
'รัสเซีย'หวั่นบึ้มพลีชีพโอลิมปิก
'รัสเซีย' พุ่งเป้า 'มือระเบิดพลีชีพหญิง' หวั่นก่อเหตุในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2014
1 พ.ย. 56 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย พุ่งเป้าไปที่บรรดา "แม่ม่ายดำ" ในปฏิบัติกการกวาดล้างด้านความมั่นคงที่เมืองตากอากาศ "โซชิ" ก่อนที่รัสเซีย จะทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกฤดูหนาว 2014 โดยหญิงมุสลิมทุกคน ถูกบังคับให้มอบตัวอย่างน้ำลาย หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพหลายครั้งโดยฝีมือของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน และเกรงว่า คนเหล่านี้อาจลงมือก่อเหตุในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกด้วย
พวกที่ตกเป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงของทางการรัสเซีย คือ ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่แถบนอร์ธคอเคซัส จากการที่มีการบังคับเก็บตัวอย่างน้ำลายของผู้หญิงทุกคน หลังมือระเบิดพลีชีพหญิงก่อเหตุโจมตีในพื้นที่ทางใต้ของรัสเซีย เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นที่โซชิ ที่อยู่ใกล้กับนอร์ธ คอเคซัส ที่เกิดเหตุรุนแรง อันเนื่องมาจากความพยายามแบ่งแยกดินแดนบ่อยครั้ง ในขณะที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า
นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่บดบังโอลิมปิกฤดูหนาวที่โซชิ หลังมีรายงานข่าวเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานในระหว่างการก่อสร้างสถานที่จัดการแข่งขัน มีการทิ้งขยะโดยผิดกฎหมาย และสูญงบประมาณกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ไปกับการคอร์รัปชั่นและไร้ประสิทธิภาพ
หนังสือพิมพ์อินดิเพนเด๊นท์ของอังกฤษ รายงานว่า ผู้หญิงมุสลิม 8 คน ในดาเกสถาน ที่ตกเป็นศูนย์กลางของการแบ่งแยกดินแดน ได้ถูกสั่งให้มอบตัวอย่างน้ำลาย หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพที่เมืองมาคัชคาล่า เมื่อเดือนพฤษภาคม และดีเอ็นเอที่ได้จากน้ำหลายของผู้หญิงเหล่านี้ อาจถูกนำไปใช้เปรียบเทียบได้ ถ้าพวกเธอก่อเหตุระเบิดพลีชีพในอนาคตในภายหลัง
ประธานาธิบดีปูติน ได้มีคำสั่งโดยตรงไปยังกองกำลังรักษาความมั่นคง ให้กวาดล้างพวกหัวรุนแรง โดยเขาได้ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า สถานการณ์ในนอร์ธ คอเคซัส ควรอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างยิ่ง ขณะที่นายโดกู อูมารอฟ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในนอร์ธ คอเคซัส ที่ออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุระเบิดนองเลือดที่สนามบินและรถไฟใต้ดินในมอสโคว์ ได้เรียกร้องให้สาวกรวมตัวกันให้มากที่สุด เพื่อขัดขวางการแข่งขันโอลิมปิก
ปัจจัยที่อันตรายที่สุดในเวลานี้ คือ พวกแม่ม่ายดำ หลังเกิดเหตุผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นไปบนรถบัสนักเรียน ในเมืองโวลโกกราด ทางใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ก่อนจะกดระเบิด และทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน หน่วยข่าวกรองรัสเซียสันนิษฐานว่า เป็นความพยายามทำลายคำมั่นของประธานาธิบดีปูติน เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกที่โซชิ
เว็บไซต์ คอเคเซียน น็อต ที่ติดตามความรุนแรงจากการแบ่งแยกดินแดน ระบุว่า พวกแม่ม่ายดำ ก่อเหตุโจมตีแบบพลีชีพในรัสเซียแล้ว 49 คน ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังระเบิดบนรถบัสนักเรียน ยังมีเหตุระเบิดรถยนต์ที่คร่าชีวิตตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่่สามารถทำลายแผนระเบิดที่ดาเกสถานได้อีก 2 ครั้ง หลังจากนั้น
หน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย หรือ FSB ระบุว่า กำลังวิตกว่า ชาวรัสเซียราว 400 คน ส่วนใหญ่มาจากนอร์ธ คอเคซัส ได้เข้าไปร่วมต่อสู้รัฐบาลในซีเรีย และมีบางส่วนกลับบ้านเพื่อเตรียมก่อเหตุโจมตีระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลรัสเซียกำลังติดต่อกับ 80 ชาติ เพื่อแจ้งเรื่องนี้และภัยคุกคามอื่นๆ
นอกจากนี้ การหลั่งไหลของแรงงานและอาสาสมัครในโซชิ ก็เป็นอันตรายต่อความมั่นคงเช่นกัน เนื่องจากการก่อสร้างส่วนใหญ่อาศัยแรงงานต่างชาติ และส่วนใหญ่เป็นพวกแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับ FSB ในการคัดกรองคนจำนวนมากถึง 7 หมื่นคน ในจำนวนนี้ รวมอาสาสมัครด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้าไปก็คาดว่าจะมากถึง 3.85 ล้านคน
FSB จำเป็นต้องออกมาตรการที่เข้มงวด รวมถึงเฝ้าระวังการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต , ทำเมืองโซชิให้กลายเป็นเขตความมั่นคง และเข้มงวดเรื่องการสัญจรด้วย
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



