ข่าว

'เอ็กซ์'ขัดแย้งรุนแรงครอบครัว'หมอนิ่ม'

'เอ็กซ์'ขัดแย้งรุนแรงครอบครัว'หมอนิ่ม'

27 ต.ค. 2556

ตร.มุ่งปมสังหาร 'เอ็กซ์ จักรกฤษณ์' ขัดแย้งครอบครัวฝ่ายภรรยา บุกกองทัพอากาศสอบปากคำ 4 การ์ดหมอนิ่ม-ตรวจปืน

 

                         27 ต.ค. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลอบสังหาร จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักแม่นปืนทีมชาติ เสียชีวิตในรถสปอร์ตหรู ทะเบียน ชส 2223 กทม. ระหว่างขับออกจากซอยหมู่บ้านบัวขาว เข้าถนนรามคำแหง แขวง-เขตมีนบุรี กทม.ไปหาภรรยาอีกหมู่บ้านที่ระยะทางไม่ไกลกัน เหตุเกิดค่ำวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า การสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังทีมสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลสอบปากคำพยานสำคัญทางคดีที่เป็นผู้ใหญ่คนสนิทของผู้ตาย และพยานปากอื่นๆ ฝ่ายผู้ตายที่ให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทด่าทอกับคนในครอบครัวของฝ่ายภรรยาถึงขั้นชี้หน้าด่ากัน และขู่อาฆาตมาดร้ายเอาชีวิตกัน โดยทีมสืบสวนให้น้ำหนักปมขัดแย้งรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นมากกว่าประเด็นขัดแย้งในสมาคมยิงปืน

                         โดยพยาน ระบุว่า ผู้ตายได้บันทึกเสียงคำพูดคุยของญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงและคนในครอบครัวไว้ หลังจากมีการพูดคุยโทรศัพท์กันแต่ปลายสายยังไม่ได้กดวางสายทิ้งไป ทำให้ได้ยินข้อความต่างๆ ที่กลุ่มคนเหล่านั้นพูดคุยกัน และหลังจากนั้นได้เดินทางไปต่อว่าด่าทอพวกเขาถึงที่บ้านในทันที ภายหลังรู้ว่าคนในครอบครัวภรรยาคิดไม่ดีกับตัวเอง และหวังที่จะฮุบสมบัติทั้งหมดไว้ โดยทีมสืบสวนพบปมขัดแย้งรุนแรงที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุของการจ้างวานมือปืนสังหารโหดในครั้งนี้แล้ว หลังจากพบว่า ผู้ตายเคยมีปากเสียงกับเครือญาติของภรรยาบ่อยครั้ง

                         พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน กล่าวว่า ฝ่ายสอบสวนนครบาลได้สอบสวนพยานทุกปากที่เกี่ยวข้องทางคดีไปแล้วเกือบ 20 ปาก ซึ่งวันพรุ่งนี้จะสอบปากคำสารวัตรทหารอากาศจำนวน 4 นาย ที่มารดาของภรรยาผู้ตายว่าจ้างมาดูแลความปลอดภัยให้บุตรสาว โดยทำหนังสือส่งยังต้นสังกัดแล้ว ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานทหารก็ยินดีให้พนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำในต้นสังกัดได้ ซึ่งต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อน ส่วนประเด็นความขัดแย้งสมาคมยิงปืนนั้น ยังไม่ได้ตัดทิ้งเสียทีเดียว ยังคงตรวจสอบอยู่ แต่ให้น้ำหนักในส่วนนี้มากกว่า ขอเวลาให้ตำรวจทำงาน และเร่งรวบรวมพยานหลักก่อน โดยจะรายงานความคืบหน้าทางคดีต่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมประชุมสรุปผลสืบสวนสอบสวนทางคดี วันที่ 29 ต.ค.

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.  พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน รักษาการผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (รรก.ผบก.น.3) พร้อมด้วยทีมสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 และชุดสืบสวนสอบสวน สน.มีนบุรี ประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทาง คดีภายหลังพนักงานสอบสวนเค้นสอบปากคำ “หมอนิ่ม” ภรรยา “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” ด้วยความเคร่งเครียดนานกว่า 4 ชั่วโมง เมื่อคืนวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ประเด็นความขัดแย้งของคนในครอบครัวและญาติ โดยที่ประชุมได้วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลังจากผู้ตายพ้นโทษคุมขังจากเรือนจำ มทบ.11 ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีความพยายามที่จะง้อคืนดีกับภรรยาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เพราะถูกญาติและพี่ชายต่างมารดาของฝ่ายภรรยากีดกันมาโดยตลอด ประกอบหยิบยกความเป็นไปได้ในเนื้อหาถ้อยคำจดหมายที่ผู้ตายเขียนพรรณาถึงพิธีกรเล่ารายการข่าวคนหนึ่งขณะต้องโทษในเรือนจำเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และคำบอกเล่าของพยานที่สอดคล้องกันว่า ผู้ตายและญาติฝ่ายหญิงเคยมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน พร้อมต่างฝ่ายต่างข่มขู่อาฆาตมาตร้ายถึงขั้นเอาชีวิตกันทีเดียว

                         รายงานข่าวแจ้งว่า ทีมสืบสวนสอบสวนนครบาลเดินมาถูกทางแล้ว พร้อมตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจนเหลือน้ำหนักเพียงประเด็นเดียวที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ประกอบกับมีมูลเหตุที่น่าเชื่อถือ รวมถึงหลักฐานที่เป็นเสียงบันทึกในโทรศัพท์มือถือที่ชุดสืบสวนสามารถแกะรอยมาได้ ขณะที่ชุดสืบสวนได้สอบสวนพยานสำคัญรายหนึ่ง ยืนยันว่า ผู้ตายเคยมาระบายเรื่องความขัดแย้งครอบครัวให้ฟัง และเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเอง ว่ามีคนปองร้ายอยู่ หลังจากมีปากเสียงรุนแรงกับพี่ชายต่างมารดาของภรรยาและมารดาพี่ชายต่างมารดาหรือที่คนในครอบครัวเรียกว่า “แม่ใหญ่” ที่ก่อนหน้านี้ ผู้ตายพยายามขอความช่วยเหลือมาตลอดในการไกล่เกลี่ยให้ตนเองและภรรยากลับมาดีกันเหมือนเดิม ขณะเดียวกันชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่หาข้อมูลในส่วนของกลุ่มมมือปืนได้รายงานหลักฐานเชื่อมโยงอดีตทหารนอกราชการเคยเป็นเอเย่นต์ค้าปืนและเป็นกลุ่มมือปืนภาคตะวันออก หลังจากผลตรวจพิสูจน์กระสุนระบุที่คนร้ายใช้ยิงมาจากปืนขนาด 7.65 มม. มีฐานการผลิตในรัสเซีย มีการดัดแปลงนำเอากระสุนปืนขนาด 9 มม.มาใส่แทน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี

                         ส่วนกระแสข่าวที่ระบว่า ตำรวจสืบสวนนครบาลสามารถจับกุมตัวมือปืนที่ก่อเหตุได้แล้วนั้น จากการตรวจสอบได้รับการยืนยันจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ว่า เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ยังไม่มีการจับกุมมือยิง "เอ็กซ์" แต่อย่างใด ส่วนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในฐานะผู้จ้างวานนั้นเริ่มมีความชัดเจนแล้วคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้นในส่วนของปมสังหารและมูลเหตุที่แท้จริง

                         พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 ยืนยันว่า ยังไม่มีการจับกุมตัวมือปืนใดๆ ตำรวจกำลังทำงานอยู่ ซึ่งแต่ละฝ่ายมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนต่างๆ ส่วนการสอบสวนนั้นมีความคืบหน้าตามลำดับโดยเรียกทุกคนที่คาดว่าเกี่ยวข้องมาสอบสวนให้น้ำหนักไปที่เรื่องครอบครัวแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า ต้องใช่ทั้งหมด จึงต้องรอพยานหลักฐานให้กระจ่างชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นเป็นรถยามาฮ่าฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งต้องลงลึกในรายละเอียดต่อไป

                         รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำพยานและบุคคลใกล้ชิดผู้ตายส่วนใหญ่ให้การสอดคล้องกันว่า ผู้ตายมักจะเปรยๆ เสมอ เหมือนเป็นนัยสำคัญว่า จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ขณะเดียวกันพบประโยคที่พูดเล่นกับลูกที่มีการบันทึกภาพไว้ว่า ป่าป๊ารักหนูมากที่สุด หากป่ะป๋าเป็นอะไรไป พระเครื่องทั้งหมดที่มีจะเป็นของหนูคนเดียว และข้อความอื่นๆ ที่เหมือนรู้ในชะตากรรมของตัวเอง อย่างไรก็ตามหลังจากผู้ตายออกจากเรือนจำแล้ว มารดาฝ่ายภรรยามีความหวั่นเกรงในความไม่ปลอดภัยของบุตรสาว จึงให้พี่ชายต่างมารดาจัดหาทหารคอยคุ้มกัน และดูแลความปลอดภัย จำนวน 4 นาย โดยยอมจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสูงถึงเดือนละ 150,000 บาททีเดียว หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวได้ยินเสียงด่าทอจากปากผู้ตาย ขณะไปอาละวาดชี้หน้าด่าทอที่บ้านของมารดาพี่ชายคนละแม่และเครือญาติของฝ่ายหญิงว่า ถ้าตัวเองมีปืนเหมือนเมื่อก่อนพวกมึงจบไปแล้ว

 

 

เตรียมสอบ 4 ทหารอากาศ รปภ.'หมอนิ่ม' พรุ่งนี้

 

                         พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ พงส.ผนพ. สน.มีนบุรี กล่าวถึงการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ  4 นาย ว่า ทางกองทัพอากาศอนุญาตให้ตำรวจเข้าสอบปากคำทหารอากาศทั้ง 4 นายที่เป็นทีมรปภ.ของ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยาของเอ็กซ์ แต่ให้ทางตำรวจเข้าไปสอบปากคำภายในฐานทัพอากาศดอนเมืองในวันพรุ่งนี้ หลังจากสอบปากคำแล้ว ก็จะตรวจสอบอาวุธปืนของทหารทั้ง 4 นายอีกด้วย ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เกือบจะทุกคนแล้ว คาดว่าอาทิตย์หน้าก็คงไม่เหลือบุคคลที่ต้องเรียกมาสอบปากคำอีก ซึ่งก็จะได้รวบรวมผลการสอบปากคำทั้งหมดส่งให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป