
'พท.'ยันรัฐไม่มีแนวคิดกระชับพื้นที่
'พท.' ยันรัฐไม่มีแนวคิดกระชับพื้นที่ จี้ 'ปชป.' สู้ในสภาฯ ย้ำนิรโทษเพื่อความปรองดอง ชี้ 'แม้ว' เหยื่อรัฐประหาร ลั่น 'รบ.' ไม่คิดยุบสภาฯ ซัด 'กทม.-กสม.' หนุนม็อบ
2 พ.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งศูนย์ประสานงานแบบถาวรที่ม็อบสามเสน ส่งสัญญาณให้แนวร่วมทั่วประเทศร่วมชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ว่า ขอให้นายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์สบายใจได้เลยว่ารัฐบาลไม่ขัดขวางการชุมนุมของประชาชน ไม่มีแนวคิดกระชับพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ ประกาศเขตใช้กระสุนจริงยิงใส่ประชาชนที่มาชุมนุมอย่างแน่นอน ความจริงพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ทำงานการเมืองมานาน เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็น่าจะยืนหยัดสู้กันตามกระบวนการรัฐสภา ก่อนหน้านี้ยืนกรานปฏิเสธกระต่ายขาเดียวว่าไม่เกี่ยวกับทุกๆม็อบ แต่วันนี้หลักฐานปรากฎชัด 1 ล้านคน ที่จะระดมไม่จำเป็นต้องมาสามเสน อยู่ตรงไหนก็ได้ นับเหมารวมหมด ม็อบสวนยางที่บอกว่าไม่เกี่ยวจึงเป็นการโกหก ยอมเปิดถนนเพื่อให้ม็อบมาเติมที่กรุงเทพฯ การประกาศเป่านกหวีดสู้จนตายถือเป็นสิทธิ์ การเสียชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัวของนายสุเทพ แต่ไม่รู้ว่าคนดีใจ เสียใจ ฝั่งไหนจะมากกว่ากัน จนถึงวันนี้ยังไม่แน่ใจว่า ลึกๆ นายสุเทพอาจดีใจที่พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะขนาดตอนปะทะกับกัมพูชาหน้าหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งยังแอบไปเจรจาเรื่องพลังงานกับเขา ไหนๆ ก็ประกาศสู้จนตายก็อย่าทำให้แม่ยกผิดหวัง อย่าเพียงให้หางเครื่องลาออกปาหี่จากกรรมการบริหารพรรค แต่ส.ส.ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ต้องลาออกจากการเป็นส.ส.ถึงจะได้ใจกองเชียร์ อย่าตีไพ่หลายหน้า สุดท้ายอาจเผลอตีโง่ก็ได้
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า เป้าประสงค์หลักของพรรคเพื่อไทยเบื้องแรกคือ ความพยายามแสวงหาหนทางในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติซึ่งการที่มีบางฝ่ายคัดค้านสามารถสื่อสารถกเถียงกันได้ แต่ไม่ควรกล่าวหากันว่าออกกฎหมายนิรโทษกรรมทำเพื่อล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เหตุการณ์ที่เป็นตัวทำลายล้างครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองรอบหลังคือการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐของประเทศอย่างย่อยยับ พ.ต.ท.ทักษิณตกเป็นเหยื่อของการกระทำในครั้งนั้นเรื่อยมา น่าเสียดายที่ครั้งนั้น นอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ออกมาต่อต้านแล้วยังไปแอบรับประโยชน์จากผลพวงของการก่อรัฐประหารเสียเอง มีหลักฐานปรากฎชัดต่างกรรม ต่างวาระจนถึงการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
ดังนั้น ความพยายามในการล้างผลพวงของการรัฐประหาร จึงน่าจะเป็นการแก้ไขที่เดินมาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ การเห็นต่างสามารถกระทำได้ แต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ อย่าเคลื่อนไหวรุนแรง เพื่อรักษาบรรยากาศความปรองดองสมานฉันท์ หรือแท้ที่จริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์หวังสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายเพื่อนำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
'เพื่อไทย' ยัน 'รัฐบาล' ไม่คิดยุบสภาฯ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์คาดการณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจเตรียมประกาศยุบสภาฯ หลังเดินหน้าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเสร็จ ว่า ไม่รู้ว่าพูดเพื่อปลอบใจกันเองหรือไม่ ก่อนพูดอะไรขอให้ปรึกษานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ให้ดีก่อน เพราะทั้ง 2 คนนั้นอย่าว่าแต่ยุบสภาฯ เลย ปิดสมัยประชุมยังใจคอไม่ดีหลังจากที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59,80,83,84 และ 288 กรณีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.เมื่อปี 2553 ยืนยันว่าไม่มีการยุบสภาในช่วงนี้อย่างแน่นอน
'พท.' ซัด 'กทม.-กสม.' หนุนม็อบ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีผู้ไปยื่นร้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่ หลังจากที่ให้การสนับสนุนเครื่องปั่นไฟ น้ำดื่ม และรถสุขา แก่ผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณแยกอุรุพงษ์ รวมถึงไม่ยอมบังคับใช้พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและ พ.ร.บ.จราจร ว่า วันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้เห็นองค์ประกอบในความพยายามที่จะช่วยม็อบมาโดยตลอด แต่วันนี้คดีพลิก ถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะแม้ผู้ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์จะไม่มากเท่าที่สามเสน แต่รถสุขาก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นำรถสุขาและรถปั่นไฟไปจอดเบียดกันที่สามเสนแน่นไปหมด ปล่อยเกาะ ลอยแพม็อบแยกอุรุพงษ์ ดังนั้นคปท.ตาสว่างได้แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ราคาม็อบอุรุพงษ์แค่ไหน
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ให้เน้นย้ำรัฐบาลว่าต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนในการแก้ไขปัญหานั้น นี่คือใบเสร็จที่แสดงเจตนารมย์ของกรรมการสิทธิฯ ว่ามีแนวคิดทางการเมืองและจุดยืนอย่างไร ยืนอยู่ข้างไหน น่าเสียดายที่จดหมายเปิดผนึกแบบนี้มาช้าไป 3 ปี เหตุการณ์เมษายน-พฤษภคมา 53 กรรมการสิทธิฯ ไปหลับอยู่ที่ไหน



