
5ดีไซเนอร์ไทยผงาดในเวที'จีไอเอ'
ไลฟ์สไตล์ : 5 ดีไซเนอร์ไทย ผงาดในเวที 'จีไอเอ'
ฉลองครบ 20 ปี สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (จีไอเอ) จึงเปิดเวทีประกวดผลงานการออกแบบจิวเวลรี่ ภายใต้แนวคิด "ครีเอท ยัวร์ โอน เลกาซี" เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีชั้นนำที่เป็นชาวไทย งานนี้ได้รับความสนใจจากดีไซเนอร์หน้าใหม่เกือบ 300 คน ส่งผลงานให้คณะกรรมการจากวงการเครื่องประดับร่วมตัดสิน จนได้ผู้เข้ารอบ 21 คน 21 ชิ้นงาน ก่อนจะคัดเลือกรอบสุดท้ายให้เหลือเพียง 5 คน โดยจัดงานประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล บริเวณ หอศิลป์กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน
ภายในงานพิธีกรประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายและมอบรางวัลแก่ผู้เข้ารอบ 5 คน โดยมี เคนเนท สคาร์แรทท์ กรรมการผู้จัดการ สถาบันอัญมณีแห่งสหรัฐอเมริกา (จีไอเอ) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและตรวจวิเคราะห์อัญมณี จีไอเอ ประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลและใบประกาศนียบัตร ซึ่งทั้ง 5 ผลงานจะได้รับการขึ้นรูปกับแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำ โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของ ณัฐวัตร ศรีนุ่น นักศึกษาสาขาออกแบบเครื่องประดับภาควิชามัณฑณศิลป์ ม.ศิลปากร เจ้าของผลงาน "ยู โคลท์ มี" ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าทอมือ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 เป็นของ สุทัตตา จันทร์รุ่งโรจน์ นักศึกษาจาก ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี เจ้าของผลงาน "ใบตอง" รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 โรจริน นันทวิสุทธิวงศ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ชื่นชอบเรื่องอัญมณี กับผลงาน "ราชพฤกษ์" รางวัลชมเชย 2 คน ได้แก่ ศุภรานันท์ กาญจนกุล เจ้าของผลงาน "แมน โกรฟ ฟอเรส" และ ทรงศักดิ์ ศิริมาตร์พรชัย เจ้าของผลงานพัดโบก ได้แรงบันดาลใจมาจากตาลปัตรใบโพธิ์ ในการแสดงโขน นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลป๊อปปูล่าโหวต ได้แก่ วีรัฏฐ รุ่งเรืองวิชชากุล เจ้าของผลงาน "แมคนิฟิเซนต์ เลกาซี" มีแรงบันดาลใจมาจากความรุ่งเรืองยุคเรนาซองส์ ปิดท้ายด้วยรางวัลพิเศษให้แก่ กัณต์พงษ์ ทองคำ เจ้าของผลงาน "สามัคคี" ได้แรงบันดาลใจจากการถักสานตะกร้อ
เคนเนท สคาร์แรทท์ กล่าวว่า สำหรับ 5 ผลงานที่มีความโดดเด่นจนได้รับรางวัล ต้องประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์อัญมณี ความสร้างสรรค์และความเข้าใจเชิงพาณิชย์ ที่หมายถึงว่าชิ้นงานนั้นสามารถนำไปขึ้นรูปได้จริง มีความโดดเด่น ดึงดูผู้ซื้อได้ โดยหนึ่งในนักออกแบที่ได้โอกาสเข้าร่วมงานกับ เจมส์ ดับบลิว เคอเรนส์ ดีไซเนอร์ระดับโลก คือ กัณต์พงษ์ ทองคำ เจ้าของรางวัลพิเศษ ส่วนอีก 1 ผลงานที่จะถูกไปจัดแสดงในงานเวดดิ้งแฟร์ที่ประเทศบาห์เรน ในปีหน้า คือ ผลงานพัดโบก และ ทรงศักดิ์ ศิริมาตร์พรชัย เจ้าของรางวัลชมเชยยังเป็นอีก 1 ดีไซเนอร์ที่จะได้ร่วมงานกับจิวเวลรี่ แบรนด์โมอาวาด อีกด้วย
ทางด้าน ณัฐวัตร ศรีนุ่น ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกล่าวถึงเหตุที่เลือกใช้ผ้าทอมือเป็นต้นแบบในการดีไซน์เครื่องประดับ เพราะต้องการสื่อถึงภูมิปัญญาไทยและอยากให้ทุกคนรักษาเอาไว้ สำหรับชิ้นงานดังกล่าวได้จับคาแรกเตอร์ของผ้าทอมือ มาตัดทอเป็นลวดลายเลขาคณิต ซึ่งถือว่ายากมากโดยเฉพาะตอนขึ้นรูปเนื่องจากมโนภาพกับผลงานจริงมีความขัดแย้งกัน สำหรับสิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้นอกเหนือจากรางวัล คือ การได้รับความรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงแนวลึกซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับผู้ผลิตเครื่องประดับ



