ข่าว

'สมเด็จพระเทพ'ทรงแนะให้พัฒนาการเกษตร

'สมเด็จพระเทพ'ทรงแนะให้พัฒนาการเกษตร

04 พ.ย. 2556

"สมเด็จพระเทพ" ทรงแนะให้พัฒนาการเกษตร : ไลฟ์สไตล์

 
 
 
 
          ตามที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ได้สนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ดำเนินการปรับปรุง และพัฒนาโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่3 (เต่างอย) เนื่องจากสภาพทรุดโทรมไปตามเวลา หลังจากเปิดใช้งานกว่า 30 ปี ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับปรุงกระบวนการผลิตใหม่ และเพิ่มกำลังผลิตสำเร็จรูปประเภทต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ตามมาตรฐานโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูประดับสากล ซึ่งได้เปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อปี 2555
 
          โอกาสนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดโรงงานฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมทอดพระเนตรการทำงาน โดยมี คุณหญิงประจิตต์ กำภู ณ อยุธยา ประธานกรรมการ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้แทนพิเศษสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นำคณะเฝ้ารับเสด็จฯ ณ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่3 (เต่างอย) อ.เต่างอย จ.สกลนคร วันก่อน
 
          หลังจากทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายชื่อโรงงานแล้ว เสด็จฯ เข้าอาคารโรงผลิตทอดพระเนตรบริเวณจัดนิทรรศการ ห้องควบคุมการตรวจสอบคุณภาพ ขั้นตอนผลิตน้ำมะเขือเทศเข้มข้น ขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์อบแห้ง ขั้นตอนการบรรจุผลิตภัณฑ์ข้าวสารและสายการผลิตข้าวสาร จากนั้นเสด็จฯ ยังโรงวิจัยพืช โรงเพาะชำ และแปลงสาธิตการเกษตร ทอดพระเนตรการปลูกมะเขือเทศขึ้นค้างหรือขึ้นร้าน รูปแบบต่างๆ การปลูกนอกฤดูกาล งานวิจัยการป้องกันโรคเหี่ยวเขียว ต้นตอมะเขือพวง ต่อยอดมะเขือเทศ และโครงการเพาะกล้ามะเขือเทศ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงมือเพาะกล้าอย่างทรงพระเกษมสำราญ
 
          หลังจากเสด็จฯ กลับ พิพัฒพงศ์  เผยว่า ปัจจุบันในประเทศมีความต้องการมะเขือเทศจำนวนมาก และพื้นที่แถวนี้ก็มีสภาพอากาศเหมาะที่สุดคือเป็นพื้นที่แห้งมีน้ำบางส่วน เพราะมะเขือเทศต้องการน้ำน้อย เป็นพืชที่ปลูกหลังจากทำนาแล้ว แต่ผลผลิตที่ได้ตอนนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ทางเราจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธกส.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.สกลนคร และกรมส่งเสริมวิชาการ ช่วยกันส่งเสริมการปลูกและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน ให้ช่วยกันปลูกส่งทางโรงงานซึ่งรอรับซื้ออยู่แล้ว ตอนนี้เราต้องการเกษตรกรประมาณ 7 พันรายพื้นที่ 7-9 พันไร่ ในการส่งผลผลิตให้โรงงาน 24,000ตัน ซึ่งพื้นที่รอบโรงงานเพียงพอหากเกษตรกรทั้งหมดส่งผลผลิตมาให้ ซึ่งจะเป็นไปตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ คือส่งวัตถุดิบรอบโรงงานเข้ามาโรงงาน การขนส่งใกล้ น้ำมันเชื้อเพลิงใช้น้อย ลดต้นทุนได้ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือมากขึ้น นอกจากนี้เรามีโครงการนำร่องเรื่องยุวเกษตร โดยการสร้างเด็กๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นเกษตรกร ได้องค์ความรู้มาจากสิ่งที่เราเรื่องยุวมัคคุเทศก์ ยุววนกร ที่โรงงานหลวงฯ ที่1 (ฝาง) แล้วมาต่อยอดที่นี่สอนให้เขาทำมะเขือเทศ แล้วจะเอาเด็กพวกนี้เป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายความเชื่อในชุมชน แล้วค่อยๆ ขยับไปให้เข้าสู่มาตรฐานมากขึ้น  
 
          " สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงตรัสชมว่าจัดการออกมาได้ดีตามที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริไว้ตั้งแต่ต้นเมื่อปี 52 ว่าอยากมีส่วนที่แสดงให้คนเห็นว่าโรงงานฯ ทำอะไรบ้าง ทางเราจึงจัดเป็นให้มีส่วนของนิทรรศการ คนที่มาที่นี่สามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นแหล่งเรียนรู้มีชีวิตสามารถสัมผัสได้ นอกจากนี้ยังพระราชทานคำแนะนำด้านวัตถุดิบทางการเกษตร และเรื่องการพัฒนาเกษตรกร ให้ช่วยกันหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามา ทางโรงงานจะช่วยอะไรได้บ้าง ทั้งยังทรงเป็นห่วงในเรื่องของมะเขือเทศซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของทางโรงงาน ทรงกลัวว่าจะไม่เข้ามายังโรงงานตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งยังทรงพระราชทานคำแนะนำให้นำเครื่องจักรไปทำอย่างอื่นเพิ่มเติม" ผู้แทนพิเศษสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวปิดท้าย