
'รองผบช.น.'ชี้ผู้ขับขี่ทำผิดกม.จราจรลดลง
'รองผบช.น.' เผยผู้ขับขี่มีวินัยมากขึ้น ยอดทำผิดกม.จราจรลดลง ด้าน 'บก.จร.' ย้ำเตือน 40 เส้นทาง 'ยกจริงจับจริง' ไม่เว้นแม้สัปดาห์เปิดเทอม
4 พ.ย.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวว่า ภาพรวมมาตรยกรถแทนล็อคล้อโครงการพัฒนาและแก้ปัญหาการจราจร กทม.ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวม40เส้นทางครอบคลุมทั่วกทม.ช่วงที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากขยายพื้นที่ยกจริงจับจริงอีก 30 เส้นทาง เริ่มวันแรก 1 พ.ย. ในพื้นที่รับผิดชอบ 57 สน. ปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจประชาชนเคารพกฎจราจรมากขึ้นมีผู้กระทำความผิดน้อยมากรวม 3 วัน (1-3 พ.ย.) ไม่ถึง 20 รายแต่ยังมีประปรายบ้างบนถนนพญาไท ถนนพหลโยธิน ถนนสาทร ถนนลาดพร้าวเพราะเป็นเส้นทางยาวซึ่งยอดผู้กระทำความผิดลดลงเรื่อยๆแสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจกับข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนของ บช.น.และ บก.จร. เป็นอย่างดีส่งผลให้ถนนทั้ง 40 สายจากเดิมที่เริ่มนำร่อง 10 สาย มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การจราจรคล่องตัวไม่มีรถจอดกีดขวางการจราจรช่วงเช้าเย็นเร่งด่วนจากเดิมที่มักจะเสียช่องจราจรไป1ช่องทางตอนนี้รถวิ่งกันได้เต็มที่ แล้วและเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนแต่เป็นปัญหาของคนเดินเท้าเพราะ รถขับขึ้นไปจอดบนฟุตบาทกันหมดทำให้ประชาชนไม่มีที่เดินซึ่งจะประสาน กทม.ให้ดำเนินการติดป้ายแจ้งเตือนเพราะบนทางเท้าเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกทม.
รองผบช.น. ยอมรับว่า ก่อนหน้าเสนอแนวคิดมาตรการจับจริงยกจริงและการบังคับใช้กฎหมายจริงจังเด็ดขาดใครๆ ก็โวย ว่าบ้าไปแล้วคิดได้อย่างไรไม่มีทางเป็นไปได้แต่มันก็เป็นไปแล้วนับเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทางเพราะประชาชนเกรงกลัวไม่กล้าทำผิดและจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาแก้ไขปัญกาจราจรในกทม.ต่อไป
"ในส่วนของการยกรถนั้นเราใช้รถยกของโรงพักเป็นหลักมีการใช้รถยกของภาคเอกชนน้อยมาก แต่หลังจากเพิ่มเส้นทางเป็น 40 สายแล้วอาจจะต้องใช้รถเอกชนเข้ามาร่วมด้วยเพราะรถหลวงอย่างเดียวคงไม่พอ แต่หากประชาชนไม่ทำผิดเลยก็ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ ส่วนมาตรการดำเนินการขั้นตอนไปหลังจากจัดระเบียบผู้ใช้รถใช้ถนนแล้วก็จะลงในรายละเอียดของรถสาธารณะที่มีปัญหาทั้งบริเวณหน้าห้างและจุดจอดรถประจำทางที่มักจะมีรถตู้ รถแท็กซี่ จอดแช่กีดขวางการจราจรซึ่งจะเร่งจัดจุดจอดรถให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและกวดขันบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังต่อไป" รอง ผบช.น. กล่าว
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ผช.ผบ.ตร. ได้เยี่ยมชมระบบการทำงานโครงการ Miracle eyes ที่บก.จร. ถ.วิภาวดีฯ, และศูนย์จราจร ที่สน.ทุ่งสองห้อง ศูนย์ TOT ถนนแจ้งวัฒนะ เชื่อมโยงเครือข่ายระบบการทำงานของทั้ง 3 ศูนย์เรียบร้อยเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 15.00 น. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วย รมว.ไอชีที ผบ.ตร. คณะ รอง ผบ.ตร.ผบช.น. กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที จำกัดมหาชน ร่วมเปิดโครงการ Miracle eyes ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี รังสิต มีนายตำรวจและ กต.ตร.กทม.ภาคประชาเข้าร่วมกว่า 1500 คน
'บก.จร.' ย้ำเตือน 40 เส้นทาง 'ยกจริงจับจริง' ไม่เว้นแม้สัปดาห์เปิดเทอม
กองบังคับการตำรวจจราจรย้ำเตือนประชาชนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามจอดกีดขวางการจราจร 40 เส้นทางหลัก ที่บังคับใช้กฎหมายเข้มข้นเด็ดขาด โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนช่วงสัปดาห์แรกของการเปิดเทอม
1. ถนนประชาราษฏร์สาย 1 2. ถนนสามเสน 3.ถนนรามอินทรา 4.ถนนแจ้งวัฒนะ 5.ถนนงามวงศ์งาน 6.ถนนประชาชื่น 7.ถนนนวมินทร์ 8.ถนนร่มเกล้า 9.ถนนลาดกระบัง 10.ถนนประดิษฐ์มนูธรรม 11.ถนนศรีนครินทร์ 12.ถนนเสรีไทย 13.ถนนเจริญกรุง 14.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 15.ถนนจักรเพชร 16.ถนนบำรุงเมือง 17.ถนนกรุงเกษม 18.ถนนเยาวราช 19.ถนนสีลม 20.ถนนจรัลสนิทวงศ์ 21.ถนนเจริญนคร 22.ถนนรัชดาภิเษก-พระราม 3 23.ถนนรัชดาภิเษก-ตลาดพลู 24.ถนนสมเด็จเจ้าพระยา 25.ถนนกรุงธนบุรี 26.ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน 27.ถนนประชาอุทิศ 28.ถนนเพชรเกษม 29.ถนนพระราม 2
30.ถนนราชพฤกษ์ 31.ถนนลาดพร้าว ตั้งแต่แยกลาดพร้าว-แยกแฮปปี้แลนด์ 32.ถนนพระราม4 ตั้งแต่แยกหัวลำโพง-แยกพะราม4 33.ถนนสุขุมวิท ถนนเพลินจิต ถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกบางนา-แยกพงษ์พระราม 34.ถนนรัชดาภิเษก ถนนอโศกดินแดง ถนนอโศกมนตรี ตั้งแต่แยกประชานุกูล-แยกรัชดาพระราม4 35.ถนนรามคำแหง ถนนพระราม9 ถนนจตุรทิศ ตั้งแต่แยกคลองเจ๊ก-แยกรามคำแหง-ถนนจตุรทิศ 36.ถนนพหลโยธิน ถนนเกษตรนวมินทร์ ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยฯ-สะพานใหม่ และแยกเกษตรศาสตร์-แยกนวมินทร์ 37.ถนนสาทรเหนือและสาทรใต้ตลอดสาย 38.ถนนราชดำเนิน สะพานพระปิ่นเกล้าฯ ถนนบรมราชชนนี และถนนคู่ขนานลอยฟ้า ตั้งแต่ ลานพระราชวังดุสิต-แยกผ่านพิภพฯ-จนสุดเขตกทม. 39.ถนนเพชรบุรี ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตั้งแต่แยกอุรุพงษ์-แยกคลองตัน 40.ถนนวิภาวดีรังสิต ตลอดเส้นทาง
ผู้ฝ่าฝืนเสียค่าปรับใบสั่ง 500 บาท และค่ายกรถ 4 ล้อ 500 บาท ค่าดูแล 200 บาทต่อวัน 6 ล้อ ค่ายก 700 บาท และค่าดูแล 300 บาทต่อวัน 10 ล้อขึ้นไป ค่ายกรถ 1,000 บาท และค่าดูแล 500 บาทต่อวัน
'บช.น.' จัดระบบการจราจรหน้าโรงเรียน
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผช.ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.(รับผิดชอบงานจราจร) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ลงพื้นที่ตรวจการจัดระบบการจราจรจอดรถส่งบุตรหลานช่วงเปิดเทอมวันแรกหน้าโรงเรียนเซนคาเบรียล และโรงเรียนเอกชนชื่อดังขนาดใหญ่รวม 7 แห่ง ในพื้นที่กทม.ถนนสายหลักสำคัญต่างๆพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรจุดต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมนำปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลร่วมประชุมวางแนวทางแก้ไขที่ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเน้นการออกนโยบายเพื่อจัดการจราจรด้านหน้าสถานศึกษา ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งหมด 987 โรงเรียน ในถนนสายหลัก 3 สาย ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนบนถนนสามเสน กลุ่มโรงเรียนบนถนนสาทร และกลุ่มโรงเรียนบนถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มมักจะมีปัญหาการจราจรติดขัดต่อเนื่องในถนนสายอื่นโดยจะนำภาพรวมทั้งหมดมาศึกษาวิเคราะห์แก้ไขให้เป็นรูปธรรมอีกครั้ง
ส่วน พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า การจัดการจราจรรับมือเปิดเทอมบริเวณพื้นที่สามเสน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนถึง 8 แห่งได้สั่งการให้ ผกก.และ รอง ผกก.ทุก สน.รวมถึงสารวัตรจราจร ดำเนินการจัดระบบ "หยุด-ส่ง-ลง-จร" โดยเป็นขั้นตอนเบ็ดเสร็จภายใน2นาที คือจอดรถส่งบุตรหลานโดยหยุดในที่ให้หยุดนิ่งจนบุตรหลานก้าวลงจากรถและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าขณะที่ลูกหลานเดินเท้า (จร) เข้าโรงเรียนไปอย่างเป็นระบบให้เริ่มดำเนินการพร้อมกัน 88 สน. ส่วนช่วงเย็นให้ดำเนินการระบบเดียวกัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วรถจอดส่งบุตรหลานจะใช้เวลาคันละประมาณ 1 - 2 นาทีเท่านั้น
พล.ต.ต.อดุลย์ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ได้ใช้การแก้ปัญหาโดยการเหลื่อมเวลาเข้าเรียน ในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่สามเสน ชั้นเด็กโต ตั้งแต่เวลา 06.00- 07.30 น. ส่วนชั้นเด็กเล็กให้เหลื่อมเวลา ตั้งแต่ 07.30-08.30 น. เพื่อลดปัญหาการรับส่งพร้อมๆกันบริเวณหน้าโรงเรียน และจะนำปฏิบัติต่อในโรงเรียนอื่นๆต่อไป เพื่อลดปัญหาการจราจรในช่วงเปิดเทอม



