ข่าว

'ไชยวัฒน์'ไม่สน!บุกบ้าน'นายกฯ'27ต.ค.นี้

'ไชยวัฒน์'ไม่สน!บุกบ้าน'นายกฯ'27ต.ค.นี้

26 ต.ค. 2556

'ไชยวัฒน์'ไม่สน นัดมวลชนบุกบ้าน'ยิ่งลักษณ์'27 ต.ค.นี้ ร้องเมินรับอำนาจศาลโลก ด้าน'นายกฯ'วอนม็อบคนไทยรักชาติอย่ารบกวนคนแถวบ้าน

               26 ต.ค.56 นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีจะชุมนุมที่ซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ทางเข้าบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เวลา 14.00 น. วันที่ 27 ต.ค.นี้ ว่า จุดประสงค์การไป ต้องการพบนายกฯ เพื่อคุยกันว่า นายกฯจะฟังเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่รู้จะพบที่ไหน จะไปทำเนียบก็ไปไม่เจอ ยิ่งไปที่รัฐสภาก็ยิ่งไม่เจอ

               "จุดประสงค์การเคลื่อนไหวพรุ่งนี้ เพราะศาลโลกใกล้จะตัดสินแล้ว โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวจะรวมตัวหน้าปากซอยโยธินพัฒนา 3 ก่อน ส่วนจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคนด้วย" นายไชยวัฒน์ กล่าว

               นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเต็มพื้นที่แล้ว มาจากหลายจังหวัด เช่น จากนครพนม แสดงว่าตำรวจมาจากทั่วประเทศ และก็พักอยู่แถวจังหวัดปทุมธานี หากการเคลื่อนไหววันที่ 27 ต.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าไปพบนายกฯ ก็ต้องมีการเจรจา เพราะเป็นเรื่องระหว่างนายกฯกับประชาชนโดยตรง ไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

               "วันที่ 27 ตุลาคม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ยืนยันมาตามหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ หากเจ้าหน้าที่จะปิดกั้นประชาชน เพราะฟังคำสั่งของรัฐบาลก็เข้าข่ายประพฤติมิชอบได้ ถึงแม้มีการอ้างเพื่อความมั่นคง ทุกครั้งการอ้างแบบนี้ก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้งสิ้น ตอนเช้าให้นายกฯพักผ่อนไปก่อน ส่วนช่วงบ่ายเป็นเรื่องของบ้านเมือง เพื่อเรียกร้องรัฐบาลไม่รับอำนาจศาลโลก โดยการเคลื่อนไหวจะอยู่ที่ประชาชนเป็นหลัก ถ้ามาเป็นร้อยหรือพันก็อาจเข้าไปไม่ได้ ส่วน ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาเตือน เรื่องนี้ก็ขอให้นัดมาให้ชัดเจน เพราะนายกฯพบประชาชนยากจริงๆ"นายไชยวัฒน์ กล่าว

 

 

"หมวดเจี๊ยบ"ติง"ม็อบไชวัฒน์"ไม่มีเหตุผลชุมนุมค้านปม"พระวิหาร"หน้าบ้านนายกฯ

                

               ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้กลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน ที่นำโดยนายไชยวัฒน์ ไตร่ตรองให้ดีถึงการประกาศจะเดินทางไปชุมนุมบริเวณบ้านพักส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 27 ต.ค. เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าคำตัดสินคดีของศาลโลกจะออกมาเป็นอย่างไร แต่การเดินทางไปประท้วงที่บ้านของนายกฯ ก็คงไม่มีผลใด ๆ ต่อการวินิจฉัยคดีของศาลโลก จึงไม่มีเหตุผลที่กลุ่มม็อบจะเดินทางไปที่บ้านนายกฯ เพราะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลโลกให้เป็นไปตามที่ใจต้องการได้ ทั้งยังจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว เพราะอาจทำให้การจราจรติดขัด

               ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีความกังวลต่อคำพิพากษาของศาลโลกที่จะออกมา ก็ขอให้ใช้สติ และแสดงออกด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ อย่าใช้วิธีการที่ทำให้ประเทศไทยดูไม่ดีหรือดูแย่ในสายตาของประชาคมโลก ไม่เช่นนั้น ความหวังดีของผู้ชุมนุมจะเป็นการทำร้ายประเทศไทยก็เป็นได้ และขอให้วางใจว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทำงานเต็มที่ เพื่อไม่ให้ผลการตัดสินคดีเขาพระวิหารส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ไทย - กัมพูชา ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม โดยไทยและกัมพูชาจะใช้กลไกของคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชา (Joint Commission on the Bilateral Cooperation between Thailand and Cambodia: JC) หรือ เจซี ไทย - กัมพูชา เป็นเวทีในการหาทางออกเพื่อแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำตัดสินของศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร โดยรัฐบาลไทยจะรักษาผลประโยชน์ของชาติให้ดีที่สุด

 

 

"ยิ่งลักษณ์"วอนม็อบคนไทยรักชาติอย่ารบกวนคนแถวบ้าน

 

               เมื่อเวลา 16.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน นำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าบ้านนายกฯ ในวันพรุ่งนี้ เพื่อคัดค้านการรับอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่จะตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ว่า อยากขอความร่วมมือจากกลุ่มดังกล่าว ว่าอย่ามากระทำการรบกวนประชาชนในบริเวณนั้น ทั้งนี้รัฐบาลยินดีที่จะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับเรื่อง

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของกัมพูชา ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ว่า ตนได้ให้นโยบายแก่คณะที่จะไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา ตั้งแต่การประชุมที่กระทรวงกลาโหมโดยได้เน้นย้ำว่า กลไกที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศคือ คณะกรรมาธิการร่วม(เจซี)ไทย-กัมพูชา มีความพร้อมอยู่แล้วซึ่งเราจะใช้กลไกนี้ในการพูดคุยกัน และวางแนวทางการรักษาความสงบในพื้นที่บริเวณชายแดน อย่างไรก็ตามเราอยากให้ทั้งสองฝ่ายรับฟังคำตัดสินของศาลโลก ด้วยความสงบ

               ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ส่งข้อความถึงกองกำลังทหารในพื้นที่ตามแนวชายแดนให้เตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในส่วนของนายกฯ ที่เป็นรมว.กลาโหม ได้สั่งการอะไรถึงกองทัพฝ่ายไทยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับกองทัพอยู่แล้ว และตนจะมอบหมายให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ลงไปให้กำลังใจแก่กำลังพลในพื้นที่ ขณะเดียวกันเราจะขอความร่วมมือจากกองกำลังทหารฝ่ายไทย และประชาชน ว่า ไม่ว่าผลคำตัดสินของศาลโลกจะเป็นอย่างไร เราจะขอเวลาในการวิเคราะห์และใช้กลไกในความร่วมมือ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ส่วนข้อกฎหมายนั้นเรายืนยันว่าได้สู้ทุกประเด็นอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อถามว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไรในเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นเราใช้การให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนมากขึ้น ซึ่งวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลแล้วว่าแนวทางที่คาดว่าศาลโลกจะมีคำตัดสินออกมามี 4 แนวทาง นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนพ.ย. จะมีการเผยแพร่สารคดีเกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน อีกทั้ง เราจะมีการตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์ผลคำตัดสิน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และฝ่ายกฎหมาย ซึ่งจะทำหน้าที่วิเคราะห์ผลและนำไปสู่การชี้แจงประชาชน ซึ่งตนขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายให้รับฟังการชี้แจงกับภาครัฐต่อไป