
คลังเล็งปีหน้ารีดภาษี'ชาเขียว'10%
'กระทรวงคลัง' เดินหน้ารีดภาษีชาเขียว 10% หลังหารือ อย.แล้วพบใช้ส่วนผสมชาเขียวน้อย ข้ออ้างเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจึงฟังไม่ขึ้น คาดมีผลบังคับใช้ปีหน้า
28 ต.ค. 56 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ว่าที่ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายทบทวนภาษีที่ยังคั่งค้างไว้ หลังจากทำการศึกษาไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตชาเขียว ซึ่งเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความเหมาะสมที่จะเก็บภาษีที่ศึกษาไว้คือ 10% ของมูลค่าสินค้า ซึ่งจะทำให้กรมสรรพสามิตมีรายได้เข้ามาหลายพันล้านบาท
ทั้งนี้ กรมได้ประสานความร่วมมือไปยังคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติเครื่องดื่มชาเขียวที่ขายในท้องตลาดแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของชาเขียวน้อยมาก ดังนั้นข้ออ้างในการยกเว้นภาษี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจึงฟังไม่ขึ้น
"คงไม่จำเป็นต้องหารือกับผู้ประกอบการใหม่อีกรอบ เพราะได้หารือมาก่อนหน้าแล้ว ขณะนี้จึงน่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะสบายมาพอสมควรแล้ว คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้ เพราะจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่จะเข้าไปดำเนินการหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายในปีงบประมาณ 2557" นายรังสรรค์ กล่าว
นอกจากนั้นยังจะพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีอื่นๆ ด้วย เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพราะเห็นว่ายังมีความจำเป็นปรับเพิ่มขึ้นจากที่จัดเก็บในปัจจุบัน 7% ซึ่งจากที่เคยศึกษาไว้เดิมหากปรับเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านบาม แต่การจะนำมาใช้ต้องขึ้นกับจังหวะเวลาที่เหมาะสมและภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องขึ้นกับนโยบายรัฐบาล
ส่วนภาษีสรรพสามิตดีเซลถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่คงอัตราไว้ และคาดว่าคงไม่ได้ปรับขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะจะดูเพียงฐานะการคลังและการหารายได้ของรัฐบาลไม่ได้ คงต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งปัจจุบันยังมีเงินคงคลังจำนวนมาก สามารถรองรับการเบิกจ่ายได้เป็นแสนล้านบาทในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ได้



