
สอบ'บอดี้การ์ด'หมอนิ่มคลี่ปมสังหาร'เอ็กซ์'
ชุดสืบนครบาลบุกค่าย ทอ.สอบ "บอดี้การ์ด" คุ้มกัน "หมอนิ่ม" คลี่ปมสังหาร " เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ " ด้าน"ทอ."พร้อมให้ความร่วมมือตร. สอบสห.ทอ. 4 นาย
วันที่ 28 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลอบสังหาร จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรม หรือ "เอ็กซ์" อายุ 40 ปี อดีตนักแม่นปืนทีมชาติ เสียชีวิตในรถสปอร์ตหรู ทะเบียน ชส 2223 กทม. ระหว่างขับออกจากซอยหมู่บ้านบัวขาว เข้าถนนรามคำแหง แขวง-เขตมีนบุรี กทม.ไปหาภรรยาอีกหมู่บ้านที่ระยะไม่ไกลกัน โดยเหตุเกิดเมือข่วงค่ำวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า
เมื่อเวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี นำโดย พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ หัวหน้างานสอบสวน สน.มีนบุรีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพร้อมคณะทำงานจะสอบปากคำทหารอากาศ 4 นาย ที่ได้รับว่าจ้างจากมารดาและญาติของหมอนิ่มภรรยาผู้ตายให้มาคุ้มกันดูแลความปลอดภัยหมอหลังจากถูกผู้ตายข่มขู่เอาชีวิตโดยมารดายอมควักเงินจ่ายเป็นค่าความปลอดภัยชีวิตบุตรสาวเป็นเงินเดือนละ 1.5 แสนบาท เพื่อให้ดูแลตลอด 24ชั่วโมง โดยเข้าสอบปากคำภายในกองทัพอากาศ หลังจากได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดให้ตำรวจเข้าสอบปากคำทหารอากาศทั้ง 4 นายที่เป็นทีมรปภ.ของหมอนิ่มได้อย่างสะดวกพร้อมตรวจสอบอาวุธที่ทั้ง4คนใช้อย่างละเอียดคาดว่าจะใช้เวลาในการสอบสวนประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนของ พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี ได้นัดหมายสอบปากคำพนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 ที่ถูก "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" ฟ้องร้องกรณีปล่อยให้ภรรยาเปิดทรัพย์สินในตู้เซฟโดย ไม่มีลายเซ็นยินยอมของตัวเองจึงย้ายไปประจำอยู่ธนาคารกสิกรไทยสาขาอื่นแทนหลังจากพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้จัดการธนาคารแล้วให้การว่า ตอนที่ให้หมอนิ่มเข้าไปเปิดเซฟในธนาคารนั้น เกิดจากกความผิดพลาดทางเทคนิค โดยตอนให้เปิดเซฟนั้น ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่า หมอนิ่มกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไม่ได้จดทะเบียนกัน จึงอนุญาตให้เข้าไปเปิดเซฟได้
จากการสอบปากคำเบื้องต้นไม่พบว่าผู้จัดการธนาคารมีพิรุธ แต่เคยถูกเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ข่มขู่บ้าง ซึ่งเป็นนิสัยปกติของผู้ตาย จากการประเมินของตำรวจไม่พบว่าผู้จัดการธนาคารจะมีศักยภาพขนาดก่อเหตุได้ ขณะนี้ทางตำรวจยังไม่ได้สอบปากคำพนักงานสาวของธนาคารที่พาหมอนิ่มเข้าไปเปิดเซฟ แต่ได้นัดหมายให้พนักงานคนดังกล่าวให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้ ที่สน.มีนบุรี
พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี เจ้าของคดีกล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจสอบปากคำ หมอนิ่ม พ่อกับแม่ของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้คงไม่มีการเรียกให้มาสอบปากคำอีก จากนั้นจะรวบรวมคำให้การทั้งหมดประกอบในสำนวนคดีเพราะได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเกือบจะทุกคนแล้ว คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้นและจะรวบรวมผลการสอบปากคำทั้งหมดส่งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางการสืบสวนเริ่มแคบลงเรื่อยๆ และมองเห็นประเด็นความขัดแย้งมากขึ้นโดยให้ความสำคัญไปในเรื่องความขัดแย้งในครอบครัวของภรรยากับผู้ตายเป็นหลักประกอบกับข้อมูลของทีมสืบสวนสอบสวนนครบาลที่พบปมขัดแย้งรุนแรงหลังสอบปากคำพยานสำคัญทางคดีที่เป็นผู้ใหญ่คนสนิทของผู้ตายและพยานปากอื่นๆ ฝ่ายผู้ตายที่ให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทด่าทอกับคนในครอบครัวของฝ่ายภรรยาถึงขึ้นชี้หน้าด่ากันและขู่อาฆาตเอาชีวิตโดยทีมสืบสวนให้น้ำหนักปมขัดแย้งรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นมากกว่าประเด็นขัดแย้งในสมาคมยิงปืนโดยพยานระบุว่า ผู้ตายได้บันทึกเสียงคำพูดคุยของญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงและคนในครอบครัวไว้หลังจากมีการพูดคุยโทรศัพท์กันแต่ปลายสายยังไม่ได้กดวางสายทิ้งไปทำให้ได้ยินข้อความต่างๆที่กลุ่มคนเหล่านั้นพูดคุยกันและหลังจากนั้นได้เดินทางไปต่อว่าด่าทอพวกเขาถึงที่บ้านในทันทีภายหลังรู้ว่าคนในครอบครัวภรรยาคิดไม่ดีกับตัวเองและหวังที่จะฮุบสมบัติทั้งหมดไว้
"ทอ."พร้อมให้ความร่วมมือตร. สอบสห.ทอ. 4 นาย
พล.อ.ท.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเรื่องขอสอบปากคำสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) จำนวน 4 นาย ที่ถูกว่าจ้างให้มาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ "หมอนิ่ม" ภรรยาของนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ "เอ็กซ์" อดีตนักแม่นปืนทีมชาติไทยว่า ขณะนี้ทราบว่าพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ติดต่อประสานงานกับทางสำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมืองแล้ว ซึ่งกองทัพอากาศยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนในคดีดังกล่าว
ส่วนในเรื่องของคดีต้องเป็นไปตามหลักฐานของทางพนักงานสอบสวนว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ก็ได้รับทราบเรื่องแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือใดๆ หากสห.ทอ.ทั้ง 4 นาย เข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามอยากให้เป็นเรื่องของพนักงานสืบสวนสอบสวน ทางกองทัพอากาศคงบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะอาจจะไปกระทบกับรูปคดีของพนักงานสอบสวน
พยานเผย"หมอนิ่ม"ทะเลาะรุนแรง"เอ็กซ์"ก่อนตาย5วัน
รายงานข่าวแจ้งว่า คดีนี้ทีมสืบสวนนครบาล ได้ให้น้ำหนักไปที่ปมขัดแย้งครอบครัวมากที่สุด หลังสอบพยานไปแล้วกว่า 20 ปาก โดยตัดความขัดแย้งสมาคมยิงปืนฯ ออกไป เหลือเพียงเรื่องครอบครัวประเด็นเดียวเท่านั้น โดยพยานคนหนึ่งให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ 4-5 วัน "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" กับ พญ.นิธิวดี มีปากเสียงรุนแรง ขณะที่ญาติฝ่ายหญิงก็รับรู้และกีดกันมาโดยตลอด และไม่ต้องการให้ทั้งสองคนคืนดีกัน โดยฝ่ายชายพร้อมจะไปขมาขอโทษญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง แต่เมื่อรู้ความจริงว่า ทุกคนไม่เห็นด้วย และไม่ชอบหน้า จึงไปต่อว่า ด่าทอครอบครัวของ พญ.นิธิวดี ตำรวจจึงน่าเชื่อว่า คำด่าทอต่างๆ อาจเป็นมูลเหตุความแค้นที่มีการหักหน้ากัน ไม่เว้นแม้แต่บุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะความที่เป็นคนกระโชกโฮกฮาก ใจร้อน ทำให้คนในครอบครัว พญ.นิธิวดี เกิดความเจ็บแค้นก็เป็นได้
มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ พญ.นิธิวดี เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ชีวิตคู่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเลิกกับสามี กระทั่งพี่ชายของ พญ.นิธิวดี ซึ่งมีแฟนทำงานในวงการบันเทิง ได้แนะนำให้ พญ.นิธิวดี รู้จักกับ "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" ต่อมาได้สานสัมพันธ์ และคบหากันฉันท์สามีภรรยา จนเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท จนครอบครัวต้องกีดกัน พญ.นิธิวดี เพราะนายจักรกฤษณ์ มีอารมณ์รุนแรง และชอบทำร้ายภรรยาบ่อยครั้ง
ด้าน พญ.นิธิวดี หรือ “หมอนิ่ม” ยืนยันว่า ตัวเองและครอบครัว ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เหตุที่ไปที่เกิดเหตุเร็ว เพราะแม่บ้านโทรมาบอก และบ้านก็อยู่ใกล้ ที่ผ่านมาทางครอบครัว ไม่มีปัญหาอะไรกับพี่เอ็กซ์ และคุ้นเคยกันดีเพราะพี่ชายเป็นคนแนะนำให้รู้จักกัน ส่วนเรื่องท้องนั้น ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ มีเพียงแต่ประจำเดือนขาดไป
ขณะที่นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลท่านหนึ่ง ที่กำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีนี้ พูดเป็นนัยสำคัญสั้นๆ ให้สื่อมวนชนได้ฉุดคิด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วตำรวจมุ่งปมขัดแย้งปัญหาครอบครัวใช่หรือไม่??... แต่ได้รับคำตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ว่า "ทำคดีนี้แล้วเศร้า"....." ผมบอกแล้วว่าเศร้า เดี๋ยวหยุด เดี๋ยวเศร้า"



