ข่าว

'ผบ.ตร.'สั่งสอบเจ้าของรถตีหัว'เลขาฯกรณ์'

'ผบ.ตร.'สั่งสอบเจ้าของรถตีหัว'เลขาฯกรณ์'

02 พ.ย. 2556

'ผบ.ตร.' สั่งสอบเจ้าของรถทำร้ายร่างกาย 'เลขาฯกรณ์' พร้อมแจ้ง 'ศอ.รส.' เฝ้าระวังกลุ่มหัวรุนแรง

 

                           2 พ.ย.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่นายพัสณช เหาสวานิช ผู้ดำเนินการงานทีวีประชาธิปัตย์ ที่ถูกทำร้ายเมื่อคืน ในพื้นที่ สน.บางรัก หลังเกิดเหตุ ตำรวจระดับสูงได้ลงไปตรวจสอบทันที่ เบื้องต้นทราบว่ารถคันก่อเหตุ คือ โตโยต้า สีทอง ทะเบียน กข 5272 ไม่ทราบหมวดจังหวัด หลังก่อเหตุได้มุ่งหน้าไปยัง แยกศาลาแดง ซึ่งทางตำรวจได้เร่งตรวจสอบ ทะเบียนรถดังกล่าว ปราฏกว่า ทะเบียน 2572 มีทั้งหมด 31 คัน มี 3 คันที่อยู่ต่างจังหวัด ทางตำรวจเร่งตรวจสอบ และจะเชิญเจ้าของรถมาสอบปากคำ

                           นอกจากนี้ ยังส่งการให้ทางฝ่ายสืบสวน จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด บนถนนใกล้เคียงทุกเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณแยกศาลาแดง เพื่อตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

 

'ผบ.ตร.' แจ้ง 'ศอ.รส.' เฝ้าระวังกลุ่มหัวรุนแรง (ฮาร์ดคอร์)

 

                           พล.ต.ต,ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส.กล่าวถึงความคืบหน้าของกลุ่มผู้ชุมว่าตั้งเมื่อวานที่ผ่านมา เวทีพรรคประชาธิปัตย์ บนถนนกำแพงเพชร 5 (เยื้องกับสถานีรถไฟสามเสน) ตั้งแต่เมื่อวานแกนนำประกาศจากเวทีสามเสนยืนยันต่อสู้กฎหมายนิรโทษกรรมต่อไปเนื่องจากยังมีช่องทางในการต่อสู้พร้อมคงระดับการต่อสู้ต่อไปโดยไม่รีบร้อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนนอกจากนี้ยังเปิดเผยแนวทางการชุมนุมมุ่งเป้าไปที่รัฐบาลและมุ่งแสดงพลังมหาชนประกาศให้มวลชนทั่วประเทศเดินทางไปร่วมชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัดโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม

                           สำหรับเมื่อวาน เวลา 20 45 น. ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 5,000 คน โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าเวทีถึงแยกรถไฟ ยอดผู้ชุมนุมจำนวน 3,000 คน แยกรถไฟถึงสถานียอดผู้ชุมนุมจำนวน 300 คน ส่วนที่ถนนหน้าพรรค ปชป.ยอดผู้ชุมนุมจำนวน 1000 คน ถนนหน้าเต๊นอาหารมียอดผู้ชุมนุม จำนวน1200 คน บนทางรถไฟติดเวทีมีผู้ชุมนุมประมาณ 1000 คน บนทางรถไฟแยกรถไฟถึงสถานีรถไฟยอดสูงสุดรวม 6,550 คน โดยส่วนใหญ่เป็นมวลชนใน กทม.และมีปริมาณลดน้อยลง โดยเฉพาะที่อุรุพงษ์ มีผู้ชุมนุมจำนวน 600 คน ลุมพินี มีจำนวน 100 คน หน้ากระทรวงการคลัง 300 คน ส่วน ที่ต่างจังหวัดนั้น มีการตั้งเวทีปราศรัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มียอดผู้ชุมนุมจำนวน 1,200 คน จังหวัดสตูล 300 คน ตรัง 300 คน พัทลุ 300 คน และที่ภาคอีสานทีาจังหวัดเลย 100 คน และ จังหวัดขอนแก่น 100 คน โดยภาพรวมทั่วไปสถานการณ์ยังคงปกติ ประกอบเป็นวันหยุดเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนมวลชนที่จะเข้าร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

                           พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. กล่าวอีกว่า กรณีที่ปรากฎภาพข่าวจากสื่อมวลชน ที่บ้านของแกนนำผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ บริเวณแยกธรรมรัตน์ ถูกอาวุธสงครามยิงถล่มและมีการวางระเบิดไว้ข่มขู่ จำนวน 4 หลัง โดย พล.ต.ต ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์ พยามเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยความยากลำบาก โดยเจ้าของบ้านผู้เสียหายยินยอมให้ตรวจสอบ 3 หลัง และอีกหนึ่งหลังไม่ยินยอมให้ตรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบถึงสาเหตุการไม่ยินยอมให้ตรวจสอบ แต่โดยหน้าที่แล้วตำรวจต้องที่เกิดเหตุให้ครบถ้วนเพื่อรวบรวมหลักฐานที่ตรวจได้ต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดการจราจรบนถนนเพชรเกษม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 415-416 แต่อย่างใด โดยทาง ศอ.รส. ได้ประสานไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้ช่วยดูเรื่องความปลอดภัยหากมีการเปิดการจราจรบริเวณที่ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม ให้มีการเตรียมแผนรองรับไว้ด้วย

                           ส่วนกรณีที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพญาไทได้เจรจาขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์คืนพื้นที่นั้น ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันจะปักหลักชุมนุมที่นี่ต่อไป ซึ่งทางตำรวจ จะได้นำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีแผนการที่จะสลายการชุมนุมแต่อย่างใด โดยขณะนี้ยังคงใช้กำลังเจ้าหน้าตำรวจที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย จำนวน 44 กองร้อยเช่นเดิม โดยมีการหมุนเวียนกำลังเพื่อปฏิบัติหน้าที่ โดยในวันนี้จะเน้นเรื่องการตรวจค้นอาวุธและเน้นการอำนวยความสะดวกการจราจรแก่พี่น้องประชาชนเป็นหลัก พร้อมกันนี้โฆษก ศอ.รส. ขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารจากโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งมีหลายกรณีไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เช่นข่าวการถอดน็อตะรางรถไฟ ซึ่งจากการตรวจสอบกับนายช่าง การรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

                           นอกจากนี้การระดมมวลชนอาจไม่เป็นไปตามจำนวนที่ได้คาดการไว้ ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้ประกาศว่า ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมกระจายกำลังไปร่วมชุมนุมตามตามจังหวัดต่างๆ แทนการมาร่วมชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสน ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการยกระดับการชุมนุมเช่นกัน ศอ.รส. จึงได้กำชับไปยังทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดสำคัญ ศาลากลางจังหวัด และแยกต่างๆ โดยให้ทางจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ ส่วนในเขตกรุงเทพมหาคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีผู้ชุมนุมย้ายการชุมนุมไปยังอีกจุดหนึ่ง เมื่อคืนวานนี้ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

                           พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. ได้แจ้งให้ที่ประชุม ศอ.รส. เฝ้าระวังเหตุการณ์และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรง (ฮาร์ดคอร์) พร้อมกำชับให้ต่างจังหวัดเข้มงวดเรื่องการตรวจตราอาวุธของผู้เข้าร่วมชุมนุม พร้อม ย้ำไปยังต่างจังหวัดที่เป็นจังหวัดเฝ้าระวัง ให้จัดทำแผนเผชิญเหตุพร้อมประชาสัมพันธ์ขอความรุ่มมือกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ชุมนุมในเขตศาลากลางจังหวัดซึ่งเกรงว่าอาจจะมีการยกระดับสู่การบุกยึดและทำลายสถานที่ราชการโดยให้มีการจัดพื้นที่ชุมนุมให้แก่ผู้ชุมนุม หรือวางเครื่องกีดขวางที่ป้องกันได้ทัน

                           นอกจากนี้การข่าวยังแจ้งเพิ่มเติมว่าอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนรวมตัวกันปิดถนนในส่วนการชุมนุมในเขตกรุงเทพมหานครบริเวณแยกอุรุพงษ์และสวนลุมพินียังไม่มีการปราศรัยแต่อย่างใด ส่วนบริเวณสถานีรถไฟสามเสนเริ่มมีการปราศรัยบ้างแล้วบางส่วน