ข่าว

สื่อกับการรายงานข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง (3)

สื่อกับการรายงานข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง (3)

16 มิ.ย. 2552

บรรณาธิการหลายคนแห่งแดนภารตได้หยิบยกเหตุการณ์คราวที่อินเดียกำลังจะได้เอกราชจากอังกฤษมาเป็นกรณีศึกษา โดยเล่าว่าในช่วงแรกชาวอินเดียทุกคนต่างผนึกกำลังกันต่อสู้เพื่อกู้เอกราชโดยไม่มีใครคิดถึงความแตกต่างของศาสนาแม้แต่น้อย

เพราะต่างถือว่าเป็นชาวอินเดียเหมือนกัน แต่เจ้าอาณานิคมเจ้าเล่ห์อย่างอังกฤษต่างหากที่จุดชนวนความแตกแยกทางด้านศาสนาขึ้น และก็ได้ผลทำให้ชาวอินเดียเริ่มขัดแย้งกันเองระหว่างฮินดูกับมุสลิม ท้ายสุดชาวมุสลิมก็ได้แยกตัวไปตั้งเป็นประเทศปากีสถานขึ้น

 นี่คือกับดักการเมืองอันสุดแสนแยบยลที่สื่อพึงรู้ทันและไม่ตกสู่กับดักนั้น โดยสิ่งหนึ่งที่พึงระวังก็คือการพยายามเลี่ยงให้มากที่สุดที่จะชูประเด็นความแตกต่างทางศาสนามาเป็นประเด็นพาดหัว อาทิ "ศึกศาสนา", "ศึกฮินดู-มุสลิม" และ "ไฟศาสนาไทยพุทธ-มุสลิม" ฯลฯ เพราะเท่ากับกระพือความขัดแย้งให้บานปลายออกไปและทำให้คนหลงเชื่อคิดว่าเป็นชนวนของปัญหาจริงๆ

 ข้อเตือนใจสุดท้ายก็คือสื่อควรจะเลือกข้างหรือไม่ ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎีแล้วสื่อจะต้องไม่เลือกข้างและต้องนำเสนอข่าวโดยปราศจากอคติและความลำเอียงใดๆ แต่นักข่าวที่ประจำการในศรีลังกาคนหนึ่งฟันธงทันทีว่าในทางปฏิบัติแล้วสื่อมักจะเลือกข้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พร้อมกับยกกรณีของหนังสือพิมพ์อินเดียที่ไม่เคยนำเสนอข่าวแม้แต่น้อยกรณีทหารอินเดียช่วยฝึกอาวุธให้แก่กลุ่มติดอาวุธในศรีลังกา เป็นต้น

 แต่นักข่าวหลายคนรวมทั้งสตีเฟน ฟาร์เรลล์ แห่งหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทม์ส ที่เคยถูกจับเป็นตัวประกันระหว่างทำข่าวที่อิรักยืนยันว่า การรายงานข่าวที่ตรงไปตรงมา โดยปราศจากอคติหรือความเอียงใดๆ และยึดมั่นในข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จะเป็นเกราะกำลังชั้นดีให้นักข่าวสามารถทำข่าวได้โดยปลอดภัยรวมทั้งช่วยให้รอดตายได้ระหว่างถูกจับเป็นตัวประกัน ดีกว่าการที่นักข่าวจะพกพาอาวุธหรือหาองครักษ์มาช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้เสียอีก

 ในตอนท้ายของการประชุมมีการพูดถึง บทบาทของสื่อที่จะมีส่วนรังสรรค์สันติสุขและสันติภาพท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้ง อันเป็นบทบาทสำคัญยิ่งที่จะช่วยลดความขัดแย้งลงและช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ดังเช่นสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งได้จัดรายการโต้วาทีขึ้นระหว่างเด็กชาวสิงหลและชาวทมิฬ อันเป็นคู่กรณีขัดแย้งในศรีลังกา แต่จะให้เด็กชาวสิงหลพูดแทนเด็กชาวทมิฬ ส่วนเด็กชาวทมิฬจะต้องพูดแทนเด็กชาวสิงหล

  ปรากฏว่าได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ สื่อไทยเองก็น่าจะคิดรายการสร้างสรรค์ทำนองนี้บ้าง

บุญรัตน์  อภิชาติไตรสรณ์