
คลังปัดขึ้นแวตยืน7%ถึงก.ย.57
'รมช.คลัง' ออกโรง ยันไม่มีนโยบายขึ้นแวตไปจนถึงเดือน ก.ย. 57 ลั่นไม่ต้องการให้กำลังซื้อสะดุด กระทบเศรษฐกิจ หวั่นสร้างความสับสนกักตุนสินค้า
นางเบญจา หลุยเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในช่วงที่ผ่านมา ว่าได้สร้างความสับสนและอาจส่งผลกระทบให้สินค้ามีการปรับขึ้นราคาหรือมีการกักตุนสินค้าได้ จึงต้องการสร้างความชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิด หรือนโยบายการปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าวจากที่เก็บในปัจจุบัน 7% ซึ่งเป็นการยึดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ขยายระยะเวลาการจัดเก็บแวต 7% ไปจนถึงเดือนกันยายน 2557 และไม่ต้องการให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อสะดุด
“ยืนยันว่า เหตุที่ยังไม่ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่เรื่องทางการเมืองแต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเก็บภาษี 10% อยู่แล้วยกเว้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่ธนาคารโลกเสนอให้ปรับขึ้นภาษีมาอยู่ที่ 10% ขณะนี้จึงยังไกลเกินไปที่จะมาพูดเรื่องขึ้นภาษี” นางเบญจา กล่าว
ส่วนการหารายได้เพิ่มนั้นจะเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยมั่นใจว่าในปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลยังคงสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะมีสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกและภายในมากระทบบ้าง เนื่องจากได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบจาการปรับลดภาษีต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งการปรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% และการไม่ปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล
รวมทั้งได้คำนึงถึงการนำโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่มาใช้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะไม่กระทบกับการจัดเก็บรายได้มากนัก เพราะเป็นการปรับขึ้นอัตราให้ถี่ขึ้นจะลดเพียงอัตราสูงสุดจาก 37% ลงมาเหลือ 35% เท่านั้น โดยจะเห็นว่าปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมารัฐบาลยังสามารถเก็บได้เกินเป้าหมาย
นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพกร กล่าวว่า กรมกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายในการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากปัจจุบันที่ให้หักค่าลดหย่อนได้ 40% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาทต่อคน เพื่อให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการกระตุ้นให้มีการออกใบกำกับภาษีมากขึ้นด้วย เพื่อให้ผู้ที่ยังอยู่นอกระบบเข้ามาในระบบภาษีเพื่อจะได้สิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายด้วย



