
ตร.เข้าค้นเต็นท์'ม็อบคปท.'เจอใบกระท่อม
ตำรวจเข้าค้นเต็นท์ม็อบ คปท.เจอไม้-ใบกระท่อม ไม่เจออาวุธร้ายแรง 'นิติธร' ลั่นตำรวจเอารถประชิด ปิดแยกอุรุพงษ์-สน.พญาไททันที ผบช.น.จัดกำลัง2กองร้อยดูแลม็อบปชป.
ที่แยกอุรุพงษ์ วันที่ 30 ต.ค.2556 เมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจพญาไท ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล1 เข้าตรวจค้นเต็นท์ภายในบริเวณพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มคปท.
อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นไม่พบอาวุธร้ายแรงแต่อย่างใด พบแต่อาวุธปืนเด็กเล่น และไม้กระบองจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังพบใบกระท่อมอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
จากนั้นเมื่อเวลา 18.00 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาคปท.ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนรถตู้เข้ามายังบริเวณพื้นที่ชุมนุมแม้แต่คันเดียว คปท.ก็จะเคลื่อนตัวออกจากที่ชุมนุมเพื่อปิดถนนบริเวณแยกอุรุพงษ์และจะเคลื่อนไปยังสน.พญาไท อีกทั้งยังพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐบาล
นายนิติธร ให้สัมภาษณ์หลังลงจากเวทีปราศรัยว่า ในวันนี้ได้ยินมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พญาไทจะส่งหนังสือเพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งถ้าหากมีการยื่นหนังสือจริง ตนก็จะทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังสน.พญาไทเหมือนกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนออกจากบริเวณแยกอุรุพงษ์
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงค่ำว่า ได้มีมวลชนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าจำนวนมาก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักขึ้น ซึ่งบนเวทีปราศรัยได้มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
"ผกก.สน.พญาไทจี้"คปท."ถอนออกพื้นที่ภายใน3วัน
เมื่อเวลา 19.10 น. พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้แก่นายนิติธรโดยมีเนิ้อหาสรุปว่า ให้รื้อถอน เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางการจราจรบริเวณพื้นที่การชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์ ตามแนวถนนพระราม6 ขาออก และพื้นที่ต่อเนื่อง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 114 วรรค2 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 529/2555 เรื่องแต่งตั้งเจ้าพนักงานการจราจร ตามพ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 เพื่อให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางบริเวณพื้นที่การจราจรทุกชนิด ภายในกำหนด 3 วัน (2 พ.ย.)
นายนิติธร กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่มายื่นหนังสือเรียกให้ตนไปเสียค่าปรับตามพ.ร.บ.การจราจร ซึ่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ตนก็ได้เสียค่าปรับจำนวน 500 บาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในครั้งนี้ตนก็จะทำหนังสือชี้แจงว่าใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ทั้งนี้ยินดีจะไปชำระค่าปรับเป็นครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม ตนได้เคยทำหนังสือขอใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล แต่ยังไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด ซึ่งถ้าคปท.ได้รับอนุญาตให้ไปชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลถึงจะย้ายออกจากบริเวณแยกอุรุพงษ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิติธร ได้ซักถามพ.ต.อ.สมาน ว่าหากครบกำหนด 3 วันและคปท.ยังไม่ย้ายออกเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร โดยพ.ต.อ.สมาน กล่าวว่า "แล้วแต่พี่"
ผบช.น.จัดกำลัง2กองร้อยดูแลม็อบปชป.
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยกรณีพรรคประชาธิปัตย์ประกาศระดมมวลชนชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่าตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมกำลัง 2 กองร้อยดูแลการชุมนุมอย่างใกล้ชิดเชื่อข่าวไม่น่ามีปัญหาอะไรเรามีชุดเจรจาต่อรองอยู่หากมีอะไรก็จะพูดคุยกันและจัดตำรวจจราจรดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดเนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอมและสั่งจับตามื อที่3ที่อาจแทรกแซงสถานการณ์โดยประเมินสถานการณ์วันต่อวัน และยังไม่ต้องขยายพื้นที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมหากไม่มีการละเมิดกฎหมายชุมนุมอย่างสงบก็สามารถทำได้
โฆษกตร.คาดม็อบยืดเยื้อถึงวันที่11พ.ย.
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวเปิดเผยถึงสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมว่าพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้ประชุมร่วมกับที่ปรึกษา ศอ.รส.ทุกกระทรวง ที่ห้องประชุม ศอ.รส. ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. เกี่ยวกับสถานการณ์ม๊อบว่า ทางการข่าวแจ้งว่าวันพรุ่งนี้(31 ต.ค.) ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนไหวจำนวน 3 จุดด้วยกันตือ สถานีรถไฟสามเสน แยกอุรุพงษ์ และ ที่ สวนลุมพินี ซึ่งเป็นกลุ่มหลัก และจะมีการแบ่งกลุ่มเป็นดาวกระจายออกมาอีกจำนวนมาก
"คาดว่าการประชุมจะยืดเยื้อถึงวันที่ 11 พ.ย. 56 โดยมีจุดเป้าคือส่งผลให้เกิดความเสียหายและกระทบต่อการคมนาคม ใน กทม.และปริมณฑล ซึ่งทางการข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการปิดเส้นทางการจราจร โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดเทอมใหม่อาจทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนาแน่น " พล.ต.ต.ปิยะ ระบุ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลเรื่องประปา การไฟฟ้า ต้องเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา หากมีร้องขอจากหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงกระทรวงไอซีที และกระทรวงคมนาคมดำเนินการเตรียมความพร้อมดูแลด้านการจราจร และสนามบิน อาจจะมีการปิดล้อมสถานที่ราชการ เช่น ศาลากลางจังหวัด อย่างไรก็ตามทาง ศอ.รส.ได้จัดเตรียมแผนตามกฏหมายไว้รองรับ 3 ประการด้วยกันคือ1. ยึดหลักของกฎหมายเป็นหลัก 2.ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน 3.ให้เกิดความชอบธรรมแกาประชาชน โดยทาง ศอ.รส.จะมีการประเมินเป็นระยะ ๆ ดังกล่าว



