ข่าว

'ปู'ไม่รู้!'เจ๊แดง'ร่ำไห้เรียกเคลียร์'ตู่-เต้น'

'ปู'ไม่รู้!'เจ๊แดง'ร่ำไห้เรียกเคลียร์'ตู่-เต้น'

29 ต.ค. 2556

'นายกฯ'วอนใช้เวทีสภาถกทางออกปมนิรโทษ ชี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน บอกไม่รู้กระแสข่าว 'เจ๊แดง' ร้องไห้เรียกเคลียร์ 'ตู่-เต้น' ทำความเข้าใจพา 'ทักษิณ' กลับบ้าน

              29 ต.ค.56 เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ขอเรียนว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ได้เป็นร่างของรัฐบาล เป็นร่างของ ส.ส. ซึ่งเรียนว่า เราคงต้องมองว่าอำนาจฝ่ายบริหารกับอำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินั้นทำงานกันคนละส่วน
 
             "ในส่วนของรัฐบาลสิ่งที่เราจะทำได้อย่างเต็มที่คือ พยายามที่จะทำอย่างไรให้บรรยากาศบ้านเมืองนั้นเป็นไปอย่างสงบ และเราไม่อยากเห็นการก่อความวุ่นวาย โดยเชื่อว่าการถกเถียงในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น ยังมีอีกหลายขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนของ ส.ส. และส.ว. ก็เชื่อว่าระหว่างนั้นความกระจ่างหรือข้อมูลต่างๆ คงจะมีความชัดเจนมากขึ้น และเชื่อว่าผู้ที่จะต้องมาร่วมกันคิดคือ ประชาชนทุกคนที่เราจะร่วมกันรับฟังอย่างเต็มที่ และพิจารณาให้เป็นไปอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุด " น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระ 2 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของครม.เราจะต้องไปประชุมครม.สัญจร ที่ จ.ลพบุรี ตามกำหนดการ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ติดภารกิจก็คงต้องไปในฐานะ ส.ส.

                ส่วนกรณีที่ว่าการที่พรรคเพื่อไทยประกาศหนุนร่างนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ท่ามกลางความขัดแย้งนั้น จะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องดู เพราะเชื่อว่าตรงนี้เป็นเจตนารมณ์ของ ส.ส. ซึ่งเราก็ถือว่าเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เราเคารพในการตัดสินใจของแต่ละท่าน

                "แต่อย่างที่เรียนว่าในสภาจะเป็นเวทีที่สมาชิกแต่ละท่านได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และมีจำนวนผู้อภิปรายมากมาย ซึ่งจะได้มีโอกาสอธิบายในเนื้อหาสาระทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเชื่อว่า เวทีสภาจะเป็นเวทีที่ดีที่สุดในการเข้ามาแก้ไข เพราะวันนี้เองการรับฟังผ่านทางสื่ออาจจะทำให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ถ้าเราได้มีโอกาสได้รับฟังตรงนั้น จะทำให้ความกังวลใจ ความกระจ่างดีขึ้น และเราอยากเห็นเวทีนี้ค่อยๆ พูดจากันบนหลักของความเข้าอกเข้าใจกันด้วย " น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านโจมตี นายกฯ ว่า ดื้อตาใส เพราะชอบพูดว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นของ ส.ส. รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความสงบ นายกฯ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าผู้นำฝ่ายค้าน ก็อยู่ในสภามานานแล้ว คงทราบดีอยู่แล้วว่าอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารนั้นทำงานแยกส่วนกัน ต้องเคารพในการตัดสินใจในแต่ละเสาหลักอยู่แล้ว ตนก็ทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองก็รักษาหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยภายในประเทศ

                เมื่อถามว่า นายกฯจะอธิบายอย่างไร เพราะเคยแถลงนโยบายกับสภาไว้ว่าจะพิสูจน์และค้นหาความจริงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 แต่วันนี้กลับมานิรโทษกรรม นายกฯ กล่าวว่า “ต้องเรียนว่าการพิสูจน์ความจริงกับการนิรโทษกรรม ต้องมองทีละส่วนก่อน การพิสูจน์ความจริงนั้นเราได้ให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ในการหาข้อมูลอยู่แล้ว และก็ว่าไปตามขั้นตอน แต่ในเรื่องของนิรโทษกรรมนั้นเป็นเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนที่อยากจะเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าได้ แต่วันนี้เราเชื่อว่าสิ่งที่หลายฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็เป็นหน้าที่ เป็นเนื้อหาในรายละเอียดซึ่งก็ต้องใช้เวทีของสภาที่จะพูดกันในข้อกฎหมาย หรือประเด็นรายละเอียดต่างๆ ก็ขอให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมและหลักความเสมอภาค”
 
                 เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมจะทำให้ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ถูกตัดตอน และยกเลิกไม่มีความผิดไปโดยปริยาย นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูในเนื้อหา ตนอยากที่จะเรียนว่า เราเองในส่วนของกระบวนการต่างๆ ต้องอยู่ที่ว่ากระบวนการต่างๆ ต้องรอการตัดสินจนถึงที่สุดแล้ว บางอันก็มีเนื้อหาที่ต่างกัน ฉะนั้น เวลาถกเถียงกัน เราต้องไปพูดในเนื้อหาของข้อกฎหมายมากกว่า และไม่มองในเนื้อหาว่าจะต้องเจาะจงไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นเวทีของสภาในฐานะที่ตนเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่จะรับฟัง ก็ต้องให้ความเคารพในการพูด และสิทธิเสรีภาพของแต่ละคน
 
                เมื่อถามว่า นายกฯ เห็นด้วยกับคำว่า “เซ็ท ซีโร่ (set zero)” หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ดิฉัน มองว่า สิ่งที่เราจะเดินไปข้างหน้าได้คงต้องใช้เวลาในการพูดคุยกัน แล้วอยากให้ทุกฝ่ายมองในมิติของประเทศ และมองว่าส่วนไหนบ้างที่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้ เพราะจริงๆ แล้วเราก็ผ่านมาทุกๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทำอะไรเลย กับการปรับอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็พยายามแก้กันไป เพราะวันนี้เราก็พูดวนกันอยู่อย่างนี้ประมาณ 2 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน”

                เมื่อถามว่า ทำไมนายกฯ จึงมองว่าการนิรโทษกรรมจะทำให้บ้านเมืองสงบได้ นายกฯ กล่าวว่า ดิฉันไม่ได้บอกว่าอย่างนั้น ดิฉันบอกว่าเราอยากเห็นเวทีในการพูดคุยกันและหาทางออก ฉะนั้นอะไรก็ได้ที่จะทำให้มีทางออกร่วมกัน แต่ก็ต้องขอร้องบนหลักของความเห็นใจซึ่งกันและกันเถอะค่ะ เพราะถ้าเราไม่มีหลักในการออกมาพูดคุยกัน อย่างน้อยรัฐสถาจะเป็นเวทีหนึ่งที่จะพูดคุย และเชื่อว่าประชาชนจะติดตามและรับฟัง ดังนั้น ทุกคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนก็จะมีโอกาสได้รับฟังและแสดงความคิดเห็น ซึ่งเชื่อว่าสังคมจะได้รับฟังตรงนั้น”

               เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าเวทีสภาจะกระทบเสถียรภาพรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า อยากให้มองในว่าส่วนของฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัตินั้นคนละส่วนกัน เพราะนี่คือกฎหมาย และข้อกฎหมายต่างๆ นั้น เป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติ

               เมื่อถามว่า ห่วงกับการชุมนุมคัดค้านหรือไม่หากกฎหมายนิรโทษกรรมผ่านวาระ 2-3 นายกฯ กล่าวว่า ก็ห่วงคะ เราก็คอยติดตามสถานการณ์อยู่ เราก็พยายามที่จะทำความเข้าใจให้เต็มที่และในส่วนของการชุมนุมต่างๆ ก็ขอความกรุณาว่า ขอให้ชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมายและที่สำคัญ คือ กรุณาอย่าปิดถนนเลย เพราะจะทำให้ประชาชนสัญจรไปมาลำบาก”
 เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้นัดพูดคุยและร่ำไห้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง เพื่อทำความเข้าใจ ถึงความต้องการนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่รู้เรื่อง”

 

มติเพื่อไทยหนุนกมธ.เสียงข้างมาก


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุม ส.ส.พรรคว่า จากการพูดคุยกับหลายฝ่ายวันนี้พรรคเพื่อไทยจึงมีข้อยุติโดยมีมติพรรคดังนี้ 1.ขอให้ส.ส.ของพรรคงดเว้นภารกิจต่างๆ เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวพันกับทิศทางเดินไปข้างหน้าของประเทศ 2.เพื่อความเป็นเอกภาพพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมลงมติไปในทิศเดียวกันเพื่อลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยมีมติเป็นเอกฉันท์

              และ3.สำหรับท่าทีของพรรคต่อคนเสื้อแดง และแนวร่วมผู้รักประชาธิปไตยทุกคน เราเห็นว่าความเห็นทางการเมืองในการหาทางออกของประเทศย่อมแตกต่างกันได้ ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างมิตรผู้รักประชาธิปไตยด้วยกัน พรรคขอยืนอยู่บนพื้นฐานที่เข้าใจและเห็นใจ โดยเรียกร้องให้ส.ส.ของพรรคทำความเข้าใจ พูดคุย และประสานงานในทุกภาคส่วน เราเชื่อว่าการดำเนินการของเราจะทำให้ประเทศหลุดจากความขัดแย้ง ขณะที่ผู้ถูกคุมขังจะได้ออกจากความขัดแย้งด้วย