
เลือกซ่อมสกลนครเดือดถึงฎีกา
ตัวเลขการเลือกตั้งล่วงหน้า ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 เมื่อวันที่ 13 และ 14 มิถุนายน ที่มีผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 1.9 หมื่นคน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 234,303 คน ถือเป็นตัวเลขการใช้สิทธิล่วงหน้าที่มากเป็นประวัติการณ์
เทียบไม่ได้กับการเลือกตั้งล่วงหน้า ในการเลือกตั้งทั่วไป 23 ธันวาคม 2551 ที่ทั้งจังหวัด 3 เขตเลือกตั้ง มีที่นั่งส.ส.7 คน มีผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเพียง 12,318 คน และผู้สมัครพรรคพลังประชาชน กวาดที่นั่งทั้งจังหวัด 7 ที่นั่ง
ตัวเลขผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าที่มากเป็นประวัติการณ์ ย่อมส่งผลต่อการปรับขบวนของ “เพื่อไทย” ที่แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะชิงเพียง 1 ที่นั่ง แต่ผลทางจิตวิทยาหากพ่ายแพ้ย่อมส่งผลใหญ่หลวงต่อจำนวน ส.ส.เดิมที่เป็นทุนที่เริ่มไม่ปลอดภัยกับ ”กระแส” ของทักษิณ ว่าจะมีส่วนช่วยให้สามารถเลือกตั้งครั้งต่อไปได้หรือไม่
เพราะเกมของเพื่อไทย ที่ส่ง นางอนุรักษ์ บุญศล ลงสมัคร แทนสามีที่โดนใบแดง ต่างออกมาตีกันการระดมคนมาใช้สิทธิล่วงหน้า เพื่อตัดโอกาส พิทักษ์ จันทศรี ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ที่ตามแผนการจะสร้างกระแสให้มีผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าอย่างน้อย 10%
แม้ว่าจำนวนตัวเลขจะไม่ตรงเป้าภูมิใจไทยมากนัก แต่อย่างน้อยคะแนนในหีบที่ยังไม่นับ ตัดจำนวนผู้ที่มีภารกิจที่ส่วนใหญ่มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งราว 3 พันคนแล้ว ฝ่ายภูมิใจไทยเชื่อว่า 70% หรือราว 1.2-1.3 หมื่นคะแนนน่าจะเป็นของ พิทักษ์ จันทศรี
แต่งานใหญ่คือ เหลือเวลาอีกแค่สัปดาห์เดียว ภูมิใจไทยต้องทำแต้มให้ได้ครบ 1 แสน และที่ยังไม่ลงคะแนน ก็ยังไม่ออกหัวออกก้อยว่าจะเลือกใคร ซึ่งแม้ประเมินจากการดิ้นเต็มที่ในการเลือกตั้งล่วงหน้าดูจะได้เปรียบ แต่เมื่อคะแนนไม่ขาดและโอกาสพลาดก็มีสูง จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่
ขณะที่เพื่อไทยก็รู้ว่าตกเป็นรอง มีทางเดียวคือการจี้ต่อมความนิยมทักษิณ กับชาวบ้านให้หนักหน่วงขึ้น
เมื่อฐานการประเมินตรงกัน จากนี้ไป 1 สัปดาห์ ระดับการต่อสู้ก็ต้องเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น สังเกตจากการที่ฝ่ายเพื่อไทยขอให้ กกต.นำรถบรรทุกผู้ต้องขังที่ใช้เก็บบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ไปจอดไว้กลางลานหน้าที่ว่าการอำเภอ ทั้ง 5 อำเภอ แล้วจัดเวรยามเฝ้าเพื่อปิดโอกาส "ไพ่ไฟ” รวมทั้งการระดม ”เสื้อแดง” ที่เปิดเวทีนำร่อง ที่อุดรธานีในเย็นวันที่ 14 มิถุนายน ใช้ชื่อ “รวมพลคนเสื้อแดง พลังแห่งประเทศไทย เลือก”เพื่อไทย”กลับสู่สภา” ที่ถือเป็นไม้เด็ดโค้งสุดท้ายที่ไม่อาจมองข้าม
เพราะวัดกำลังรอบแรกประเมินแล้วเพื่อไทย และกระแสทักษิณ ตกเป็นผู้ตามระบบการจัดตั้งและการจัดการแบบถึงลูกถึงคน ของเครือข่ายเนวิน ที่ให้รัฐมนตรีแต่ละคนลงบัญชาการในระดับอำเภอทั้ง 5 อำเภอ และมีระบบการ "นับเม็ด” คะแนนแบบเม็ดต่อเม็ด บวกกับการทำสงครามจิตวิทยา ทำให้เพื่อไทยต้องกลับไปเล่นเกมจรยุทธ์ไล่บี้โต้คืน
การแก้ลำของเพื่อไทยโดยการใช้ “เสื้อแดง” เปิดยุทธการดาวกระจาย ตั้งกลุ่มไปร้องตะโกน ยกป้ายประจานหน้าบ้านหัวคะแนน นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่มีข้อมูลว่าเปลี่ยนขั้วพร้อมตั้งข้อหา “ทรยศ” และการแจกภาพทักษิณ ยิ้มเต็มใบหน้า กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่เขต 3 สกลนคร
แน่นอนว่า ในจำนวนนั้นก็เป็นบ้านที่บรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทย แวะเวียนเข้าไปกิน นอน ฝังตัวในพื้นที่
เจอไม้นี้ก็ทำเอาทีมงานภูมิใจไทย ที่ถนัดเกมปิดพื้นที่ตีแมว ถึงกับอึ้ง คะแนนฟรี จากความนิยม พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกระจายทั่วพื้นที่ งานนี้ประตูแห่งชัยชนะยังไม่ปิดตายสำหรับเพื่อไทย
การดิ้นอัดฉีดทั้งปัจจัยและกำลังใจจากนายใหญ่ ที่นับเนื่องจากนี้ "มือที่มองไม่เห็น" และการใช้ปัจจัยทางการเมืองแบบเหนือชั้นน่าจะถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
นี่จึงไม่ใช่สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แบบธรรมดาเสียแล้ว...และกลายเป็นสงครามกองโจรชาวบ้าน (เสื้อแดง) ที่คล่องตัวกว่าลงลุยกับกองทัพที่เน้นการจัดระบบของภูมิใจไทย และเปราะบางหากจะจัดการกับคนกลุ่มนี้ทั้งจาก กกต.หรือ จากคู่แข่ง
โค้งสุดท้าย สูตร "ชัยชนะที่สกปรก ย่อมมีความหมายมากกว่าความพ่ายแพ้ที่ขาวสะอาด" ก็ยังมีโอกาสนำมาใช้ทั้งสองฝ่าย เพราะเมื่ออ่านหน้าไพ่หลังการหย่อนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และการโต้กลับของเพื่อไทยในโค้งสุดท้ายแล้ว ทำให้เห็นความพยายามของนักการเมืองที่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น "ทุกวิธีการเพื่อชัยชนะ"
ชัยชนะในสนามนี้ ณ เวลานี้คงต้องวัดที่ ใคร "อึด"และ"โหด" กว่ากันเท่านั้น
ศูนย์ข่าวภาคอีสาน



