ข่าว

'วิปค้าน'ลั่นค้านร่างพรบ.นิรโทษฯถึงที่สุด

'วิปค้าน'ลั่นค้านร่างพรบ.นิรโทษฯถึงที่สุด

29 ต.ค. 2556

'มติวิปฝ่ายค้าน' เตรียมขุนพลค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมถึงที่สุด ยันทำหน้าที่ผู้แทนฯ ปัดตีรวน ไม่หวั่นถูกฝ่ายรัฐบาลโจมตี 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ได้รับอานิสงส์กม.ล้างผิด

 

                       29 ต.ค.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงมติวิปฝ่ายค้าน ว่า จะดำเนินการคัดค้านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่เตรียมพิจารณาวาระสองและวาระสามในที่ประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้อย่างถึงที่สุด ทั้งนี้การคัดค้านดังกล่าวถือเป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชน ซึ่งไม่ใช่เป็นการตีรวนหรือเตะถ่วงการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว เบื้องต้นมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำแปรญัตติไว้ทั้งหมด 163 คำแปรญัตติ

                       ดังนั้นตามหลักการพิจารณากฎหมายต้องให้สิทธิ์อภิปรายจนครบถ้วน อย่าใช้การปิดอภิปราย เพราะเท่ากับเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้วิปฝ่ายค้านประเมินว่าเหตุที่ทางเสียงข้างมากในสภาฯ เร่งรีบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพราะไม่ต้องการให้กลุ่มผู้คัดค้านได้มีการเตรียมการชุมนุมต่อต้านได้ทัน

                       “พรรคฝ่ายค้านไม่กลัวจะถูกพรรครัฐบาลโจมตีว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะพ่วงการล้างผิดคดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกฯ เพราะบุคคลทั้ง 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีการแก้ไขเนื้อหา อีกทั้งบุคคลทั้ง 2 ได้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ขอรับการนิรโทษกรรมใดๆ“ นายจุรินทร์ กล่าว

 

'ปชป.' เหน็บ 'ปึ้ง' ปมพระวิหาร แนะคนไทยจับตาคำพิพากษาศาลโลก

 

                       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. กล่าวถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เข้าพบนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศของประเทศกัมพูชา เพื่อหารือกลไกทำงานร่วมกันหลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) มีคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ว่า การแถลงของนายสุรพงษ์ เป็นมุขเดิมที่มุ่งโจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอย้ำว่ารัฐบาลชุดที่แล้วกับกัมพูชาไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กิจการค้าขายต่างแนวชายแดน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่ปัญหาเดียวที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่ยินยอมให้กัมพูชานำปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งคือจุดยืนที่แตกต่างระหว่างรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลต้นตอที่สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว

                       ดังนั้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงเป็นเด็กดีในสายตาของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูขาเสมอ แล้ววันนี้ก็ไปจับมือกันมัดมือมัดเท้าคนไทยทั้งประเทศ และบอกว่าคำพิพากษาศาลโลกจะออกมาเป็นอย่างไร ประเทศไทยต้องยอมรับ ถามว่าเอาอำนาจอะไรมาตัดสินแทนคนไทย

                       นายชวนนท์ กล่าวว่า การเจรจาของทั้งสองประเทศเป็นวิธีที่ถูกต้อง และการรักษาความสงบตามแนวชายแดนเป็นเรื่องสำคัญ แต่คำพิพากษาที่จะออกมาในครั้งนี้ ไม่มีช่องไหนเลยที่ประเทศไทยจะได้อะไรเพิ่มเติม มีแต่เสมอตัวกับเสียมากขึ้น ทำไมรมว.ต่างประเทศต้องออกมาบอกว่า เราต้องยอมรับคำพิพากษา ตนกังวลและไม่อยากจะคิดว่ามีคนที่คาดเดาหรือเก็งข้อสอบรู้คำพิพากษาล่วงหน้า และถ้าคำพิพากษาออกมาในลักษณะให้ไทยปฏิบัติการเพิ่มเติมในเรื่องเขตแดนหรือเสียเขตแดน รัฐบาลไม่มีอำนาจไปดำเนินการ ไม่ว่าจะผ่านคณะกรรมาธิการความร่วมมือไทย-กัมพูชา (เจซี) เพราะถ้าเป็นเรื่องเขตแดนหรือเป็นเรื่องผลประโยชน์ต้องนำเรื่องเข้าสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เท่านั้น

                       “ผมแปลกใจมากท่านพูดเหมือนกับดูง่ายสบายๆ ถ้าคำพิพากษาออกมาอย่างไรก็ปฏิบัติตามนั้น ซึ่งอย่างนี้ไม่ได้เพราะถ้าคำพิพากษาออกมาให้ไทยเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียวเรื่องนี้ต้องเข้าสภา และผมก็กังวลเพราะรัฐบาลเร่งรีบลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ แล้วคำพิพากษาของศาลโลกออกมาในวันที่ 11 พ.ย. ถ้ากฎหมายผ่านออกมาใช้ได้แผนการของรัฐบาลจะสำเร็จหรือเปล่า คือฮั้วกันได้ ตกลงกันได้ เสียดินแดนได้โดยไม่ต้องบอกรัฐสภา และขอย้ำว่าจากวันนี้ถึง 11 พ.ย. คนไทยจะต้องจับตาดูเรื่องนี้ เพราะคิดว่าขณะนี้กระแสสังคมยังไม่ตื่นตัวเรื่องปราสาทพระวิหาร ทั้งที่เราสุ่มเสี่ยงที่จะเสียดินแดน ดังนั้นเรียกร้องให้ประชาชนกดดันรัฐบาลให้ตั้งหน้ารักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าการไปก้มหัวและน้อมรับคำพิพากษาเป็นเบี้ยล่างประเทศกัมพูชาแบบนี้ และเรื่องนี้รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เพราะจุดเริ่มต้นทุกอย่างมาจากพรรคพลังประชาชน มีคนบอกว่า พลังประชาชนเป็นคนเปิดดิว แล้วพรรคเพื่อไทยจะมาปิดดิวนี้ให้สำเร็จ” นายชวนนท์ กล่าว

                       เมื่อถามมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่ไทยจะปฏิบัติอำนาจศาลโลก นายชวนนท์ กล่าวว่า เราไม่ได้รับอำนาจศาลโลกตั้งแต่ปี 2505 แต่คำฟ้องไปฟ้องก่อนปี 2505  ศาลจึงตีความว่ามีอำนาจในการตัดสินซึ่งในขณะนี้ไทยไม่ได้รับอำนาจศาลโลก ฉะนั้นคำพิพากษาใดก็แล้วแต่ ที่นอกเหนือจากคำพิพากษาปี 2505 ไทยมีสิทธิ์ปฏิเสธอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่กัมพูขาอ้างขณะนี้คือ ให้ตีความคำพิพากษาเดิมในปี 2505 ว่าให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งคำถามคือบริเวณพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารอยู่ตรงไหน ดังนั้นต้องดูคำพิพากษาที่ออกมาต้องไม่เกินคำพิพากษาเดิม และอะไรที่เกิดคำพิพากษาเดิม ไทยสามารถปฏิเสธได้ทันที ยืนยันว่าขณะนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องปรึกษาหารือกัน และวันที่ 11 พ.ย. คำพิพากษาออกมาอย่างไร แล้วรัฐบาลตอบสนองในทางที่ผิด ฝ่ายค้านจะมีการดำเนินการอย่างแน่นอน

 

แฉ 'กมธ.นิรโทษฯ' สอดไส้ช่วย 'สมชาย' พ้นผิดสลายชุมนุม 7 ต.ค.51

 

                       นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.ปชป.ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ..... แถลงว่า เนื้อหาในร่างฉบับของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ครอบคลุมการนิรโทษรรมให้กับการฆ่าคน คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ซึ่งทำให้ทุกคนหลุดจากคดีทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี และอดีตรองนายกฯ แต่การแก้ไขล่าสุดที่สังคมยังไม่รู้คือ คนที่ได้รับอานิสงค์เพิ่ม คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เพราะได้มีการแก้ไขให้ครอบคลุมไปถึงเหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ซึ่งถือเป้าหมายแฝงของกฎหมายฉบับนี้ นอกเหนือผู้ถูกดำเนินการสอบสวนโดย "คตส." พ้นจากความผิด นั้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีดนายกฯ จะได้รับประโยชน์เต็มๆ รวมทั้งคดีที่ถูกส่งไปยังองค์กรอื่นๆก็จะยุติลง

                       “กฎหมายฉบับนี้แก้เกินหลักการ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีกฎหมายที่ก็มีลักษณะเช่นนี้ผ่านสภามาแล้ว เชื่อว่า เมื่อเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ก็จะผ่านความเห็นชอบของสภาแน่นอนและเมื่อเข้าสู่ชั้นวุฒิสภาก็เชื่อว่า เอาไม่อยู่ เพราะเห็นได้ว่าการพิจาณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ที่ส.ส.และส.ว.บางส่วนจับมือกัน ดังนั้นขอเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญออกมาชุมนุมคัดค้าน เพราะกฎหมายฉบับนี้ ตอบโจทก์ครอบครัวชินวัตรล้วนๆ“ นายอรรถวิชช์ กล่าว