ข่าว

ญาติเหยื่อ'โดรน'เตรียมพบส.ส.มะกัน

ญาติเหยื่อ'โดรน'เตรียมพบส.ส.มะกัน

27 ต.ค. 2556

'สภาสหรัฐ' จะได้รับฟังปากคำผู้รอดชีวิตจากการโจมตีด้วย 'โดรน' เป็นครั้งแรกวันอังคารนี้

 

                         27 ต.ค. 56  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (26 ต.ค.) ว่า ในวันอังคารนี้ รัฐสภาสหรัฐจะมีโอกาสได้รับฟังจากนายราฟิค อูร์ เรห์แมน ชาวปากีสถานที่สูญเสียมารดาจากการถูกโจมตีด้วยเครื่องบินบังคับระยะไกลไร้คนขับ (โดรน) ของสหรัฐ ในเขตวาซีริสถานเหนือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน เมื่อตุลาคม 2555 นอกจากนี้ ลูกที่ยังเด็กสองคนคือนาบิลา กับซูบาอีร์ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน ก็จะเข้าร่วมการบอกเล่าครั้งนี้ด้วย

                         ส.ส.อลัน เกรย์สัน พรรคเดโมแครตจากรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นผู้จัดการรับฟังครั้งนี้ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สภาควรได้รับฟังจากเหยื่อโดยตรง ไม่ใช่จากฝ่ายผู้สนับสนุนการโจมตีอย่างเดียว และหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาจะให้ความสนใจ อย่างไรก็ดี โฆษกของส.ส.เกรย์สัน กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะมี ส.ส.เข้าร่วมมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเป็นการบรรยายสรุปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการชุดใด

                         ส่วนที่สหประชาชาติ นายเบน เอมเมอร์สัน และนายคริสตอฟ ไฮน์ สองเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบปัญหาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ กล่าวว่า การปกปิดภารกิจโดรนของสหรัฐ เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในการตรวจสอบผลกระทบการใช้โดรนที่มีต่อพลเรือน พร้อมกับกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นว่า การใช้โดรนในการโจมตีทางการทหาร เป็นสิ่งที่ยอมรับได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีการเห็นพ้องต้องกัน ก็จะเกิดปัญหาความยุ่งเหยิงตามมา เพราะปัจจุบันหลายประเทศกำลังนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในทางการทหารมากขึ้น

                         สหรัฐอ้างความชอบธรรมสำหรับการส่งโดรนไปโจมตีเป้าหมายกลุ่มก่อการร้ายในประเทศอื่น โดยระบุว่า พวกเขากำลังต่อสู้กับการก่อการร้ายที่ไม่มีพรมแดน แต่ขณะเดียวกัน โลกก็ไม่มีการหารือกันเรื่องความโปร่งใสของการใช้อาวุธทำนองนี้

                         ทั้งสองยังเรียกร้องให้สหรัฐ อิสราเอล และอังกฤษที่นำโดรนมาใช้ทางการทหาร ถือเป็นพันธกรณีที่จะต้องตรวจสอบ สอบสวนกรณีการสูญเสียของพลเรือน และสร้างความชัดเจนในแง่กฎหมาย

                         จากข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า พลเรือนมากกว่า 450 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของโดรนในปากีสถาน อัฟกานิสถาน และเยเมน แต่ยังต้องตรวจสอบอีกมากเพื่อการยืนยันตัวเลขนี้

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : AFP)