
สำรวจวุฒิสภา-เร่งนิรโทษสุดซอย
สำรวจวุฒิสภา-เร่งนิรโทษสุดซอย : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน
สปอตไลท์การเมืองจับไปที่ "วุฒิสภา" สนามทดสอบอำนาจของ "อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร" ว่ามีมากน้อยเพียงใด หลังจากโชว์พลังในสภาผู้แทนฯ ให้เห็นด้วยการดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม "ฉบับสุดซอย" วาระ 2-3 ให้ผ่านไปได้ในวันเดียวในช่วงค่อนรุ่ง
เชื่อกันว่า ฝ่ายทักษิณจะต้องมีการใช้ "กำลังภายใน" เพื่อดันให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภามาให้ได้ในสมัยประชุมนี้ คือ ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้
"นิคม ไวยรัชพานิช" ประธานวุฒิสภา บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.เจ้าปัญหานี้จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาอย่างเร็วที่สุดคือวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ หรือไม่ก็วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการออกมาพูดดับข่าวที่ว่าอาจมีการรวบรัดนำร่างกฎหมายนี้เข้าสู่การประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์หรืออังคารนี้เลย
อย่างไรก็ตาม มี ส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่า หากนำร่างกฎหมายนี้เข้าวุฒิสภาในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน จริง ก็ยังถือว่า "เร็วกว่าปกติ" เพราะปกติวุฒิสภาจะมีประชุมวันจันทร์ ไม่มีประชุมในวันศุกร์
คาดกันว่าวุฒิสภาจะประชุมในวาระ 1 และรับหลักการได้ในวันเดียว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ส่วนขั้นกรรมาธิการนั้น ในขั้นตอนปกติจะเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอคำแปรญัตติได้ภายในเวลา 7 วัน หากมีการกำหนดระยะเวลาให้สั้นลงก็ชัดเจนว่าเพื่อเร่งขั้นตอน อย่างไรก็ตาม อีกส่วนที่สามารถเร่งเวลาได้คือ ระหว่างที่รอคำแปรญัตติจากสมาชิก คณะกรรมาธิการก็เรียกประชุมพิจารณาไปพลางก่อนเพื่อไม่ให้เสียเวลา จากปกติที่คณะกรรมาธิการมักรอให้พ้นช่วงแปรญัตติไปก่อนจึงจะนัดประชุม
ความจริงเมื่อการเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ ไม่ได้กำหนดว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงจะไม่มีเวลาบังคับว่าวุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน และตามระยะเวลาที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 พฤศจิกายน หากต้องการให้จบทัน คณะกรรมาธิการก็จะมีเวลาพิจารณาเพียงประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น
นอกจากเร่งรัดเรื่องเวลาแล้ว อีกส่วนที่สามารถทำได้คือ การจัดคนที่เห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาลเข้าไปเป็นกรรมาธิการให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขร่างกฎหมายได้ในขั้นกรรมาธิการ รวมถึงคนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการด้วย หากเลือกคนที่มีแนวคิดในทางสนับสนุนร่างของสภาผู้แทนฯ และคุมเกมการประชุมได้ ก็ยิ่งเป็นผลดีกับฝ่ายรัฐบาล
ที่ผ่านมาวุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมี "สมัคร เชาวภานันท์" ส.ว.สรรหา เป็นประธาน หากเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา วุฒิสภาก็น่าจะตั้งนายสมัครเป็นประธานคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้อีกครั้ง หากไม่ใช่นายสมัครก็ถือได้ว่าผิดปกติ
และหากไม่สามารถคุมไม่ให้คณะกรรมาธิการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ได้ ก็ยังสามารถมาแก้ไขกลับได้ในขั้นการพิจารณาวาระ 2 ในวุฒิสภา
เมื่อพิจารณาเสียงเรียกร้องให้วุฒิสภา "คว่ำ" ร่างกฎหมายนี้ตั้งแต่วาระแรกนั้น สำรวจอย่างละเอียด โดยดูจากประวัติการโหวตในเรื่องต่างๆของ ส.ว.ทั้ง 149 คน โดยเฉพาะจากการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.และร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท บอกได้เลยว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก
ใน ส.ว.เลือกตั้ง 76 คน มี ส.ว.ที่ไม่โหวตหนุนร่างนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยแน่ๆ เพียง 6 คน คือ ประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา, วิเชียร คันฉ่อง ส.ว.ตรัง, สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี, สาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง, สุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม และรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพมหานคร ส่วนอีก 70 คนที่เหลือมีแนวโน้มว่าจะโหวตสนับสนุน
ด้านซีก ส.ว.สรรหา 73 คน มีอยู่ 13-15 คน ที่น่าจะโหวตสนับสนุนร่างนิรโทษกรรมสุดซอย จึงจะเหลือ ส.ว.สรรหาอีกอย่างมาก 60 คน ที่จะโหวตค้าน
คำนวณแล้วจึงเห็นชัดว่า เสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาน่าจะโหวตไปในทางสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ยกเว้นจะมีกระแสกดดันจากภายนอกอย่างแรง จนทำให้ ส.ว.ไม่กล้าโหวตในทางนั้น
ดังนั้นการพิจารณาทั้ง 3 วาระของวุฒิสภา ฝ่ายรัฐบาลจึงเชื่อว่าจะคุมให้เป็นไปตามร่างที่ผ่านไปจากสภาผู้แทนราษฎรได้ เพื่อไม่ต้องเสียเวลามาตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาอีกครั้ง และปิดเกมเรื่องนี้ได้ภายในสมัยประชุมนี้
หากฝ่ายรัฐบาลสามารถเอาชนะในสนามที่สองนี้ได้ ก็ต้องจับตามสนามต่อไป คือ "ศาลรัฐธรรมนูญ" !!
.........................
(หมายเหตุ : สำรวจวุฒิสภา-เร่งนิรโทษสุดซอย : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน)



