
นายกฯยิวรับรองรัฐปาเลสไตน์ครั้งแรก
เยรูซาเล็ม-เนทันยาฮูพ่ายแรงกดดันโอบามา เอ่ยปากยอมรับรัฐปาเลสไตน์ครั้งแรก แต่มีเงื่อนไขหลายข้อ
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้รับรองการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ซึ่งเป็นพี่เบิ้มของอิสราเอล แต่ได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้หลายข้อไม่ว่าจะเป็นการห้ามมีกองทัพ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทางปาเลสไตน์ได้ออกมาปฏิเสธในทันควัน ทั้งยังเรียกร้องให้ปาเลสไตน์ยอมรับรัฐยิวด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาสแห่งปาเลสไตน์ปฏิเสธมาโดยตลอด
นอกจากนี้ นายเนทันยาฮูยังไม่ยอมพูดถึงข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ต้องการให้อิสราเอลระงับการก่อสร้างนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ในทันที แถมยังต้องการให้ผู้อพยพชาวปาเลสไตน์จะต้องไม่กลับไปตั้งรกรากในเขตแดนของอิสราเอลอีก ทั้งยังบอกด้วยว่าเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างเยรูซาเล็มจะต้องอยู่ภายใต้อธิปไตยของอิสราเอลต่อไป
ด้านรัฐบาลปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยบอกว่า ถ้อยแถลงของนายเนทันยาฮูเป็นการปิดประตูการเจรจาเรื่องสถานะของปาเลสไตน์อย่างถาวร พร้อมวิงวอนให้ชาวโลกอย่าถูกการใช้โวหารของนายเนทันยาฮูหลอก แต่โอบามากลับมองว่าถ้อยแถลงของนายเนทันยาฮูเป็นก้าวที่สำคัญ ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ก็กล่าวว่าเป็นการเดินไปในทิศทางที่ถูกแล้ว แม้จะยังก้าวไปไม่ไกลพอก็ตาม
ทั้งนี้ ชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เขตเวสต์แบงก์เป็นส่วนหนึ่งของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต โดยมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง แต่อิสราเอลได้ยึดครองพื้นที่ดังกล่าวในสงครามตะวันออกกลางเมื่อปี 2510 และนับตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ เมื่อเดือนมีนาคม นายเนทันยาฮูก็ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าจะทำตามความต้องการของสหรัฐที่ให้เริ่มเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์ หรือข้อเรียกร้องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ต้องการอ่อนข้อให้ปาเลสไตน์ดี
สำหรับปฏิกิริยาของชาวอิสราเอลต่อเรื่องนี้นั้นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย โดยประธานาธิบดีชิโมน เปเรส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สร้างกระบวนการสันติภาพกับปาเลสไตน์กล่าวว่า ถ้อยแถลงของนายเนทันยาฮู "เป็นจริงและกล้าหาญ" ทั้งยังมีความสำคัญมากต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้เสถียรภาพตะวันออกกลาง และเปิดการเจรจาโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
แต่บรรดาแกนนำการตั้งนิคมชาวยิวไม่ค่อยพอใจกับเรื่องนี้นักโดยบอกว่าจะมีใครรู้ดีไปกว่านายเนทันยาฮูอีกว่าถึงแม้จะมีการปลดอาวุธรัฐปาเลสไตน์ แต่ในท้ายที่สุดก็จะมีอาวุธแล้วคุกคามการมีอยู่ของอิสราเอลอยู่ดี นอกจากนี้ยังมีกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นในพรรคลิคุดของนายเนทันยาฮูด้วย โดยส.ส.บางคนมองว่านายเนทันยาฮูพ่ายแรงกดดันของอเมริกัน



