
บุรีรัมย์แชมป์แล้ว!เชือดแบงค็อก2-0
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเข้ากรุงยิง แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-0 ผงาดคว้าแชมป์ลูกหนัง โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2013 เรียบร้อยแล้ว
การแข่งขันฟุตบอล “โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2013” นัดรองสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ดวลแข้งพร้อมกัน 8 คู่ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 พบ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่หากเก็บ 3 แต้มได้ในเกมนี้ จะคว้าแชมป์มาครองทันที
เกมครึ่งแรกไม่มีสกอร์ ครึ่งหลังนาที 49 จิรวัฒน์ มัครมย์ เปิดบอลไปแฉลบหัวแผงหลังเจ้าบ้านเข้าเสียบตาข่ายเป็นประตูให้ “เซราะกราว” บุกนำ 1-0 ท้ายเกมนาที 86 ออสมาร์ อิบาเยซ ซัดตอกฝาโลงให้ “เซราะกราว” ชนะ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 75 แต้มคว้าแชมป์ไปครองทันทีแม้จะเหลืออีก 1 นัดก็ตาม
ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามีนบุรี “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 7 พบ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่ต้องการ 3 แต้มเท่านั้นเพื่อต่ออายุป้องกันแชมป์ เปิดเกมเล่นมาถึงนาที 25 ธีรศิลป์ แดงดา ได้แปที่ระยะ 8 หลาให้ “แชมป์เก่า” บุกนำ 1-0 และเป็นสกอร์เดียวใน 45 นาทีแรก
แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังนาที 54 วิชะยา เดชมิตร ซัดตีเสมอให้เจ้าบ้านได้สำเร็จ 1-1 จากนั้นนาที 67 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิงให้ “มังกรไฟ” แซงนำ 2-1 แต่นาที 72 มาริโอ ยูรอฟสกี ซัดตีเสมอให้ “กิเลนผยอง” เป็น 2-2 ก่อนจบเกมแบ่งไปทีมละแต้มทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสียแชมป์ทันทีและได้แค่รองแชมป์ในฤดูกาลนี้
ที่สนามหนองปรือเป็นบิ๊กแมทช์หนีตกชั้น “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยพบ “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 14 เกมคู่นี้มาสนุกในครึ่งหลัง นาที 65 อภินันท์ สวนทอง ของเจ้าถิ่นไปสกัด ยูเลียน ซูซา ซิลวา ล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษ ก่อน อานนท์ สังสระน้อย รับหน้าที่เพชฌฆาตสังหารจุดโทษ 1-0
จากนั้นแฟนบอลเจ้าบ้านไม่พอใจที่เสียจุดโทษเลยวิ่งลงสนามจนเกมต้องหยุดไปกว่า 5 นาที ก่อนจะเขี่ยลูกเล่นใหม่ แต่เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม “กว่างโซ้ง” บุกชนะ 1-0 มี 31 แต้มรอดตกชั้นทันที ขณะที่ พัทยา มี 26 แต้มต้องไปลุ้นหนีตกชั้นในนัดสุดท้าย โดยหลังจบเกมเกิดเหตุวุ่นวายมีแฟนบอลวิ่งลงมาในสนามจนเกือบเป็นจลาจล
ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม “ฉลามชล” ชลบุรี ที่คว้าอันดับ 3 แน่นอนแล้วพบ “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม ทีมอันดับ 12 เขี่ยบอลเล่นมา 12 นาที ติอาโก คุนญา ได้ซัดในเขตโทษให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 ครึ่งหลังเจ้าถิ่นได้อีก 3 ประตูจาก พิภพ อ่อนโม้ นาที 70 เลอันโดร อัสซุมเซา นาที 79,89 จบเกม “ฉลาม” ชนะ 4-0 ส่งผลให้ สมุทรสงคราม มี 29 แต้มต้องไปลุ้นหนีตกชั้นในนัดสุดท้าย
ที่ทีโอที สเตเดี้ยม “ฮัลโหล” ทีโอที ทีมอันดับ 15 พบ “วัวชน” สงขลา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 13 เริ่มเกมมาแค่ 10 นาที จูนินโญ ได้แปเน้นๆ ตรงจุดโทษให้ทีโอทีนำ 1-0 ในครึ่งแรก ครึ่งหลังไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม “ฮัลโหล” คว้า 3 แต้มสำคัญรอดหนีตกชั้นทันที ส่วน สงขลา มี 29 แต้มแต่รอดตกชั้นแล้วเพราะ “เฮดทูเฮด” ดีกว่า พัทยาทีมบ๊วย
ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล ทีมรองบ๊วยพบ “โปลิศ” อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 9 นัดนี้เจ้าบ้านได้ประตูชัยจาก ดักลาส การ์โดโซ ที่ซัดพาทีมเฮ 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 29 แต้มรอดตกชั้นไปอีกทีมเพราะ “เฮดทูเฮด” ดีกว่า พัทยา?ทีมบ๊วย
ที่สนามกีฬากองทัพบพ “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 พบ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ทีมอันดับ 8 เกมนี้มีประตูเดียวเป็นเจ้าบ้านที่ได้เฮจาก ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม ซัดประตูชัยในนาที 43 ให้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ชนะ 1-0 จ่อคว้าอันดับ 6 ของฤดูกาล
ที่ลีโอ สเตเดี้ยม “บีจี” บางกอกกล๊าส ทีมอันดับ 5 ลงเตะนัดสุดท้ายของฤดูกาลพบ “นกใหญ่” ชัยนาท ทีมอันดับ 10 เจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0 จาก ชาตรี ฉิมทะเล นาที 69 แต่ 3 นาทีถัดมา ภูวดล สุวรรณชาติ ยิงตีเจ๊า 1-1 แต่นาที 90 ชาตรี ฉิมทะเล ยิงประตูชัยให้ “บีจี” ชนะ 2-1 ปิดฤดูกาลที่อันดับ 5 มี 40 แต้ม
ไทยแชมป์ฟุตซอลอาเซียนสมัยที่9
ส่วนการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2013 ที่ชาญชัย อคาเดี้ยม ม.กรุงเทพธนบุรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ดวลแข้งกันเป็นวันสุดท้าย เกมคู่ชิงตำแหน่งที่ 3 เวียดนาม ชนะ อินโดนีเซีย 7-3
คู่ชิงชนะเลิศนักเตะ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย แชมป์ 8 สมัยพบ "จิงโจ้" ออสเตรเลีย เกมนี้ วิคเตอร์ เฮอร์มาน กุนซือชาวฮอลแลนด์ส่งผู้เล่น 5 คนแรกของไทยลงสนามประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ศักดิ์ดา หาไมตรี ผู้เล่น กฤษดา วงษ์แก้ว, ก้องหล้า เหล็กกล้า, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และศุภวุฒิ เถื่อนกลาง
เริ่มเกมมานักเตะไทยลุยใส่ทันที แต่นัดนี้ออสเตรเลียมาดีทำเกมรับสู้อย่างสนุก แฟนบอลไทยในสนามต้องรอจนถึงนาที 13 กว่าที่ ศุภวุฒิ จะโชว์สเตปเลี้ยงบอลทะลุเข้าไปใช้ฝ่าเท้าคลึงหลบผู้รักษาประตูแดนจิงโจ้แล้วซัดด้วยซ้าย ส่งบอลตุงตาข่ายทำประตูที่ 13 ของตัวเองในทัวร์นาเมนต์ให้ไทยนำในครึ่งแรก 1-0
ครึ่งหลังนาที่ 36 ศุภวุฒิ โชว์สเตปเทพอีกครั้งหลอกยิงจากครึ่งสนามส่งบอลเสียบเสาแรกอย่างงดงามให้ไทยนำห่าง 2-0 และเป็นประตูให้ ศุภวุฒิ กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุด 14 ประตู เอาบอลมาเขี่ยเล่นใหม่ก่อนหมดเวลา 7 วินาที ยาร์รอด บาสเจอร์ ยิงตีไข่แตกให้ออสเตรเลียไล่มา 1-2 แต่ก็ได้แค่นั้น จบเกมไทยชนะ 2-1 คว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 9 พร้อมรับรางวัลแฟร์เพลย์อีกด้วย



