ข่าว

ไปเที่ยวพม่ากันดีกว่า

ไปเที่ยวพม่ากันดีกว่า

30 ต.ค. 2556

ไปเที่ยวพม่ากันดีกว่า : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล


              ตอนนี้พม่านอกจากจะเปิดเมืองมะละแหม่งใหม่โดยอาศัยตำนานรักแสนเศร้าของมะเมียะ สาวงามแห่งมะละแหม่ง กับเจ้าอุตรการโกศล หรือเจ้าน้อยสุขเกษม แห่งนครเชียงใหม่แล้ว ทางการพม่ายังทุ่มงบประมาณในการสร้างพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของพม่าที่คนไทยรู้จักดี ทั้งจากประวัติศาสตร์และนิยายเรื่อง “ผู้ชนะสิบทิศ” ของ “ยาขอบ” โดยพระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมืองหงสาวดี แต่เนื่องจากพระราชวังดั้งเดิมถูกทำลายจนไม่เหลือซากให้เห็นเค้าเงื่อน สถาปนิกและนักประวัติศาสตร์พม่าจึงตั้งสมมุติฐานว่า ในเวลานั้นบุเรงนองมีอำนาจเหนือไทยซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิ และคงจะกวาดต้อนช่างฝีมือจากเมืองไทยไปไว้ที่พม่าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อประกาศความเป็นผู้พิชิตและตามทฤษฎีที่บางชาติอาจแพ้สงคราม แต่ผู้ชนะกลับชื่นชมศิลปวัฒนธรรมของผู้แพ้ จึงคาดเดาว่าพระราชวังของบุเรงนองน่าจะมีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะพม่ากับไทย

              ตัวพระราชวังประกอบด้วยห้องหับจำนวนมาก ตั้งแต่ท้องพระโรงที่ว่าราชการ ห้องบรรทม ตำหนักพระราชวงศ์ รวมทั้งพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่พักของพระมเหสีและเหล่าสนมนางในจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนั้น รวมถึงพระเทพกษัตรี พระธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และพระสุพรรณกัลยา พระธิดาในพระมหาธรรมราชา กับพระวิสุทธิกษัตรี ซึ่งแม้ว่าพงศาวดารไทยจะไม่ได้เอ่ยถึงเจ้านายสองพระองค์นี้ และเรื่องราวของพระสุพรรณกัลยาก็เพิ่งจะเป็นที่รู้จักของชาวไทย เมื่อประมาณ 20 กว่าปีมานี้เอง และเกิดกระแสพระสุพรรณกัลยาอยู่พักหนึ่ง

              นอกจากพม่าจะรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ในอดีตผ่านทางพระราชวังบุเรงนองที่สร้างขึ้นใหม่แล้ว ยังมีสถูปที่เมืองอมรปุระ ตอนใต้ของมัณฑะเลย์ ที่สันนิษฐานว่าเป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอุทุมพร หรือขุนหลวงหาวัด ซึ่งสละราชบัลลังก์ให้พระเจ้าเอกทัศ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา แล้วเสด็จออกผนวช พระองค์ถูกนำไปยังพม่าพร้อมกับพระราชวงศ์ประมาณ 2,000 คน และราษฎรไทยอีก 2 แสนคน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ.2313 ตามเอกสารทางพม่ากล่าวว่า พระเจ้าอุทุมพรพำนักอยู่ในพม่าเป็นเวลา 26 ปี โดยสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ.2339 และพระเจ้าโบดอพญา แห่งอมรปุระ โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีถวายพระเพลิง และสร้างสถูปขึ้นเก็บพระอัฐิ

              สถูปดังกล่าวคนพม่าเรียกว่า “สุสานลาว” แต่รูปทรงของสถูปมีลักษณะคล้ายกับโกศที่บรรจุพระศพของเจ้านายในสมัยกรุงศรีอยุธยา และภายในสถูปขุดพบผอบบรรจุอัฐิและเศษผ้าเหลืองที่ไหม้ไฟ ซึ่งเสริมสร้างความเชื่อในเรื่อง พระเจ้าอุทุมพร ยิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อพม่าจะทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณดังกล่าว และสถูปก็อยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงมีการเรียกร้องจากคนไทยที่มีความเชื่อเรื่องสถูปพระเจ้าอุทุมพร รณรงค์ให้พม่าล้มเลิกโครงการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ โดยเฉพาะการทำลายสถูป

              นอกจากนี้ก็ยังระดมหาทุนจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อบูรณะสถูปให้อยู่ในสภาพดี ด้วยเหตุผลเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั้งสองชาติ และเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงการที่กษัตริย์พม่าให้เกียรติต่ออดีตพระเจ้าอุทุมพร

              สถูปพระเจ้าอุทุมพรนี้ ในแต่ละปีจะมีคนไทยเดินทางไปสักการะเป็นจำนวนมาก เมื่อรวมกับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง และมะละแหม่ง ด้วยแล้ว ก็จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแก่พม่าอย่างเป็นกอบเป็นกำ หากย้อนกลับมามองเมืองไทยว่าเรามีอนุสรณ์สถาน หรือสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะนี้ให้พม่าหรือเพื่อนบ้านได้มาชมกันบ้างหรือไม่ ก็คงพบคำตอบว่านอกจากพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ลาว ที่สร้างโดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แล้ว ก็ยังนึกไม่ออก

              ความจริงสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างได้ ดังเช่นที่พม่าสร้างเรื่องของ มะเมียะ พระสุพรรณกัลยา จากตำนานเก่าๆ หรือสร้างพระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง ขึ้นมาใหม่เลยทีเดียว - การส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น น่าจะต้องเป็นงานที่ใช้ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ไม่ใช่เอาแต่การขายของเก่าลูกเดียว