
'มะกัน'ส่งสัญญาณทบทวนนโยบาย'สอดแนม'
'โอบามา' และทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการสอดแนมรวบรวมข่าวกรอง หลังถูกแฉว่าดักฟังโทรศัพท์ผู้นำหลายสิบชาติ ไม่เว้นแม้แต่ชาติพันธมิตรใกล้ชิด
29 ต.ค. 56 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ฟิวชั่นเมื่อวานว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติมีเป้าหมายสำคัญเพื่่อปกป้องชาวอเมริกันให้ปลอดภัย และเขาเป็นคนสุดท้ายที่ใช้ข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมได้ และตลอดหลายปีนี้ หน่วยงานนี้มีการพัฒนาความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองอย่างมาก เขาจึงอยากเสนอว่าควรมีการทบทวนเพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า สิ่งที่สามารถกระทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ควรจะทำ
นอกจากนี้เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงยอมรับว่า จำเป็นต้องมีการทบทวนเพิ่มข้อบังคับ เพื่อจำกัดวิธีการรวบรวมข่าวกรอง โดยคำนึงถึงปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น พร้อมกับย้ำว่า สหรัฐไม่ได้ใช้ศักยภาพในการรวบรวมข่าวกรอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อความมั่นคงปลอดภัยเท่านั้น
ความเห็นของทั้งสองคนมีขึ้นหลังจากมีข่าวว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ หรือ NSA ดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำ 35 ชาติทั่วโลก รวมถึงนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิด
และล่าสุดหนังสือพิมพ์ของสเปนรายงานเมื่อวานว่า NSA ดักฟังโทรศัพท์กว่า 60 ล้านครั้งในสเปน ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว ระหว่าง 10 ธ.ค. 55 - 8 ม.ค. 56 ข่าวนี้สร้างความโกรธเคืองให้กับรัฐบาลสเปน ถึงขั้นเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงมาดริดเข้าพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจ และกระทรวงต่างประเทศสเปน เรียกร้องให้สหรัฐส่งคืนข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดที่ได้จากการดักฟัง พร้อมกับย้ำเตือนให้สหรัฐตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาบรรยากาศของความไว้วางใจต่อกัน และตระหนักว่าการดักฟังดังกล่าวเป็นสิ่งไม่เหมาะสมและไม่อาจยอมรับได้
ในวันเดียวกันผู้แทนจากคณะกรรมาธิการรัฐสภายุโรปเข้าพบกับคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการสอดแนมของสหรัฐที่มีการสอดส่องการสื่อสารทั้งทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของผู้นำและประชาชนในยุโรป ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นการกระทำที่ทำลายความไว้วางใจต่อกัน และจำเป็นต้องเสริมสร้างความไว้วางใจต่อกันใหม่
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



