ข่าว

เสี่ยงการสู่กับดักหนี้-ผิดสัญญาเงินกู้

เสี่ยงการสู่กับดักหนี้-ผิดสัญญาเงินกู้

31 ต.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : เสี่ยงการสู่กับดักหนี้ และเป็นคนผิดสัญญาเงินกู้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                         บรรยากาศช่วงนี้ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนกลับมาเป็นที่สนใจของผู้คนและที่เป็นประเด็นคือตัวเลขได้ส่งสัญญาณไปยังธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทบัตรเครดิต บริษัทเช่าซื้อ และธุรกิจต่างๆ เพราะเหตุว่า

                         1.นับจากโครงการรถยนต์คันแรกได้ปิดโครงการเมื่อไม่นานมานี้ มีการเปิดเผยตัวเลขการทิ้งใบจองรถยนต์ 1.3 แสนคันที่ยังไม่มาติดต่อรับรถยนต์

                         2.มีการออกมาให้ข่าวสารว่าลูกค้าที่ผ่อนชำระสินเชื่อรถยนต์อยู่นั้นเริ่มมีอาการผ่อนติดขัด แต่ยังไม่เป็นหนี้เสียมีจำนวนเพิ่มมาก

                         3.ใครต่อใครก็บอกว่ากำลังซื้อของประชาชนลดลง ขณะที่ค่าครองชีพดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ก็จะส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายลดลง

                         4.มีการจับตาพฤติกรรมลูกหนี้บัตรเครดิตอย่างละเอียด เพื่อป้องกันแต่ต้นมือ โดยเริ่มจากการติดตามทวงหนี้แบบเข้มงวด หากพบว่าลูกค้าเริ่มค้างค่างวดหลังครบกำหนดชำระ จะไม่รอและจะเริ่มตามทวงได้เลย และจะเห็นได้ว่าการติดตามหนี้ไม่รุนแรง เพราะมีร่างกฎหมายติดตามทวงหนี้ และมีระเบียบแนวทางการปฏิบัติของแบงก์ชาติที่ค่อนข้างเข้มงวดออกมาเพื่อรักษาสิทธิและให้ความคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นในวันแรกหากไม่มีการชำระเมื่อครบกำหนด ก็ต้องติดตามทวงหนี้ ...พูดง่ายๆ คือ ไม่รอแล้ว

                         5.ปัจจัยภายในที่เริ่มจากตัวลูกค้ามีพฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นอย่างไร เกินตัวหรือไม่ ฝืนที่จะยังใช้จ่ายแม้ว่ามีปัญหาหรือไม่ ขาดส่งหรือค้างชำระหรือไม่ การที่เจ้าหนี้เข้าไปถามไถ่ลูกค้าถึงสาเหตุของการค้างชำระ คำตอบที่พบกันมากคือหมุนไม่ทัน ลืม หรือเพราะรอรอบเงินเดือนออก ฝั่งของคนให้กู้จึงมุ่งไปที่การติดตามลูกค้าตลอดเวลา เพื่อวิเคราะห์ออกมาให้ได้ว่าลูกค้ามีความเสี่ยงหรือไม่ และเสี่ยงในระดับใด เรื่องสำคัญก็คือ การวางแผนธุรกิจ การกำหนดกระบวนการ เทคโนโลยี คน และกฎระเบียบต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงการลดค่าติดตามทวงถามลง จากที่เคยคิดในอัตรา 250 บาทต่อรายต่อครั้ง ต่อไปก็อาจพิจารณาปรับลดลง 10%

                         6.ผู้บริหารบริษัทบัตรเครดิตรายหนึ่งระบุว่า ระยะนี้ทางฝั่งคนที่ให้กู้เริ่มเห็นถึงความต้องการวงเงินของลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ การอนุมัติการขอเพิ่มวงเงินอยู่ที่ 80% ของความต้องการที่ขอเข้ามา ขณะที่อัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ 30-40% เพราะเข้มงวดกับการคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น โดยจะโฟกัสไปที่การวิเคราะห์ความเพียงพอของเงินเดือนประจำเป็นหลัก การขอเพิ่มวงเงินก็อาจมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และราคาสินค้าที่ขยับตัวสูงขึ้น ตรงกันข้ามกับรายได้ของผู้บริโภคที่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นเลย ทำให้ในการพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นวงเงินแต่ละครั้ง ก็จะต้องพิจารณาจากเหตุผลในการใช้วงเงิน และคุณสมบัติของลูกค้าแต่ละรายเป็นหลัก

                         ในบรรยากาศแบบนี้ การรักษาประวัติ การไม่ก่อหนี้โดยไม่มีเหตุผล การไม่จัดสรรจัดการรายได้-รายจ่ายของครอบครัว จะนำมาซึ่งความเสี่ยงมากๆ ในการก้าวเข้าไปสู่กับดักการเป็นหนี้ และกลายเป็นคนผิดสัญญาเงินกู้ไปทันที

 

 

---------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เสี่ยงการสู่กับดักหนี้ และเป็นคนผิดสัญญาเงินกู้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)