ข่าว

'คำนูณ'เชื่อทางออกสุดท้าย'รบ.'เลือกยุบสภา

'คำนูณ'เชื่อทางออกสุดท้าย'รบ.'เลือกยุบสภา

01 พ.ย. 2556

"คำนูณ" เชื่อ ทางออกสุดท้าย รบ. เลือกยุบสภา ระบุความเสียหายสุดๆ กับ "เพื่อไทย" ปัจจัยจากทหาร ด้าน "วรเจตน์" ระบุ "นิรโทษ" ขัด รธน.หลักเสมอภาค




          วันที่ 1 พ.ย.56  นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอยว่า การคัดค้านของคนกันเองในเรื่องนี้ของพรรคเพื่อไทยนั้น สุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจแบบนี้ ตนไม่ทราบ แต่ตนมองว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงมั่นใจว่าเอาอยู่และทหารคงไม่ปฏิวัติ และมั่นใจกฎหมาย ตำรวจ รวมทั้งกำลังต่อต้านว่ามีแค่หมื่นต้นๆ และพ.ต.ท.ทักษิณคงมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะมีทางยกระดับการชุมนุมว่าจะไปถึงระดับไหน สุดท้ายหากมีปัญหาก็ยุบสภาและพรรคเพื่อไทยคงกลับมาเท่าเดิมหรือลดลงเล็กน้อย ส่วนความเสียหายสุดๆ ที่หากเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยคือมาจากทหารเพียงปัจจัยเดียว
     
          นายคำนูณ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องดูพรรคประชาธิปัตย์ก่อนว่าจะยกระดับการชุมนุมไปสู่จุดใด ตนประเมินไม่ได้ เนื่องจากต่างกับปี 2553 ที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องเลือกตั้ง ส่วนภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวนั้น นาทีนี้พิสูจน์แล้วว่ากลุ่มอื่นๆ มีพลังไม่มากพอ พลังนอกสภานาทีนี้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นว่ามีเป้าหมายอย่างไรและจะยกระดับเช่นใด ส่วนชนชั้นกลางที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยนั้น กรณีนี้อย่ามองเพียงสังคมออนไลน์ ซึ่งต้องมองการเคลื่อนไหวอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะเดือนพ.ย.นี้มีหลายสถานการณ์ที่ควรนำมาร่วมประเมินด้วย



"วรเจตน์" ระบุ "นิรโทษ" ขัด "รธน." หลักเสมอภาค ชี้ นายกฯ จะเร่งทูลเกล้าฯไม่ได้

          นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำคณะนิติราษฎร์ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ กรณีสภาผู้แทนฯผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า พรรคเพื่อไทยเดินหน้าฝ่ากระแสเพราะดูสภาพการเมืองแล้วพรรคเพื่อไทยคงมั่นใจว่าฝ่าได้ เพราะเชิงรัฐศาสตร์นั้นร่างกฎหมายฉบับนี้นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่รัฐได้ประโยชน์ไปด้วย แต่หากมีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ แล้วทหารไม่เอาด้วย ก็คงจะชุมนุมไม่สำเร็จ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เช่น องค์กรต่างๆ ทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องผ่านส.ว.ก่อนในเวลารวมราว 90 วัน หากส.ว.ยับยั้งหรือแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ก็กลับมาที่สภาผู้แทนฯและตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา แต่อำนาจทั้งหมดจะอยู่ที่สภาผู้แทนฯที่ยืนยันร่างที่ผ่านสภาผู้แทนฯได้ จากนั้นค่อยเข้าสู่ขั้นตอนศาลรัฐธรรมนูญ
         
          ส่วนกรณีนักวิชาการหลายฝ่ายระบุว่ากรณีนี้ขัดรัฐธรรมนูญ ผลทางกฎหมายและการเมือง ใครจะรับผิดชอบนั้น นายวรเจตน์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดแย้งด้านกระบวนการเพราะร่างฯในชั้นกมธ.นั้น แก้ไขเนื้อหาเกินกว่าร่างฯวาระที่หนึ่ง ส่วนแง่กฎหมายนั้น กมธ.กระทำแก้ไขกับหลักการในวาระที่หนึ่ง และขัดกับข้อบังคับการประชุม วิธีที่ดีคือปล่อยให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ตกไปและเสนอมาใหม่ในวาระที่หนึ่ง ตนมองว่าเรื่องนี้จะมีปัญหากับรัฐธรรมนูญที่อ้างมาตรา 30 แต่กลับมีการขัดหลักเสมอภาคคือเว้นกรณีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เอาไว้ ตนคาดว่านักวิชาการสีใดๆ คงมองว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านแน่ คือขัดในวาระแรก
    
          นายวรเจตน์ กล่าวว่า หากกฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญตามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างกฎหมายฉบับนี้จะตกไป และนายกฯจะเร่งรัดทูลเกล้าฯไม่ได้ ส่วนผลทางการเมืองนั้น ต้องดูตามมารยาททางการเมือง และจริยธรรม เพราะกฎหมายไม่ระบุไว้ว่าใครควรรับผิดชอบเพราะเรื่องนี้ต้องดูแบบรายกรณีไป