
เวิลด์วาไรตี้ : อุโมงค์ใต้ทะเลข้ามทวีป
เวิลด์วาไรตี้ : อุโมงค์ใต้ทะเลข้ามทวีป ฝันเป็นจริงของสุลต่านออตโตมาน
ความฝันของสุลต่านแห่งอาณาจักรออตโมาน เมื่อกว่าศตวรรษที่แล้ว ที่ต้องการเชื่อมทวีปยุโรปกับเอเชียเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านอุโมงค์ใต้ช่องแคบบอสฟอรัส กลายเป็นจริงในที่สุด เมื่อมีการเปิดใช้อุโมงค์รถไฟใต้ทะเลข้ามสองทวีปแห่งแรกของโลก เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ 90 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกี
อุโมงค์มาร์มาเรย์ มีความยาว 1.4 กิโลเมตร ลอดใต้ช่องแคบบอสฟอรัส เชื่อมระหว่างทะเลดำกับทะเลมาร์มารา และเนื่องจากอุโมงค์ทางรถไฟเส้นนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเล 62 เมตร จึงเป็นอุโมงค์รถไฟใต้น้ำที่ลึกที่สุดในโลกด้วย
ชื่อ มาร์มาเรย์ มาจากทะเลมาร์มารา ทางใต้สุดของช่องแคบบอสฟอรัส กับคำว่า เรย์ หรือ ทางรถไฟ ในภาษาเตอร์กิช
โครงการนี้ใช้งบก่อสร้างสูงถึง 3,000 ล้านยูโร (ประมาณ 127,500 ล้านบาท) คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้วันละ 1.5 แสนคน สำหรับเดินทางข้ามทวีปได้ในเวลา 4 นาที คาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหารถติดได้ร้อยละ 20 ในนครอิสตันบูล เมืองใหญ่ที่มีประชากรมากถึงเกือบ 17 ล้านคน จากเดิมที่มีเรือข้ามฟากจำนวนหนึ่งกับสะพานเพียงสองแห่งใช้สัญจรระหว่างสองทวีป และมีประชาชนข้ามสะพานทั้งสองแห่งวันละเกือบ 2 ล้านคน
นอกจากนี้ รัฐบาลตุรกียังถือว่า นี่คือโครงการฟื้นอารยธรรมเส้นทางสายไหม ที่ไม่ใช่แค่ถนนคาราวาน แต่เป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตก เชื่อมการค้าระหว่างกันโดยไม่สะดุด
การสร้างอุโมงค์ใต้ช่องแคบบอสพอรัส เป็นดำริของสุลต่านอับดุลเมจิดแห่งอาณาจักรออตโตมาน ในปี ค.ศ.2403 แต่เครื่องมือและเทคโนโลยีในขณะนั้นยังไม่ดีพอ สุลต่านองค์ต่อมา อับดุลฮาฮิด ได้สั่งร่างแผนวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมสำหรับโครงการนี้เมื่อปี 2434 แต่ยังไม่ได้ทันได้ลงมือ จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 ตามด้วยการล่มสลายของอาณาจักรออตโตมาน
ข้ามมาในศตวรรษที่ 21 นายกรัฐมนตรีเรเจบ ไตยิบ แอร์ดวน นำโครงการนี้มาปัดฝุ่น เมื่อปี 2547 โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 4 ปี แต่ที่สุดก็ล่าช้าจากกำหนดถึง 5 ปี เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างในดินแดนที่รุ่งเรืองอารยธรรมในอดีต มีการค้นพบทางโบราณคดีสำคัญๆ รวมถึงสุสานเรืออับปางจากยุคไบแซนไทน์ในศตวรรษที่ 4 นอกจากนี้ยังมีวัตถุโบราณทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จากจุดก่อสร้างใต้น้ำอีกประมาณ 4 หมื่นชิ้น ทำให้ประชาชนออกมาประท้วงเป็นระยะ
เริ่มแรก อุโมงค์มาร์มาเรย์จะเปิดให้บริการได้อย่างจำกัด ก่อนขยายจนเต็มศักยภาพในอนาคตอันใกล้ ชาวเมืองอิสตันบูลหลายคนแสดงความยินดีต่อการเปิดใช้อุโมงค์ โดยหวังว่าจะช่วยบรรเทาปัญหารถติดได้ แต่บางคนวิตกเรื่องความปลอดภัยของอุโมงค์ที่อยู่ใต้ทะเล ขณะที่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า อุโมงค์ซึ่งได้รับการออกแบบและใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมจากญี่ปุ่น สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาด 9 ได้
อุโมงค์รถไฟมาร์มาเรย์ เป็นเมกะโปรเจกท์แรกในหลายโครงการของนายกรัฐมนตรีแอร์ดวน ในวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ในระยะ 10 ปีข้างหน้า นอกจากอุโมงค์แห่งนี้ รัฐบาลยังมีแผนสร้างสะพานข้ามช่องแคบแห่งที่ 3 คลองความยาว 35 ไมล์ เลี่ยงช่องแคบ และท่าอากาศยานใหญ่สุดในโลกใกล้อิสตันบูลอีกด้วย



