
'นครบาล'เริ่มแล้ว!ยกจริงรถจอดมั่ว
'นครบาล' เริ่มแล้ว! มาตรการจับจริง-ยกจริง ขยายเพิ่มอีก 30 เส้นทางทั่งกรุง หลังโครงการนำร่องได้ผล เตรียมดึงกล้อง 'ซีซีทีวี' มิราเคิลอายส์ร่วมตรวจจับทำผิด
1 พ.ย.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจจราจร เริ่มจับจริง ยกรถส่วนขยายเพิ่ม 30 เส้นทางทั่วกรุง ยกรถที่จอดในที่ห้ามในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า - เย็น ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อเตือนประชาชนให้มีวินัยเคารพกฎหมายเคร่งครัดในถนนสายต่างๆ ดังนี้
1.ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตั้งแต่หน้าวัดสร้อยทอง ถึงแยกเกียกกาย
2.ถนนสามเสน ตั้งแต่แยกเกียกกาย ถึงแยกบางลำภู
3.ถนนรามอินทรา ตั้งแต่วงเวียนบางเขน ถึงแยกมีนบุรี
4.ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่วงเวียนบางเขน ถึงสุดเขต กทม.
5.ถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่แยกเกษตร ถึงสุดเขต กทม.
6.ถนนประชาชื่น ตั้งแต่แยกตัดถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถึงแยกพงษ์เพชร
7.ถนนนวมินทร์ ตลอดสาย
8.ถนนร่มเกล้า ตั้งแต่แยกเคหะร่มเกล้า ถึงแยกมอเตอร์เวย์
9.ถนนลาดกระบัง ตลอดสาย
10.ถนนประดิษฐมนูธรรม ตั้งแต่แยกพระราม 9 ถึงแยกถนนรามอินทรา
11.ถนนศรีนครินทร์ ตั้งแต่แยกลำสาลี ถึงสุดเขต กทม.
12.ถนนเสรีไทย ตั้งแต่แยกนิด้า ถึงแยกคลองครุ
13.ถนนเจริญกรุง ตั้งแต่ท่าน้ำถนนตก ถึงแยกสี่พระยา
14.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตลอดสาย
15.ถนนจักรเพชร ตั้งแต่หน้า สน.พระราชวัง ถึงแยกเมอร์รี่คิงส์
16.ถนนบำรุงเมือง ตั้งแต่แยกแม้นศรี ถึงแยกกษัตริย์ศึก
17.ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่แยกตัดถนนสันติภาพ ถึงแยกกษัตริย์ศึก
18.ถนนเยาวราช ตลอดสาย
19.ถนนสีลม ตลอดสาย
20.ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตลอดสาย
21.ถนนเจริญนคร ตลอดสาย
22.ถนนรัชดาภิเษก-พระราม 3 ตั้งแต่แยกรัชดา-พระราม 4 ถึงแยกใต้ทางด่วนสาธุประดิษฐ์
23.ถนนรัชดาภิเษก-ตลาดพลู ตั้งแต่แยกมไหสวรรย์ ถึงแยกท่าพระ
24.ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ตลอดสาย
25.ถนนกรุงธนบุรี ตลอดสาย
26.ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ตลอดสาย
27.ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ ถึงสุดเขต กทม.
29.ถนนพระราม 2 ตั้งแต่แยกดาวคะนอง ถึงสุดเขต กทม.
30.ถนนราชพฤกษ์ ตั้งแต่แยกบรมราชชนนี ถึงแยกถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งรวมกับในส่วนที่มีการบังคับไปแล้ว 10 เส้น จึงรวมทั้งหมดที่มีการบังคับใชกฏหมายอย่างเข้มงวดทั้ง 40 เส้นทาง
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวจะควบคู่การเดินหน้าโครงการติดกล้องซีซีทีวีกทม.1ล้านตัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมในกทม.โดยโครงการมิราเคิลอายส์จะมีพิธีเปิดวันที่ 5 พย.เวลา15.00น.โดยนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักณษ์ ชินวัตร จะเป็นประธานขับเคลื่อนMiracle eyes อย่างเต็มรูปแบบที่สโมสรตำรวจ และมี รมว.ไอซีที ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ผบช.น. และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัททีโอที พร้อมด้วย กต.ตร.กทม. 88 สน. ผบก. รอง ผบก. ผกก. รอง ผกก. สวป. และเจ้าหน้าที่สายตรวจกว่า 1,500 นาย เข้าร่วมโดยใช้กล้องโครงการ Miracle eyes ซึ่งเป็นโครงการลดปัญหาอาชญากรรมเข้ามาเป็นพระเอกในการตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรในพื้นที่กทม.บนถนนสายหลักรวมถึงตรอกซอกซอยต่างๆทุกมุมมองด้วยเริ่มดำเนินการจับปรับบังคับใช้กฎหมายจราจรทุกข้อหาเคร่งครัดตั้งแต่ปี2557 โดยกำหนดให้เป็นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมาย
รองผบช.น. กล่าวว่า บช.น.จะสรุปผลปฏิบัติบังใช้กฎหมายเด็ดขาดจอดในที่ห้ามจอดถนน10สายหลักพื้นที่23สน.หลังเริ่มโครงการพัฒนาแก้ไขปัญหาจราจรตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจะรายงานผลสรุปภาพการปฏิบัติงานของตำรวจบก.จร.และตำรวจจราจร23สน. รวมถึงการใช้ความเร็วของรถในถนน 10 สาย ได้มากน้อยแค่ไหน โดยในเวลา 14.00 น.วันนี้จะแถลงข่าวสรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ ในรอบ 10 วัน ที่ผ่านมา
"ก่อนหน้าผมจะเสนอแนวคิดมาตรการจับจริงยกจริงและการบังคับใช้กฎหมายจริงจังเด็ดขาดในปีที่แล้ว แต่ใครๆ ก็โวย ว่าบ้าไปแล้วคิดได้อย่างไรและไม่มีทางเป็นไปได้ จนมาวันนี้มันเป็นไปแล้วและเกิดขึ้นแล้วมีการจับจริงปรับจริงยกรถจริงและทำมาเกือบ10วันแล้ว ทุกคนที่คนพูดว่าเป็นไปไม่ได้ก็กลับมาบอกว่า เป็นไปได้อย่างไรและทำได้อย่างไร นับเป็นอีกงานหนึ่งของความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ในฐานะที่กำกับดูแลงานด้านการจราจร และหลังจากมีการกวดขันจริงจังมีผลให้ประชาชนมีวินัยเคารพกฎหมายมากขึ้นและเกรงกลัวไม่กล้าทำผิดกฎหมายจราจรไม่กล้าจอดรถในที่ห้ามนับเป็นนิมิตรหมายที่ดีเป็นที่น่าพึงพอใจและพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาแก้ไขปัญกาจราจรในกทม.ต่อไป " พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
'บก.จร.' เพิ่มกำลังจราจรดูแลหน้าโรงเรียนรับเปิดเทอม
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า เริ่มแล้ว 30 เส้นทางทั่วกรุงมาตรการยกรถ แทนล็อกล้อในที่ห้ามจอดรถเพิ่มจากเดิมอีก 30 เส้นทาง ครอบคลุมทั่วกทม.จากเดิมวันที่21ต.ค ที่ผ่านมา จับจริงยกจริง 10 เส้นทาง รวมเป็น 40 เส้นทาง โดยเพิ่มในเส้นทางหลักที่ติดอันดับปัญหาการจราจร เช่น ถนนประชาราษฎร์ สาย 1, ถนนสามเสน, ถนนรามอินทรา, ถนนแจ้งวัฒนะ, ถนนงามวงศ์วาน, ถนนประชาชื่น เป็นต้น ซึ่งในช่วงนี้ หลายโรงเรียน เปิดภาคเรียนแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมแผนจราจรไว้รองรับพร้อมระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเพิ่มมากขึ้นในจุดที่มีปัญหาชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็นเร่งระบายรถเข้าออกจัดกำลังดูแลบริเวณหน้าโรงเรียนและพื้นที่ใกล้เคียง ให้สถานศึกษาแจ้งประชาสัมพันธ์ผู้ปกครอง ใช้เวลาในการรับส่งนักเรียนให้เร็วที่สุดและขอให้ประชาชนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่จอดรถในที่ห้ามจอดจะช่วยลดและแก้ปัญหาการจราจรได้ดีขึ้น



