ข่าว

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

04 พ.ย. 2556

กลบข่าวลือ!'ครอบครัวชินวัตร'เดินทางออกนอกประเทศ 'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พาทีมงานพบ'อาปู'ที่ทำเนียบ ขณะที่'ทักษิณ'ใจบุญ ร่วมทอดกฐินที่เดนมาร์ก

               4 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิง บุตรสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์รูปภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว "@ingshin21" พร้อมระบุข้อความว่า  พา Frank Gehry และทีมงานมาพบท่านนายกฯที่ทำเนียบฯค่ะ

               ทั้งนี้ ภาพดังกล่าว น.ส.แพรทองธาร ได้ร่วมถ่ายรูปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมทีมงาน หลังที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า "ครอบครัวชินวัตร" เดินทางออกนอกประเทศ

               ขณะที่ เฟซบุ๊ก "พระเมธีธรรมาจารย์ พระเมธีธรรมาจารย์" ได้โพสต์รูปภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพในอัลบั้มชื่อ "กฐินวัดไทยเดนมาร์คพรหมวิหาร กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ค" ซึ่งภายในภาพมี พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมถ่ายรูปด้วย

 

 

"ญาติวีรชน 53"ให้กำลังใจ"นายกฯ"หนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษ

                

               เมื่อเวลา 12.00 น.กลุ่มญาติวีรชนจากเหตุการณ์ปี 2553 จำนวน 24 ครอบครัว เข้าพบเพื่อให้กำลังใจต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้ากฎหมายนิรโทษกรรม โดยนายสมชาย เจียมพล บิดาของนายทิพเนตร เจียมพล ผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 พ.ย.บริเวณซอยรางน้ำ กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า กลุ่มญาติวีรชนมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เดินหน้าผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้สุดซอย โดยกลุ่มญาติวีรชนเห็นพ้องต้องกันว่า จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า เพื่อที่จะได้มีการล้างไพ่ล้างกระดานกันทั้งหมด บ้านเมืองจะได้เดินหน้าไปได้ไม่เกิดสะดุด ทั้งนี้ ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เข้ามาพบปะพูดคุย ก็ต้องขอให้กำลังใจและขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินการในทุกโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน

               “ญาติวีรชนเห็นว่าโครงการที่รัฐบาลทำนั้นเกิดประโยชน์กับคนส่วนรวม จึงไม่ต้องการให้ประเทศเกิดการสะดุด พวกเราทุกคนจึงยอมรับ พ.ร.บ.นิโทษกรรมฉบับสุดซอยนี้ อยากให้ทุกอย่างเป็นโมฆะ จะได้เดินหน้ากันไปได้ ประชาชนจะได้ไม่ต้องหวาดผวาอะไรทั้งสิ้น เพื่อจะได้เกิดความปรองดองสามัคคี พวกผมเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ก็รู้สึกเห็นใจและสงสารนายกรัฐมนตรี ถ้าเราไม่หันหน้าเข้าหากันไม่ยอมปัญหาบ้านเมืองก็คงไม่ยุติ และขอให้พวกเราเป็นกลุ่มสูญเสียครั้งสุดท้ายอย่าให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาอีก” นายสมชาย กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถทำใจได้หรือหากทุกอย่างจะเป็นโมฆะทั้งหมด นายสมชาย กล่าวว่า ถ้าเราไม่ยอมเสียสละประเทศเราก็คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เราสูญเสียเราเจ็บแต่ไม่ต้องการให้ประเทศต้องเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นอีก

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวกับญาติผู้สูญเสียว่า ต้องขอขอบคุณญาติวีรชนทุกท่านที่มาในวันนี้และเห็นแก่บ้านเมืองโดยมีความรู้สึกว่าต้องการให้อภัยกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ในฐานะรัฐบาลก็ต้องการอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้าและอยากเห็นประเทศไทยเดินไปสู่ความปรองดอง และให้อภัยกัน ไม่อยากเห็นบทเรียนที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เสียสละเกิดขึ้นกับวีรชนที่สูญเสียชีวิตแบบนี้กลับมาอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางความสูญเสียขัดแย้งมาหลายปีแล้ว บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ช้า

               “อยากขอบคุณทุกท่านที่วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจและในโอกาสนี้ก็ถือโอกาสให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกท่านโดยเฉพาะผู้สูญเสีย ในฐานะประชาชนคนไทยจะต้องร่วมกันส่งกำลังใจให้กับคนไทยทุกคนยึดหลักความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจกัน และหลักการให้อภัยเพื่อประเทศจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ไม่อยากเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของเราและกลับมาสู่ประเทศไทยเราอีก และรัฐบาลก็ไม่เคยลืมความสูญเสีย และพยายามทำทุกอย่างโดยยึดหลักความถูกต้อง”น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

               นางคำจันทร์ แสงคำ มารดานายวุฒิชัย คำจันทร์ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 พ.ค.บริเวณบ่อนไก่ กล่าวว่า ตนแค้นมาก ๆ แต่ก็ทำใจ วันนี้เราก็พอที่จะปลงได้ แต่อยากให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้ อยากเห็นทุกฝ่ายจับมือกันและหากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้จริงตนก็ทนได้ เพียงแต่ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีพวกตนก็รับได้ บ้านเมืองจะได้อยู่เย็นเป็นสุข

               “ยอมรับว่าเสียใจมาก ๆ หากคนผิดไม่ได้รับโทษ แต่ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้บ้านเมืองก็ไม่สงบเสียที แต่ถ้าจะให้ตอบจริง ๆ การเสียลูกชาย แม่ก็เสียใจมาก ๆ เจ็บปวด แต่เราทนได้หากบ้านเมืองจะเดินหน้า” นางคำจันทรื กล่าว

               ขณะที่ นางตติยรัตน์ มารดาของนายอำพน ตติยรัตน์ ผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่สี่แยกคอกวัว กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าและเสียงสั่นเครือว่า “เราเจ็บปวดมากแต่อยากให้บ้านเมืองสงบและเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยมีนายกฯนำพา พวกเรายินดีเจ็บ และจะเก็บความเจ็บไว้ในใจเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปให้ได้”

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินเข้าไปพูดคุยพร้อมจับมือ และโอบกอดกับครอบครัวญาติวีรชนที่เสียชีวิตทุกคน โดยนายกฯ มีอาการน้ำคลอเบ้าตลอดเวลา โดยกลุ่มญาติวีรชนที่เสียชีวิต บางคนถึงกับร่ำไห้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจโดยกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยลืม หากมีอะไรขอให้ประสานมา วันนี้ถ้าเราไม่แก้ไขบ้านเมืองก็คงไม่สามารถเดินหน้าหรือแก้ปัญหาได้

               “ต้องขอบคุณทุกครอบครัวที่เข้าใจ วันนี้ถ้าทุกคนไม่ให้อภัยกันบ้านเมืองเราคงมีปัญหาไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ต้องขอบคุณที่เห็นแก่ประเทศชาติ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่า อยากขอร้องว่าอยากให้อยู่บนหลักของความเห็นอกเห็นใจกัน เข้าใจกัน โดยเฉพาะญาติผู้เสียชีวิตคือ การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่แต่การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นี้ถ้าเรายึดหลักของการให้อภัย การปรองดอง ตรงนี้จะถือเป็นการให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ เพราะถ้าให้อภัยและให้ทุกอย่างเดินไปข้างหน้าก็เท่ากับว่าจะได้เห็นแก่ประเทศวันนี้บ้านเมืองเราบอบช้ำ และเชื่อว่าหลายคนที่กังวลใจ คือ ความกังวลใจที่ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมานั้น หวนกลับมาสู่ประเทศเราอีก อยากให้ช่วยกัน เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นหนทางไหน ก็ไม่อาจที่ทุกคนจะพอใจไปทั้งหมดได้ ก็คงต้องมีบ้างที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเรายึดหลักบนหลักของความเมตตาธรรมบนหลักของการให้อภัยกัน และหลักที่จะให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ก็เชื่อว่าเราควรค่อยพูดค่อยจากันก็น่าจะทางออก

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีผู้ชุมนุมคัดค้านเพิ่มมากขึ้นรัฐบาลจะดูแลอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลต้องพยายามดูแล ในเรื่องของความสงบเรียบร้อย เชื่อว่าทุกคนอยากจะเห็นการชุมนุมโดยสันติคงต้องดูแลทั้งฝ่ายที่เป็นผู้ชุมนุม และฝ่ายประชาชนที่สัญจรไปมาให้มีความปลอดภัย โดยได้กำชับในส่วนของเจ้าหน้าที่ว่า ขอให้ใช้หลักความอดทนในการดูแลความปลอดภัย และยึดหลักตามข้อกฎหมาย และไม่อยากให้มีการกระทบกระทั่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ที่จะนำไปสู่การเกิดความรุนแรง

               เมื่อถามว่า นายกฯ ยังเห็นว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษ ฉบับนี้สามารถสร้างความปรองดองให้กับประเทศได้หรือไม่ เพราะกลุ่มที่ออกมาคัดค้านก็มีจำนวนมากขึ้น นายกฯ กล่าวว่า เรียนว่าเราต้องร่วมกันในการให้อภัยซึ่งกันและกันก่อน แล้วถึงจะเดินหน้าไปได้เราเองต้องเรียนว่า หลักอย่างแรกที่อยากให้ประเทศเดินหน้าคือ การให้อภัย การที่ร่วมกันในการที่จะให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ถ้าเราไม่มีการให้อภัยเราไม่ทำอะไรสักอย่างเลย สิ่งที่เราห่วงก็คือ จะกลับสู่วงจรความขัดแย้ง แต่ถ้าเรายึดหลักเมตตาธรรม ยึดหลักการให้อภัย และยึดหลักว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ค่อยพูดค่อยจากัน ตนเชื่อว่าตรงนี้เราจะค่อยๆหาทางออกของเราได้ และหวังว่าเราจะร่วมกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้า

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ มีสีหน้าที่โศกเศร้าและมีน้ำตาคลอ น้ำเสียงสั่นเครือ ตลอดเวลาการให้สัมภาษณ์

 

ประมวลภาพ คนละอารมณ์"พี่แม้วใจบุญ-น้องปูน้ำตาคลอเบ้า"

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'

 

กลบข่าวลือ!'อุ๊งอิ๊ง'โผล่พบ'อาปู'