
'ปชป.'ท้า'ณัฐวุฒิ-ส.ส.แดง'ลาออก
'ปชป.' แนะ 'เสื้อแดง' จี้ 'ณัฐวุฒิ-ส.ส.แกนนำ' ลาออกจากตำแหน่ง นำมวลชนต้านกม.ล้างผิดเหมายกเข่ง เตือน 'อสส.' อย่าตกเป็นเครื่องมือสั่งฟ้อง 'มาร์ค-สุเทพ'
28 ต.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ว่า คนเสื้อแดงต้องร่วมกันออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน เพราะการนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งนี้ เป็นการทำลายระบบนิติรัฐนิติธรรม เป็นการสังหารประชาชนที่เสียชีวิตในปี 2553 ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง หากกฎหมายนี้ผ่านไป ชีวิตของคนเสื้อแดงก็จะกลายเป็นแค่บันไดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านอย่างเท่ๆเท่านั้น ตนอยากถามไปยังแกนนำคนเสื้อแดงที่พูดว่าจะทำได้ดีที่สุดในการคัดค้านกฎหมายดังกล่าว คือการงดออกเสียง ทั้งที่คนเสื้อแดงยอมสละชีวิต ยอมติดคุกเพื่อให้แกนนำได้เสวยสุขในตำแหน่ง ส.ส. หรือรัฐมนตรี หากคนเสื้อแดงอยากเห็นความจริงใจจากแกนนำคนเสื้อแดง ก็ควรเรียกร้องนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ลาออกจากตำแหน่ง และออกมานำคนเสื้อแดงเพื่อคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง เช่นเดียวกับ ส.ส.เสื้อแดง
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากตัดสินใจเลือกเอาเรื่องพี่ชายมาก่อนประชาชน ก็อาจจะต้องไปอยู่กับพี่ชายที่ต่างประเทศ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องตัดสินใจ เพราะขณะนี้มวลชนหลายกลุ่มต่างประกาศชุมนุมใหญ่ หลังการโหวตวาระ 3 ของพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะมีคนออกมาหลายแสนคน จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจสกัดกั้นความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
'ปชป.' เตือน 'อสส.' อย่าตกเป็นเครื่องมือสั่งฟ้อง 'มาร์ค-สุเทพ'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันนี้ (28 ต.ค.) อัยการสูงสุดจะมีการแถลงผลการนัดสั่งคดีสลายการชุมนุมจนผู้เสียชีวิตของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ ผอ.ฉอฉ.ขณะนั้น ซึ่งทั้งสองไม่ได้ตื่นเต้นกับคำสั่งที่จะออกมา หากมีคำสั่งฟ้อง นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพก็ยินดีจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และไม่เรียกร้องกฎหมายนิรโทษกรรม
อย่างไรก็ตาม ขอเตือนอัยการสูงสุดว่า นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ และรองนายกฯ ตนไม่อยากให้อัยการสูงสุดกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาล
“เคยมีกรณีคดีทุจริต จัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง ที่อัยการสูงสุดเคยสั่งไม่ฟ้องนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่า กทม.ในขณะนั้น เพราะได้ชี้ว่าเป็นเรื่องของข้าราชการการเมือง และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ซึ่งหากอัยการสูงสุดมีบรรทัดฐานเหมือนกับเรื่องนี้ ก็ควรจะส่งไปที่ป.ป.ช. หากสั่งฟ้องเราก็ยินดีจะต่อสู้ แต่พวกท่านก็ต้องรับผิดชอบ การกระทำที่เกินขอบเขตกฎหมาย” นายชวนนท์ กล่าว
'ปชป.' จี้ 'สุรพงษ์' แจงหารือ 'ฮอร์ นัมฮง'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินทางไป หารือระหว่างนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย และนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่อยากเห็นการปะทะกัน ระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา เราอยากเห็น 2 ประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่สิ่งที่พรรคกังวล คือ ท่าทีที่รัฐบาลไทยแสดงออกเหมือนพยายามโน้มน้าวให้ประชาชนไทยรับคำพิพากษาของศาลโลก ไม่ว่าจะออกมาในแนวทางใด ที่ผ่านมาเราปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลโลกตั้งแต่ปี 2505 แต่วันนี้ กัมพูชาพยายามขยายคำพิพากษาให้มากกว่าเดิม โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว เพื่อหวังฮุบพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร
นายชวนนท์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำในขณะนี้คือ การหาทางรองรับคำพิพากษา และศึกษาแนวทางต่างๆที่อาจเป็นไปได้ในเรื่องของการตัดสิน แต่การเดินทางไปประเทศกัมพูชาของนายสุรพงษ์นั้น ไม่ทราบว่าไปทำอะไรหรือพูดคุยเรื่องอะไร ทั้งที่เวลานี้ควรที่จะหารือกับหน่วยงานภายในประเทศ รัฐบาลต้องคำนึงถึงสูงสุดคืออธิปไตยและพื้นที่ของประเทศ ต้องไม่เสียไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว รวมทั้งความปลอดภัยของประชาชนตลอดแนวชายแดนด้วย ตนหวังว่าท่านคงไม่เอาผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ ไปแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์รัฐบาลและกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะบุคคลที่มีชื่อถูกกล่าวอ้างหลายครั้งว่า จะไปลงทุนสัมปทานทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศ และหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรมว.กลาโหม จะกำกับดูแลเพื่อรักษาดินแดนประเทศ ให้มีความชัดเจน
'ปชป.' ปัดหนุนหลัง 'ม็อบยาง' ซัดรัฐดูแลเกษตรกร 2 มาตรฐาน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมของชาวสวนยางที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า วิตกว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จะขยายความรุนแรงต่อเนื่องจากผู้ชุมนุมทางการเมือง ยืนยันว่าผู้ชุมนุมเหล่านี้ไม่มีการเมืองหนุนหลัง ไม่มีใครในพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่พื้นที่ที่พรรคมีส.ส.อยู่นั้น ส.ส.ทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนตามความเหมาะสม การที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวหากลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆนั้น เห็นว่าหมดราคาขึ้นไปทุกวัน ใช้ตัวย่อเกือบจะครบทุกพยัญชนะของไทย
นายชวนนท์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องมอบหมายให้คนเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา รับฟังและตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพราะที่เกิดการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ รู้สึกว่ารัฐบาลปฏิบัติกับเกษตรกรที่ปลูกพืชอื่นแบบ 2 มาตรฐาน วันนี้เกษตรกรที่ปลูกปาล์ม ยาง มะพร้าว ข้าวโพด ต่างชะเง้อมองเกษตรกรชาวนาที่ได้รับการประกันราคา 1.5 หมื่นบาทผ่านโครงการรับจำนำ เพราะฉะนั้นเลิกนำการเมืองไปเกี่ยวข้องกับประชาชน ไม่เช่นนั้นประชาชนทั้งประเทศจะลุกฮือ
เชื่อสังคมเข้าใจ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ได้ประโยชน์จากกม.นิรโทษฯ เหตุแพ้โหวตเสียงข้างมาก
นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เชื่อว่าสังคมจะเข้าใจ หลังจากที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากมีมติแก้ไข มาตรา 3 ของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน โดยได้ตัดการเว้นการนิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งจะครอบคลุมคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ฐานะอดีตนายกฯ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะอดีตรองนายกฯ ในข้อหาสั่งฆ่าประชาชน เพราะเรื่องการแก้ไขเนื้อหาดังกล่าวเป็นเรื่องของกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก ซึ่งพรรคประชาธิปปัตย์ ฐานะกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยได้พยายามต่อสู้แล้ว
ทั้งนี้ตนมองว่าการเล่นเกมดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงแกนนำทั้ง 2 คนถูกจับเป็นตัวประกัน ส่วนกรณีที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธาน กมธ.นิรโทษกรรม ระบุผ่านสื่อเครือเนชั่นว่าการแก้ไขเนื้อหามาตรา 3 เพราะต้องการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามีการออกกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นความขัดกันแห่งผลประโยชน์
นายนิพิฎฐ์ กล่าวต่อว่าหลังจากที่กรรมาธิการฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระตรวจรายงานการประชุมแล้วเสร็จ ภายในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ต.ค. จะส่งรายงานให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ทันทีเพื่อให้บรรจุเรื่องไว้ในระเบียบวาระการประชุมวันที่ 30 ต.ค.นี้ นอกจากนั้นแล้วทราบว่าทางพรรคเพื่อไทยเตรียมที่จะมีการดันเรื่องนี้ให้สุดซอย ด้วยการเสนอให้เลื่อนระเบียบวาระโดยงดเว้นขอบังคับเพื่อให้สามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิโทษกรรมฯ ให้ได้ภายในวันที่ 30 ต.ค.นี้



