมดำเนินการ แต่ถ้าเมื่อไหร่จะใช้ไม่ถูกต้องเราก็ต้องทักท้วงหรืออาจจะยั้งมือ ส่วนเรื่องของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตนคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของข้อมูลที่แต่ละคนได้รับ ดังนั้นความคิดจะไม่เหมือนกันจึงเกิดการโต้แย้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าให้ความขัดแย้งหรือความคิดเห็นไม่ตรงกันทำให้ประเทศชาติหยุดอยู่กับที่
“ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตัวเอง จะผิดหรือถูกไม่มีใครรู้ เพียงแต่อย่าให้ความขัดแย้งต้องทำให้ประเทศต้องหยุด ทุกครั้งเมื่อมีลักษณะเหตุการณ์แบบนี้ก็จะกำชับกำลังพลทุกระดับว่าหากจะทำอะไร เราไม่ปิดกั้นความคิด เพียงแต่อย่านำเครื่องแบบหรือหน่วย รวมถึงความเป็นทหารเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะนั้นเป็นเรื่องของการเมืองและความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าจะไปก็ไปแต่ตัว ถอดเครื่องแบบ อย่าไปแสดงตัวว่าเป็นทหาร เราปิดกั้นไม่ได้ เพราะนอกเวลางานเราไม่สามารถไปทำอะไรเขาได้ แต่อยากให้ทุกคนสำนึกว่า แม้จะนอกเครื่องแบบแต่เราก็ยังเป็นทหาร การที่จะทำอะไรต้องมีความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน” ผบ.ทร. กล่าว
เมื่อถามว่าถ้าวันหนึ่งประชาชนเรียกร้องทหารให้ออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ไม่คิดอย่างนั้น เพราะทหารได้รับบทเรียนจากประวัติศาสตร์มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในตอนแรกทุกคนก็ชื่นชมยินดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนกลับมาถล่มทหาร จึงคิดว่าทหารเองน่าจะได้รับบทเรียนตรงนี้ ดังนั้นต้องปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง ส่วนเรื่องการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย หากสถานการณ์เกิดการลุกลามบานปลาย ทหารก็คงต้องเข้าไปยับยั้งและทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พนักงานตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเป็นหน้าที่ของทหารอยู่แล้ว



