
'ธาริต'ฟ้อง'มาร์ค-เทือก'ตามจำนวนศพ
'ธาริต' เมินความเห็นอัยการ เดินหน้าแยกฟ้อง 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' เรียงกระทงตามจำนวนศพและผู้บาดเจ็บ อ้างเคารพสิทธิคนเจ็บ-ตาย
29 ต.ค. 56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมพนักงานสอบสวนในคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีสั่งสลายการชุมนุม ภายหลังอัยการสูงสุด สั่งฟ้องคดีในความผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่า และพยายามฆ่าคนตาย โดยเจตนาเล็งเห็นผล ซึ่งอัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงยืนยันได้ว่า คณะพนักงานสอบสวนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่อัยการมีความเห็นว่า เป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวนั้น คณะพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งที่ต่อเนื่องกัน มีเจตนาเดียวกันเพื่อสลายการชุมนุม จึงยืนยันในความเห็นเดิมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ แยกสำนวนคดีทั้งข้อหาฆ่าคนตาย และข้อหาพยายามฆ่าคนตายเป็นรายคดี เว้นแต่กรณีที่เป็นเหตุการณ์ในเวลาและสถานที่เดียวกัน จึงจะรวมสำนวนเป็นหนึ่งคดี โดยเฉพาะข้อหาพยายามฆ่าคนตาย ซึ่งมีผู้เสียหายประมาณ 1,000 ราย ที่ต้องเคารพสิทธิ์ของผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์เป็นรายคดี
นายธาริต ยังกล่าวถึงกรณีการยกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่แก้ไขให้การนิรโทษกรรม ครอบคลุมไปถึงผู้สั่งการให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งอาจส่งถึงคดีดังกล่าวว่า ต้องรอให้มีการออกเป็นกฎหมายก่อน รวมถึงต้องมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. 53 ก็จะได้รับผลดีตามกฎหมายนิรโทษกรรมด้วย แต่ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรม ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดตามมาตรา 157 เพราะนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ปฏิบัตินอกหน้าที่ ทำให้การสอบสวนเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนไม่ใช่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของ ป.ป.ช.ว่าจะสอบสวนต่อหรือไม่
อย่างไรก็ตามขณะนี้ดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพในคดีที่มีหลักฐานเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐกลับไปให้พนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุแล้ว 52 ราย ในจำนวนดังกล่าว ศาลมีคำสั่งแล้ว 15 ราย สำนวนการไต่สวนส่งกลับมาดีเอสไอแล้ว 13 ราย ไม่รวมข้อหาพยายามฆ่าคนตาย



