
'แคร์รี'รับเอ็นเอสเอทำเกินเลยบางครั้ง
'เยอรมนี-บราซิล' ผลักดัน 'ยูเอ็น' ออกมติคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในยุคดิจิตอล ด้าน 'จอห์น แคร์รี' รับเอ็นเอสเอทำเกินเลยในบางครั้ง
2 พ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักการทูตเยอรมนีกับบราซิลที่สหประชาชาติเตรียมเสนอร่างญัตติต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ยุติการสอดแนมอิเล็กทรอนิกส์ ดักฟังการสื่อสารและการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างสูง และต้องการให้ทุกประเทศคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
นักการทูตสองประเทศร่างญัตติท่ามกลางความไม่พอใจ หลังมีการเปิดโปงว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) อาจดักฟังการใช้โทรศัพท์ของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี และประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟแห่งบราซิล ตลอดจนผู้นำประเทศอื่นอีก 32 คน กับพลเมืองยุโรปหลายสิบล้านคน โดยทั้งหมดนี้มาจากการรั่วความลับของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างคู่สัญญาเอ็นเอสเอ ที่สหรัฐต้องการตัวไปดำเนินคดีข้อหาจารกรรม
เนื้อหาในร่างซึ่งไม่ได้ระบุชื่อประเทศใด จะเข้าสู่การอภิปรายในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติสัปดาห์หน้า และคาดว่าจะลงมติภายในเดือนนี้ มติสมัชชาใหญ่ไม่มีผลผูกมัด แต่จะมีน้ำหนักทางการเมืองและเชิงจริยธรรมหากเป็นมติที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ
ด้านนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐยอมรับว่าในบางกรณีการสอดแนมข้อมูลของเอ็นเอสเอทำเกินเลย และให้ความเชื่อมั่นว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
นายแคร์รีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกในรัฐบาลสหรัฐที่ออกมาแสดงท่าทียอมรับต่อกระแสความไม่พอใจในหลายชาติพันธมิตรในยุโรป แต่กล่าวปกป้องการดักฟังผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะที่ผ่านมาได้ช่วยสหรัฐหยุดยั้งเหตุร้ายบนเครื่องบิน สกัดแผนลอบวางระเบิดอาคาร และแผนลอบสังหารบุคคลได้มากมาย



