ข่าว

นครขอนแก่นติวเข้มบุคลากรเป็นผู้บริหารที่ดี

นครขอนแก่นติวเข้มบุคลากรเป็นผู้บริหารที่ดี

28 ต.ค. 2556

อปท.นครขอนแก่นส่งเสริมบุคลากรทางการศึกษา เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารรุ่นที่ 4 ก่อนสอบคัดเลือก

              เทศบาลนครขอนแก่น ขับเคลื่อนนโยบายการบริหารการศึกษา โดยเล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรครู – ผู้บริหาร  ภายในสถานศึกษา อีกทั้งคำนึงถึงความสำคัญ เรื่องคุณภาพทางวิชาชีพ ในตัวบุคลากร จึงดำเนินการจัดการส่งเสริมการอบรมบุคลากรทางการศึกษา ที่ประสงค์ในการเข้าสอบคัดเลือก ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดเทศบาล ให้ผ่านการอบรม ภายใต้กิจกรรมศึกษาดูงานเชิงปฏิบัติการ พร้อมประเมินผลการศึกษา ประกอบเป็นคะแนนการตัดสิน คุณภาพของตัว ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งกระบวนการในการคัดเลือก 
 
              โดยต้องผ่านกระบวนการ ได้รับรู้  การสังเคราะห์และ วิเคราะห์  จากการเข้าศึกษางานตัวอย่าง  การจัดการระบบการศึกษาในโรงเรียนให้มีความสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ที่โรงเรียนรุ่งอรุณ และ สถาบันอาศรมศิลป์ สถาบันอุดมศึกษาทางเลือก

              ที่เปิดสอนในหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต , ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ปฐมวัย) และประกาศนียบัตรวิชาชีพครู ภายใต้มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ  โดยมีนักวิชาการด้านการศึกษา ของสถาบันฯ เป็นผู้จัดกระบวนการอบรมให้แก่บุคลากร เพื่อให้ได้รับความรู้เชิงประจักษ์ ในการจัดการศึกษา แบบแนวทางเลือก ในทุก ๆ มิติ ของการพัฒนาการศึกษาในทศวรรษที่ 21
           
              นายสุรพล ธรรมร่มดี  นักวิชาการด้านการศึกษา สถาบันอาศรมศิลป์ ผู้เป็นวิทยากรบรรยายให้แก่ ทีมผู้ศึกษา “ครู” ในสังกัดสำนักการศึกษา 9 เทศบาลนครของแก่น  กล่าวว่า การจัดการเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้กับบุคคลกรทางการศึกษา ภายใต้การดำเนินงานการจัดการศึกษาแบบโรงเรียนทางเลือก โรงเรียนรุ่งอรุณ และ สถาบันอาศรมศิลป์ บนแนวคิด การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการ ผู้รับการอบรม ได้เห็นไปถึงการมองผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างแท้จริง  คิดสร้างการเรียนรู้ ในสิ่งที่ผู้เรียนหรือนักเรียน ต้องการที่จะรู้จริง ๆ  มิใช่ เรื่องที่ครูผู้สอนต้องการใส่เนื้อหา เพื่อต้องการให้เด็กรู้ในสิ่งที่เด็กไม่ได้ต้องการจะรู้  และได้นำผู้ศึกษาได้เห็นถึงวิธีการนำเด็กหรือผู้เรียนเข้าสู่การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง  (Deep Learning) 

              เช่น กิจกรรมที่จะสามารถส่งเสริมให้เกิดการอยากรู้อย่างลึกซึ่งด้วยตัวของเด็กเอง  โดยครูจะต้องพาเด็กเข้าถึงความรู้ ในเรื่องที่เด็กสนใจ  และไปสู่การลงมือปฏิบัติงาน ให้เกิดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น ที่เรียกว่า การลงมือปฏิบัติงานบนฐานการงานจริง (Work – Based Learning) และนำไปสู่ การรับรู้ ในความรู้นั้น ๆ ให้ถึงแก่นสาระที่สำคัญ  ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ในรูปแบบของโครงงาน ที่มีกระบวนการขั้นตอน ในการทำให้เด็กเป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และนำมาสู่ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ (Interconnected & Communicative Learning) ซึ่งเป็นการประเมิน ความรู้ของเด็ก ได้เป็นอย่างดี  เพราะความรู้หรือเรื่องราวที่ถูกสื่อสารออกมาจากเด็กนั้นคือการสังเคราะห์ความรู้ ที่ออกมาจากตัวเอง และพิสูจน์ได้อย่างประจักษ์ว่าเด็กเข้าใจและได้เรียนรู้ในสิ่งนั้นแล้ว                       
       
              การเป็น ครู ผู้เปลี่ยนแปลง ผู้รอบรู้  รู้อย่างเท่าทัน และ รู้ในความจริง จากความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ  กับสังคมที่กำลังก้าวเดินอยู่ในศตวรรษที่ 21 นั้นไม่ใช่เพียงการ พาเด็กอ่านแต่ตำรา  บนความรู้เก่า ที่หากจะหยิบมาอ่าน หรือ บอก หรือ สอน เมื่อไร ก็ยอมได้ แต่ความรู้ใหม่ ความรู้ที่เกิดขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น  ครูจะต้องเป็นผู้รู้เท่าทัน และ มอบหรือหยิบยืน ชี้แนะ ให้เด็กได้มอง สิ่งเหล่านั้นอย่างเท่าทัน ด้วยการวิเคราะห์ แยกแยะ สิ่งเหล่านั้นให้กับเด็ก เพื่อให้การศึกษาไทย และ เด็กไทย ไม่เป็นผู้ที่ติดอยู่กับความรู้ในอดีต และตำราเดิม ๆ ซึ่งจะไปไม่ถึง การรอบรู้ ที่สามารถนำพาตัวเองให้รอดในอนาคตบนโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลาเช่นในขณะนี้ได้