ข่าว

'ปชป.'ลั่นเดินหน้าต้าน'รบ.'

'ปชป.'ลั่นเดินหน้าต้าน'รบ.'

03 พ.ย. 2556

ปชป."ลั่นเดินหน้าต้าน"รบ."รวบรัดปล้นอำนาจปชช.ตัดสิทธิยื่นศาลรธน.ตาม ม.68เพิ่มอำนาจอัยการชี้ขาดไม่เชื่อ"ปธ.วิปรบ."บอกไม่พิจารณา5พ.ย.

 
 
          วันที่  3 พ.ย.56  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความพยายามผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า รัฐบาลไม่ได้เดินหน้าสองเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ แต่ทำเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล 3 ประการคือ 1. แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มาส.ว. มาตรา 190 และมาตรา 68,237 ถือว่าเป็นการแก้เพื่อประโยชน์หมู่คณะที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและเครือข่ายของรัฐบาล 2.มีวาระซ่อนเร้นปูทางไปสู่การรื้อรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของบางคน 3.ตัดทอนอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจองค์กรเครือข่ายใกล้ชิดรัฐบาลให้มีอำนาจเต็มไม้เต็มมือมากขึ้นในการสกัดกั้นการใช้อำนาจของประชาชน ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน 
 
          นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้รายงานการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 237 มีการบรรจุระเบียบวาระในวันอังคารที่ 5 พ.ย.เรียบร้อยแล้ว เพื่อพิจารณาวาระสองและสาม ซึ่งนายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ออกมายืนยันว่าจะไม่นำร่างดังกล่าวมาพิจารณาในวันอังคารนี้ และไม่รู้ว่าจะพิจารณาเมื่อไหร่ ซึ่งประชาธิปัตย์ไม่เชื่อถือคำพูดนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพฤติกรรมของรัฐบาล และคนในรัฐบาลตระบัดสัตย์ต่อคำพูดของตัวเองตลอดเวลา เช่น จะนิรโทษกรรมประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับผู้สั่งการ แกนนำ การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนทุจริต 
 
          นายองอาจ ยังกล่าวว่า รัฐบาลแก้กฎหมายเพื่อช่วยเหลือคนทุจริตและ พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ให้คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เผาอาคารสถานที่ได้รับการนิรโทษกรรม เป็นการตระบัดสัตย์ของรัฐบาล ขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีบอกให้ใช้เวทีสภาหาทางออกประเทศ แต่ตลอดเวลาที่มีการพิจารณารัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอความเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน 
 
          " คำพูดของนางสาวยิ่งลักษณ์จึงถือเป็นการตระบัดสัตย์เช่นกัน เพราะมีการใช้เผด็จการเสียงข้างมากปิดปากฝ่ายค้านด้วยการปิดอภิปราย จนทำให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่เมื่อรัฐบาลมีพฤติกรรมตระบัดสัตย์อยู่ตลอดเวลา คำพูดของนายอำนวยที่บอกว่าจะไม่มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 67และ237 ในวันอังคารนี้จึงเชื่อถือไม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะหักดิบใช้เสียงข้างมากนำร่างดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหลังการพิจารณากรอบสนธิสัญญาระหว่างประเทศ " นายองอาจ กล่าว 
 
          นายองอาจ กล่าวต่อว่า พรรคเตรียมพร้อมทำหน้าที่ในที่ประชุมรัฐสภา หากมีการหักดิบนำร่างแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวเข้ามาพิจารณา เพราะรัฐบาลพยายามจะทำให้ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจบภายในสมัยประชุมนี้ให้ได้ นอกจากนี้พรรคจะเปิดโปงให้ประชาชนเห็นว่างร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิทธิของประชาชน
 
          “ ตามร่างที่กรรมาธิการฯพิจารณานั้นมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในมาตรา 68 ตัดสิทธิประชาชนไม่ให่สามารถยื่นเรื่องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ทำให้เหลือเพียงช่องทางเดียวคือต้องยื่นให้อัยการสูงสุดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากไม่สามารถทำได้แล้วเสร็จคนยื่นจึงมีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน ซึ่งในความเป็นจริงอัยการสูงสุดคงพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วันเพราะมีการระบุว่า หากอัยการสูงสุดเห็นว่าไม่เป็นการล้มล้างการปกครอง ก็ถือเป็นข้อยุติที่ไม่มีสิทธิไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อีก เป็นการเขียนกฎหมายแบบฉ้อฉอลเพื่อให้อำนาจกับอัยการมากขึ้นโดยให้อัยการสามารถมีคำสั่งยุติเรื่องได้ ทำให้ประชาชนถูกตัดทอนอำนาจประชาชนที่เคยยื่นได้ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญและอัยการสูงสุด มาเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรที่รัฐบาลเชื่อว่าครอบงำได้ เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ตัดทอนอำนาจประชาชน ” นายองอาจ กล่าว 
 
          นายองอาจ ยังกล่าวว่า สำหรับกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น พรรคยืนยันเดินหน้าในการต่อต้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างถึงที่สุด ทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชชน ผดุงหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้คงอยู่ และสังคมไทยมีความเชื่อมั่นได้ว่าการทุจริตจะต้องถูกต่อต้าน ไม่ใช่ส่งเสริมให้การทุจริตเป็นเรื่องปกติของบ้านเมือง การออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการสร้างค่านิยมที่ทำให้คนทุจริต ล้างผิดได้เมื่อมีอำนาจ พรรคจึงต่อต้านคัดค้านอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่นายสามารถ แก้วมีชัย ออกมายืนยันว่ากฎหมายนิรโทษกรรมไม่ขัดรัฐธรรมนูญนั้น พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญสองส่วนคือ ส่วนแรกขัดรัฐธรรมนูญในเนื้อหาสาระ หลักการ และเหตุผล ในหลายมาตรา และส่วนที่สองการดำเนินการออกกฎหมายก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะกระบวนการตรากฎหมายในสภาเป็นไปโดยมิชอบ ซึ่งจะได้มีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างไร 
 
         นายองอาจ กล่าวว่า กฎหมายนิรโทษกรรมที่ออกโดยสภาผ่านวาระ 3 ทะลุซอยไปแล้ว และกำลังจะทำให้เป็นจริงภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด รัฐบาลจึงพยายามสกัดกั้นการทำหน้าที่ของวุฒิสภา โดยผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลสั่งการประกบส.ว.หลายคน โดยเฉพาะส.ว.ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีจุดยืนต่อกฎหมายให้หันมาสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ โดยมีการใช้ทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน และอิทธิพล ดำเนินการ เพื่อให้ผ่านการพิจารณาของ ส.ว. ปิดเกมให้กฎหมายออกมาบังคับใช้โดยเร็วที่สุด แต่ตนอยากฝากถึงรัฐบาลว่า กระแสความไม่เห็นด้วยได้แผ่กระจายเป็นไฟลามทุ่งไปทุกอนูของสังคมไทย ทำให้ทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้แต่ดารา หมอ พยาบาล ได้แสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าไม่เห็นด้วย และยังมีองค์กรต่าง ๆ ต่อต้านคัดค้านการกระทำของรัฐบาลมากขึ้นทุกวัน รวมทั้งที่เวทีประชาชนที่สามเสนด้วย รวมถึงการแสดงออกของประชาชนผ่านโลกโซเชียลมีเดีย 
 
          " สิ่งที่เชื่อว่าทะลุซอยจะไม่เป็นจริง เพราะกฎหมายนี้จะเจอซอยตัน แม้ทะลุซอยหรือกำแพงแรกไปได้ แต่เป็นซอยที่มีความยาวไม่ใช่ซอยสั้น ที่จะเดินทางถึงได้ในทันที ยังมีกำแพงอีกหลายชั้นที่ขวางทางอยู่ ที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องเผชิญหน้าคือกำแพงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศในวันจันทร์นี้ ที่จะแสดงออกเพื่อไม่ให้มีการออกกฎหมายฉบับนี้ " นายองอาจ กล่าว
 
          นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะระดมกำลังตำรวจมากแค่ไหน ก็จะไม่สามารถทัดทานกระแสของประชาชนที่รักความถูกต้อง ไม่ต้องการให้ประเทศไทยถูกอำนาจมืดทำลายความถูกต้อชอบธรรมของบ้านเมือง ฉะนั้นคิดว่ารัฐบาลโดยเฉพาะนางสาวยิ่งลักษณ์คงตระหนักแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสภา แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบเพราะเป็นผู้ครองเสียงข้างมาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากเกิดอะไรขึ้นนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 พ.ย.เวลา 10 นาฬิกาเป็นต้นไป เพราะการเคลื่อนไหวของประชาชนเกิดจากการกระทำของรัฐบาลที่พยายามช่วยเหลือพี่ชายนายกฯ เป็นตัวการทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหา ดังนั้นที่นายกอ้างว่ากฎหมายนี้จะนำไปสู่ความปรองดองของประเทศ หากได้ใช้สมองคิดจะเห็นว่า กฎหมายนี้ไม่ได้นำไปสู่ความปรองดองของคนในประเทศแต่สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้บ้านเมืองนำไปสู่กลียุคอีกครั้ง จึงขอฝากข้อความนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลว่า ยังมีเวลาตัดสินใจที่จะเอาฟืนออกจากไฟ แต่ถ้าไม่พยายามเอาฟืนออกจากไฟ แต่ยังเดินหน้าตามแผนของตัวเองเท่ากับเติมฟืนเข้ากองไฟ จึงขอให้ยุติปัญหาโดยเร็ว"นายองอาจ กล่าว 
 
          นายองอาจ กล่าวว่าสำหรับกิจกรรมในวันจันทร์เวลา 10 นาฬิกา ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้เพราะเราสู้กับรัฐบาลที่ชั่วร้าย ส่วนที่จะมีการเคลื่อนกำลังประชาชนไปยังถนนสีลมเพื่อร่วมกันเป่านกหวีด 1 นาที เป้นสัญลักษณ์ในการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่นั้นขอให้ประชาชนติดตามดูโดยจะไม่ขอพูดล่วงหน้า และรัฐบาลต้องรักษาความสงบเรียบร้อยอย่าให้เกิดปัญหามวลชนเสื้อแดงมาปะทะกับประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล และขอให้คนที่คิดจะใช้วิชามารที่ชั่วร้ายกระทำต่อพี่น้องประชาชนว่า จะเป็นผลลบผลร้ายต่อรัฐบาลเอง